City tour (Gallery 2)
 
 
The High Quality Photo Website     :    เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
 
      Home > City tour > Song Kran festival 2002  
  Song Kran festival 2002 สาดน้ำเล่นแป้งวันสงกรานต์ เมย.45  
แนะนำการถ่ายภาพสงกรานต์ <อ่าน>
 

 

ภาพวันสงกรานต์ย่านบางลำพู วันที่ 13 เมษายน 2545

บางลำพูซึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวกระเป๋าเบาอาศัยอยู่มากที่สุดของกรุงเทพ ในวันประเพณีสงกรานต์ บริเวณนี้จะเป็นศูนย์กลาง ของการเล่นสงกรานต์และสาดน้ำ ที่ดึงดูดชาวต่างชาติจากหลายๆที่ให้มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้ รวมทั้งคนไทยที่อยากเล่น อยากสนุก สนานกันแบบถึงลูกถึงคน

น้ำผสมแป้งจะเป็นเครื่องมือที่ให้ทุกๆคนเข้าหาใครก็ได้ทั้งหญิงและชาย เพียงแค่มีแป้งที่ละเลงน้ำอยู่ในมือก็สามารถป้ายหน้า ปะแป้ง หรือชะโลมในส่วนอื่นๆของร่างกายของฝ่ายตรงข้ามแบบที่ไม่ค่อยมีใครถือสา เพราะถือว่าทุกคนที่มาอยู่ในสถานที่นี้ยินยอมพร้อมใจไปโดยปริยาย ยิ่งบางคนนำน้ำแข็งมาแช่แป้งด้วย ยิ่งมันส์กันใหญ่ ลูบหน้าปะจมูกใครเป็นต้องร้องเสียงหลง ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนข้างเคียง

นักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงโดนรุมจากคนไทยมากที่สุด และดูเหมือนทุกคนจะพอใจ และพลอยสนุกสนานไปกับงานสงกรานต์ด้วยหารู้ไม่ว่าประเพณีสงกรานต์ที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร คำว่าประเพณีสงกรานต์ของเมืองไทยในความเข้าใจของชาวต่างชาติที่มาเล่นสงกรานต์ที่นี่จึงเข้าใจแต่เพียงว่า เป็นการสาดน้ำ เล่นแป้ง เพื่อคลายร้อน และเป็นวันที่สนุกสนานของคนไทย

การเล่นน้ำผสมแป้งในย่านบางลำพู หนักหนาสาหัสกว่าที่อื่นในรอบๆกรุงเทพด้วยกันที่เห็นแต่เพียงสาดน้ำกันโครมคราม โดยแทบจะไม่เห็นที่ใดใช้เแป้งเหมือนย่านบางลำพู แม้ปี 2545 จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดโทรโข่งบริเวณหัวถนนข้าวสาร ว่าแป้งที่เล่นกันนี้ไม่ได้เป็นแป้งดินสอพองเหมือนที่เข้าใจกัน  แต่เป็นซีเมนต์ขาวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ถุงใหญ่หนึ่งถุงราคา ไม่กี่บาท แต่เอามาปั้นเป็นก้อนเล็กๆขายกันถุงละ 10 บาทบ้าง 5 บาทบ้าง ซึ่งได้กำไรกันมากมาย ที่สำคัญนั้นจะเป็นอันตราย ต่อนัยน์ตา ทำให้ตาแดง บางคนแพ้เป็นผื่นคัน บางรายเล่นกันหนัก มีการเอาสีฝุ่นที่ใช้ในการก่อสร้างมาละเลงผสมกับแป้งด้วย โดนเสื้อผ้าแล้วรับรองต้องถอดทิ้ง เพราะสีติดแน่นจนซักไม่ออก

ย่านบางลำพูออกกว้างขวาง มีประชาชนเล่นสงกรานต์หลายหมื่นคน แต่ตำรวจออกมารณรงค์ ใกล้ๆโรงพักเพียงจุดเดียวจึงไม่ต่างอะไร กับคำว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไม่มีการจัดการกับคนที่วางขายซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา แต่กลับทำที่ปลายเหตุ จึงดูเหมือนจะเหนื่อยเปล่า และไม่สู้ได้ผลนัก

แม้ว่าการเล่นสงกรานต์ในย่านนี้จะไม่ค่อยถูกต้องนักมีการเล่นแป้งกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่พบเห็นในวันนั้น มีสิ่งที่น่าจะมาทดแทน ภาพลบกันได้ ก็คือบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ที่เห็นความสุข ความสนุก ปรากฏบนใบหน้าของผู้คน ทุกคนหวังสนุกสนาน แต่เพียงอย่างเดียว จึงเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่ตลอดทั่วทั้งถนน เป็นภาพประทับใจที่หาพบได้ยาก ที่จะเห็นบรรยากาศ เช่นนี้ในวันอื่นๆ บางคนอาจเล่นกันหนักมือหรือฉวยโอกาสกันบ้าง แต่ทุกคนดูเหมือนไม่ถือสา เหมือนกับจะเป็นวันที่ต้องยกเว้น

ใครเข้ามาเล่นสงกรานต์ที่ย่านบางลำพูจะรู้สึกสนุกและถูกกระตุ้นให้คึกคักจากเครื่องเสียงที่เปิดเพลงจนดังลั่น เป็นการปิดถนน และเปิด เป็นดิสโก้เทค ใครอยากเดินเดิน ใครอยากดิ้นดิ้น ที่บรรดาร้านค้า นำมาเปิดเพลงกระตุกอารมณ์ให้คนที่เดินผ่านไปมา รู้สึกคึกคัก ชวนให้ออกลีลาใส้เดือนโดนขี้เถ้า โดยมีกองเชียร์สนับสนุนอยู่รอบข้าง ทั้งคนไทยทั้งต่างชาติสนุกกันถ้วนหน้า ถือเป็นวันความสุขแห่งปี


การถ่ายภาพ

ถ้ากลัวกล้องเปียก กลัวกล้องเสียจนเกินเหตุ นอนดูทีวีที่บ้านดูเค้าเล่นสาดน้ำกันน่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าทนไม่ไหว คันไม้คันมือ จนอยากถ่ายภาพละก้อ ตามมาอ่านกันได้

กล้องเปียก กล้องโดนน้ำ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ต้องคอยระวังให้เสียหายน้อยที่สุด อันดับแรกควรมีกระเป๋ากล้อง ใบเล็กๆที่พอกันน้ำกระเส็นกระสายได้บ้าง หรือถ้าให้ดีควรเป็นกระเป็ากล้องใบเก่าๆหรือกระเป๋าอื่นที่ใกล้เคียงกันน่าจะเหมาะ เพราะสิ่งต้องพบ ชนิดเลี่ยงไม่ได้ ก็คือน้ำแป้งที่จะโดนกระเป๋ากล้องจนขาวเครอะ ซึ่งเดี๋ยวนี้กระเป๋าราคาถูกๆใบละร้อยกว่าบาท

ก็หาซื้อได้ไม่ยาก ใส่กล้องก็ได้ ใส่อย่างอื่นก็ได้เช่นกัน

ผ้าขนหนูผืนเล็กๆเอาไว้เช็ดกล้องและเลนส์เวลาโดนน้ำ และใช้ปิดบังกล้องเป็นบางครั้งในขณะถ่ายภาพ ควรเตรียมไปสัก 2 ผืน ถุงพลาสติคประเภทถุงดำ ถุงก้อบแก๊บ เตรียมไปบ้างก็ดี จากประสพการณ์ 2 ครั้ง เตรียมไปทั้ง 2 ครั้งแต่ไม่เคยหยิบมาใช้เลย แม้แต่ครั้งเดียว เพราะยุ่งยากและไม่คล่องตัว

์กล้อง ถ้ามีกล้องเก่าๆเป็นกล้องแมนนวลยิ่งดี เพราะไม่มีระบบอิเลคโทรนิคส์มากนัก ทนไม้มือ ไม่ค่อยขวัญอ่อนและใจเสาะง่าย

กล้องออโต้(AF) ก็ถ่ายได้เพียงแต่ระวังๆกันหน่อยเท่านั้นเอง เจอสาดน้ำกันรุนแรงก็ควรเก็บกล้องไว้ก่อน ถ้าปลอดภัยแล้วจึงหยิบ มาถ่าย ส่วนกล้องดิจิตอล ไม่แนะนำให้ใช้เพราะบอบบางเกินไปและระบบกลไกภายในเป็นอิเลคโทรนิคล้วนๆ หากโดนน้ำเพียงแค่นิดหน่อยก็อาจโดนน็อคเอาง่ายๆ แต่ถ้าจะถ่ายเอาบรรยากาศทั่วๆไปอยู่แต่วงนอก ไม่เข้าไปลุยน้ำลุยแป้ง ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

เลนส์ ควรพกไปแต่ตัวเดียวพอ จะได้ไม่หนักกระเป๋า และไม่ต้องถอดเปลี่ยนบ่อย ซึ่งอาจโดนน้ำได้ เลนส์ตัวเดียวลุยทั้งวัน เหมาะที่สุด แฟลชและอุปกรณ์อื่น ไม่ควรพกไปเลย ฟิลเตอร์ต่างๆ เก็บไว้ที่บ้าน ถ่ายแบบไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังดีที่สุดฟิล์ม เหมาะที่สุด ISO 200 - 400 เผื่อเตรียมไว้ถ่ายบรรยากาศตอนหัวค่ำซึ่งอาจมีแถมถ่ายน้ำพุด้วย

พร้อมแล้วก็ลุยได้เลย

ในการถ่ายภาพ อย่ากลัวกล้องเปียกจนเกินเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกล้องแมนนวล หรือกล้องออโต้ เพราะเค้าทำไว้พอที่จะปกป้องการ ถ่ายภาพแบบนี้ได้บ้าง "เลี่ยงในสิ่งที่ควรเลี่ยง และ ลุยในสิ่งที่ควรลุย" เป็นการฝึกหัวจิตหัวใจในการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

ภาพถ่ายในชุดนี้ ทั้งปี 41 และปี 45 หลายภาพถ่ายในขณะที่โดนน้ำจากสายยางฉีดมาเต็มๆ(เหมือนจะโดนแกล้งด้วย)

แต่จังหวะมันดี ภาพมันใช้ได้จึงไม่ยอมเก็บกล้องหรือหันกล้องหลบแต่อย่างใด ถ่ายเสร็จก็มาเช็ดน้ำ สลัดๆกล้องแล้วมาลุยถ่าย กันต่อ ผ้าขนหนูที่อยู่ในมือ พอจะทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบาได้

   
............................................................................................................................................................
 City Tour | Events | Photo Services  |  Gallery |   Misc. |  
: Portraits |  Special Photos | Today Talk |  About Us  |   Site Map  | Home
Photoontour.com