|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
รัฐบาลในช่วงนั้นยังไม่มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองหลวง ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ต่างจังหวัดกันหมด ถนนข้าวสารในตอนนั้นเป็นจุดรวมของผู้คนที่มาเล่นน้ำสาดกันเหมือนจังหวัดทางภาคเหนือ ที่มีประเพณีปิดถนนสาดน้ำกันทั้งเมือง คนกรุงเทพที่อยากเล่นน้ำสาดกันแบบเชียงใหม่ จึงต้องมารวมตัวกันที่ตรอกข้าวสารหรือถนนข้าวสาร ที่นั่นมีบรรยากาศคึกคัก ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในแถบนั้น มาเล่นน้ำปะแป้งหน้าขาววอกกันเต็มถนน เหมือนเป็น แฟชั่นของสงกรานต์ ที่ต้องทำตัวเลอะเทอะ พอกแป้งจนจำหน้าตนเองไม่ได้ ทุกคนต่างสนุกสนานเฮฮา ซึ่งผิดกับรอบนอกกรุงเทพโดยสิ้นเชิง ที่มีแต่ความเงียบเหงา อยากเก็บภาพวันสงกรานต์ที่ตรอกข้าวสาร แต่ก็กล้าๆกลัวๆว่ากล้องจะเปียกน้ำ จะโดนสาดน้ำ จึงไปตั้งหลักที่หน้าวัดชนะสงคราม จอดรถในวัดแล้วออกมาสังเกตุการณ์ที่ด้านหน้า ซึ่งพอจะเก็บภาพบรรยากาศได้บ้างโดยไม่มีใครมาสนใจกับการถ่ายภาพมากนัก ฝั่งถนนหน้าวัด จึงดูค่อนข้างปลอดภัย ซึ่งผิดกับฝั่งตรงข้าม ตรงหน้าโรงพักชนะสงคราม ที่นั่นหากใครผ่านไปเป็นต้องเปียก และโดนละเลงแป้งกันทุกคน ไม่เว้นแม้จะเป็นตำรวจในเครื่องแบบ ที่โดนสาวๆลูบหน้าชะโลมแป้งจนขาวทั้งตัว ตำรวจคือมิตร กับประชาชน ดังนั้นจึงจำใจต้องยอมกัน จะมาวิ่งหนีน้ำ จะมากระโดดหลบแป้งกันเหย็งๆรอบโรงพัก ก็ดูกระไรอยู่ เสียภาพพจน์ ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์กันหมด ถ่ายภาพไปด้วย เล่นฉีดน้ำกับเด็กๆไปด้วยแถวบริเวณหน้าวัด บรรยากาศมันน่าสนุกจริงๆ ยิ่งพวกต่างชาติแล้วยิ่งสนุกใหญ่ บางคนเดินมามือเปล่าเนื้อตัวยังแห้งโบกไม้โบกมือทำทีว่าอย่าสาดนะ จะไปธุระ แต่พอเพลอก็แอบยกกระป๋องน้ำราดหัวคนหิ้ว กันโครมแล้ววิ่งหนีไป.... มายาไม่แพ้คนไทยเลย มีอยู่รายหนึ่งเจอกับตนเอง เห็นแหม่มสาวเดินกันมา 2 คนกำลังจะผ่านหน้าวัด เลยฉีดน้ำไปที่กระโปรงด้านหลัง กะพอหอมปาก หอมคอเป็นการทักทาย นึกในใจว่าจะได้รับรอยยิ้มเหมือนเช่นแหม่มสาวคนอื่นๆ ที่ไหนได้เธอหันควั๊บกลับมาแล้วปั้นหน้ายักษ์เข้าใส่ พร้อมกับพูดเสียงดังว่า NO ! ไอ้เราก็นึกว่า เค้าล้อเล่นตามประสาฝรั่งอารมณ์ดี เลยฉีดเข้าเป้าเดิมไปอีกฉาดหนึ่ง ได้ผลแฮะ..... แหม่มสาวรายนั้นหันมาจ้องหน้าทำตาขวางใส่จนหมดสวย พร้อมกับตะโกนว่า NO.. NO.. NO จากนั้นก็สะบัดก้นหนี โดยไม่ทันได้รับฟังคำขอโทษจากเรา เฮ้อ ! ใครจะไปรู้ละว่า เธอเป็นโรคกลัวน้ำ ตั้งแต่นั้นมาเลยต้องจำไปจนวันตายว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจแหม่ม" (ภรรยาสอนไว้) ถ่ายภาพอยู่แถวนั้นสักพัก รู้สึกไม่ค่อยสะใจนัก ยิ่งเห็นตรอกข้าวสารมีแต่คนแน่นไปหมด จึงอดรนทนไม่ไหว เอาไงเอากัน ขอลุยหน่อยเถอะ ว่าแล้วก็เก็บอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นไว้ในรถ พกแต่กล้อง 1 ตัว พร้อมเลนส์ 28 มม.คู่ชีพที่เคยผ่านศึกฝ่าฝนมาแล้วอย่างโชกโชน มาคราวนี้ได้ ทำหน้าที่ฝ่าสายน้ำกันอีก จึงค่อนข้างมั่นใจว่า ลุยได้แม้เจอน้ำ จากนั้นก็เข้าสู่ยุทธการสงกรานต์ และได้ภาพมาดังที่เห็นนี้แหละครับ
สวัสดีครับ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||