น้ำท่วมใหญ่ในหมู่บ้านเสนานิเวศน์(2) ถ.เกษตร-นวมินทร์ เขตลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 พย.2554
(บันทึกภาพเมื่อวัน 12 พ.ย 2554)
ภาพน้ำท่วมหมู่บ้านเสนานิเวศน์1 และ 2 ในซอยเสนานิคม1 เขตลาดพร้าว กทม. น่าจะกล่าวได้ว่าเป็นวิกฤติน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดนับแต่ก่อตั้งหมู่บ้านนี้มาเมื่อหลายสิบปีก่อน และเป็นหมู่บ้านรุ่นแรกหรือโครงการแรกๆในซอยเสนานิคม1 สมัยที่ซอยแห่งนี้ยังเป็นถนนลาดยางธรรมดาๆ ไม่มีทางเท้าและท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของชุมชนที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึง
หมู่บ้านเสนา 1 และ 2 ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อพยพของเขตลาดพร้าวจากวิกฤติน้ำท่วมในปี 2554 นับจากพื้นที่ในเขตลำลูกกา เขตดอนเมือง รวมทั้งเขตบางเขนบางส่วน ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อพยพมาแล้วก่อนหน้านี้
ที่น่าแปลกก็คือว่า ทำไมเขตลาดพร้าวซึ่งมีประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่น จึงประกาศให้เป็นเขตอพยพเพียง 2 หมู่บ้าน ร่วมกับชุมชนอื่นๆที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าว
ชุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวนั้นพอเข้าใจได้ว่าอยู่ใกล้คูคลองจึงมีความจำเป็นต้องอพยพเป็นอันดับแรก
แต่ทำไมจึงเกิดปัญหากับหมู่บ้านเสนา1 และ 2 ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีทั้งอาคารพาณิชย์ที่เป็นประเภทตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยวชั้นเดียว และบ้านเดี่ยวสองชั้นอยู่มากมาย
บ้านบางหลังก็ดัดแปลงเป็นสำนักงาน หรือรื้อสร้างใหม่กันใหญ่ๆโต เรียกว่าเป็นชุมชนที่อยู่กันมานาน หรือสมัยตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า
หลายคนอาจเคยจดจำสปอตโฆษณาน่ารักๆของเด็กผู้หญิงสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ริมสระว่ายน้ำว่า บ้านเราเห็นพระอาทิตย์ตกน้ำทุกวันเลย
ปัจจุบันเด็กที่เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาดังกล่าวน่าจะมีอายุ ราว 25 ปี เรียกว่ากลายเป็นสาวไปแล้ว
ปัญหาหลักก็เนื่องจากเสนานิเวศน์1 และ 2 เป็นหมู่บ้านรุ่นแรกๆในซอยเสนานิคม1 และไม่มีการปรับพื้นที่หรือยกระดับให้สูงขึ้นเหมือนหมู่บ้านอื่นๆที่ก่อสร้างในรุ่นหลังๆ
ขณะเดียวกันหมู่บ้านที่เกิดขึ้นทีหลัง เจ้าของหมู่บ้านหรือลูกบ้านผู้อาศัยได้ยกถนนหรือยกโฉนดที่ดินของถนนทั้งหมู่บ้านให้เป็นของ กทม.หรือเขตลาดพร้าวไปหมดแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทางการเข้ามาดูแลในเรื่องสาธาณูปโภคตามระบบระเบียบของทางราชการ
เช่นมีการเดินท่อน้ำประปาพร้อมเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ทั้งหมด ติดตั้งเสาไฟฟ้าและแสงสว่างตามมาตรฐานของการไฟฟ้า โดยคนในชุมชนไม่ต้องมาเรียไรกันออกค่าไฟฟ้าเหมือนเมื่อก่อน รวมทั้งการเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาด การเก็บขยะ รวมทั้งเรื่องอื่นๆจากสำนักงานเขต ขณะเดียวกันผู้อาศัยก็มีการปรับพื้นที่หรือยกระดับพื้นที่เดิมของบ้านตนเองให้ได้ระดับเดียวกับถนนที่กทม.ได้ยกระดับให้สูงขึ้น
แต่หมู่บ้านเสนานิเวศน์ ทั้ง1 และ 2 ไม่ได้โอนที่ดินของถนนให้กับ กทม. ทางเขตจึงไม่สามารถเข้ามาพัฒนาหรือตั้งงบประมาณการก่อสร้างถนนหนทาง เนื่องจากเป็นที่ดินของเอกชน
ปัจจุบันบริษัทที่เป็นเจ้าของหมู่บ้านเสนาฯยังมีตัวตน และมีที่ดินว่างเปล่าอีกหลายแปลงที่ยังหาผลประโยชน์ทั้งให้เช่าหรือรอขายทั้งแปลง รวมทั้ง Nawamin City Avenue บริเวณสี่แยกถนนเกษตร-นวมินทร์ ที่กำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นที่ดินของบริษัทที่ดูแลและมีผลประโยชน์ภายในหมู่บ้านเสนานิเวศน์
น้ำท่วมคราวนี้น่าจะเรียกว่าเป็นเคราะห์กรรมของชาวบ้านเสนา1 และ 2 ที่เจ้าของโครงการเดิม หรืออาจเปลี่ยนมือไปเป็นเจ้าของรายใหม่ไม่ได้ให้ความสนใจกับปัญหาต่างๆมากนัก ถนนที่ผุผังก็ทำเพียงซ่อมแซมเฉพาะในส่วนที่เป็นถนนสายหลัก ส่วนซอยแยกย่อยๆก็ไม่ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น พอฝนตกหนักๆก็มีน้ำขัง ทั้งๆที่พื้นที่ใกล้เคียงอื่นๆกลับไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
น้ำท่วมในปี 2554 ครั้งนี้ คงทำให้ชาวบ้านเสนาฯมีการตื่นตัวมากขึ้น และเร่งให้โอนพื้นที่ถนนให้เป็นของรัฐโดยเร็ว
จากภาพถ่ายในชุดเสนา1 และ 2 จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นบ้านระดับไหนก็เดือดร้อนไปหมด ระดับน้ำสูงราว 1 เมตร คงไม่ทำให้ใครอยู่เป็นสุขแน่ เพราะไม่สามารถใช้ถนนสัญจรไปไหนๆได้ ชาวบ้านจึงต้องอพยพไปอาศัยอยู่ที่อื่น ส่วนที่ไม่ยอมย้ายไปไหนก็ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากทางการ โดยเฉพาะจากกองทัพบกซึ่งเป็นกำลังหลัก โดยทหารบกจากราบ 11 ได้มาตั้งศูนย์อำนวยการอยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านมาตั้งแต่มีน้ำท่วมในระยะแรก และคงจะยกเลิกภาระกิจนี้ไปในอันดับสุดท้ายเนื่องจากทั้งเสนา1และ 2 ไม่ต่างกับเป็นบ่อหรือแอ่งกะทะ
น้ำท่วมในหมู่บ้านเสนานิเวศน์ครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้กับหมู่บ้านอื่นๆที่ถูกเจ้าของหมู่บ้านทอดทิ้ง จนชาวบ้านต้องมารับกรรม หากดำเนินการเสียตั้งแต่แรก ก็คงไม่เดือดร้อนมากมายเท่านี้
โฟโต้ออนทัวร์
18 พฤศจิกายน 2554
|