Events Cambodia Crisis , 29-Jan-2003   The High Quality Photo Website         เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
 Home > Events > CambodiaCrisis > News2 News 1 <Click>
  ข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546    
ผจก.สาวแฉนาที 'เขมรทมิฬ' จ้องข่มขืน!
หลังสถานการณ์จลาจลเผาสถานทูตไทยและกิจการร้านค้าของคนไทยในกรุงพนมเปญ เริ่มคลี่คลาย โดยทางการกัมพูชา
อ้างว่า สามารถคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว และทยอยสำรวจกับประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของ คนไทย
ในพนมเปญแล้ว ขณะที่คนไทยที่รอดตายมาได้เผยเหตุการณ์สุดหฤโหด

ทั้งนี้ในวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากทรัพย์สิน และข้าวของของคนไทยที่ถูกม็อบชาวเขมรทุบทำลายและปล้น
ชิงไปจนหลายรายแทบหมดตัวแล้ว ยังมีผู้รอดตายกลับมาหลายคนร่วมเผยนาทีวิกฤติที่หวิดเอา ชีวิตไม่รอด และหญิงไทย
หลายรายที่เกือบตกเป็นเหยื่อกามของชาวเขมรที่คลุ้มคลั่งด้วย โดยได้รับการเปิดเผยจากนางนารีรัตน์ พานทอง อายุ 48 ปี
ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมรอยัล พนมเปญ เหยื่อที่รอดตายมาได้จากเหตุการณ์ จลาจลในกรุงพนมเปญ และโชคดีที่พ้นจากมือ
ม็อบชาวเขมรที่ลากตัวไปรุมข่มขืนได้อย่างหวุดหวิดว่า วันเกิดเหตุมาทำงานตามปกติ ไม่คิดว่าจะมีเรื่องร้ายแรงขนาดนี้
กระทั่งเวลา 15.00 น. รู้ว่ามีการก่อม็อบหน้าสถานทูตไทยที่อยู่ห่างจากโรงแรมไปราว 1 กม. มีการเผายางรถยนต์เห็นควัน
ไฟพวยพุ่ง จากนั้นตนจึงออกจากออฟฟิศประมาณ 17.00 น. ก็เห็นควันไฟหน้าสถานทูตเต็มไปหมด จึงรีบกลับเข้าไปใน
ออฟฟิศ สั่งการให้ รปภ.ดูแลเรื่องความปลอดภัย ต่อมาเวลา 18.00 น. มีพนักงานชาวเขมรบอกให้ระวังโรงแรม เพราะม็อบ
กำลังบุกเข้าไปในสถานทูตไทยแล้ว

 
 

ช่วงวิกฤติแต่ตำรวจหายหัว
นางนารีรัตน์กล่าวว่า ตอนนั้นทราบแล้วว่ามีการบุกสถานทูตไทย เอาธงชาติมาเผา ทำลายข้าวของ จึงรีบติดต่อทูตไทยก็รู้ว่ากำลัง
หนี ก็เลยบอกให้หนีมาด้านหลังโรงแรม เพราะมั่นใจว่าโรงแรมปลอดภัยที่สุด ขณะที่รอทูตไทยอยู่ราว 1 ชม. ก็วิ่งมาดูด้านหน้า
รปภ.บอกว่ามีการเคลื่อนม็อบมาหน้าโรงแรมแล้ว ตอนนั้นเริ่มใจเสียมาก พยายามให้ รปภ.ติดต่อตำรวจมาอารักขา แต่ไม่สามารถ
ติดต่อใครได้ จึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการให้ รปภ.กับเจ้าหน้าที่บางส่วนตรึงกำลังไว้ตามจุดต่างๆ จากนั้นประมาณ 19.00 น.
ลูกน้องมาบอกว่าม็อบบุกเข้าไปในห้องอาหารของโรงแรมแล้ว ซึ่งขณะนั้นภายในห้องอาหารมีการเตรียมโต๊ะไว้ 13 โต๊ะ และหมู
หัน 13 ตัว เพื่อเลี้ยงรับรองคณะของนายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์ ที่ต่อมาถูกยกเลิกไป

หนีตายซุกตัวในห้องน้ำ
นางนารีรัตน์กล่าวอีกว่า วินาทีนั้นกลุ่มม็อบบุกเข้าไปในห้องอาหารกับห้องครัวทุบทำลายข้าวของ ตอนนั้นตนอยู่บริเวณล็อบบี้
โรงแรมกับทูตไทยและเจ้าหน้าที่สถานทูตอีก 7 คน เห็นกลุ่มม็อบนับร้อยคนกรูเข้ามา รู้สึกตกใจมาก บอกรีเซพชั่นให้รีบเก็บเงิน
หนี ส่วนตนกับคณะทั้งหมดรีบหลบไปอยู่ในห้องหมายเลข 415 ซึ่งตอนนั้นไฟในโรงแรมดับหมดแล้ว หลังจากนั้นได้ยินเสียง
กระจกแตกเยอะมาก รู้สึกกลัวมาก ทุกคนนั่งอยู่ในห้องอย่างเงียบๆ ราว 1 ชั่วโมง ได้ยินเสียงทุบกระจกบริเวณหน้าห้อง จึงรีบบอก
ให้ทุกคนหลบเข้าไปในห้องน้ำแล้วล็อกประตูห้องทันที

กวาดทรัพย์แล้วย้อนมาหาคนไทย
นางนารีรัตน์เล่าอีกว่า ขณะนั้นกลุ่มม็อบราว40 คน พังประตูห้องเข้ามา ตนแอบดูทางช่องระแนงไม้ประตูห้องน้ำ เห็นกลุ่มม็อบ
ฅกวาดทรัพย์สินมีค่าทุกอย่างทั้งเหล้า ตู้เย็น โทรทัศน์ออกไปจนเกลี้ยง หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง กลุ่มม็อบกรูเข้ามาจับลูก
บิดประตูห้องน้ำ ตอนนั้นเริ่มใจเสีย คิดว่าตายแน่แล้ว และเมื่อไม่สามารถเปิดประตูห้องน้ำได้ กลุ่มม็อบนำไม้หน้าสามมาทุบ
ระแนงไม้ประตูห้องน้ำจนหัก ด้วยความตกใจ จึงเอามือดันประตูไว้ กลุ่มม็อบก็ล้วงเข้ามาจับมือตนแล้วเรียกพวกเข้ามาดันประตู
ซึ่งพยายามดันต้านไว้ แต่ต้านไม่ไหว ในที่สุดกลุ่มม็อบก็พังประตูห้องน้ำเข้ามาได้สำเร็จ

ถูกลวนลามพร้อมเลขานุการสถานทูต
เมื่อพังประตูเข้ามาได้ กลุ่มม็อบนำไฟแช็กมาจุดส่องดูหน้าทีละคน แล้วถามว่าเป็นคนไทยหรือไม่ ซึ่งทุกคนใช้วิธีแกล้งพูดเป็น
ภาษาจีน เพื่อแสดงให้รู้ว่าเป็นคนจีน แต่แทนที่กลุ่มม็อบจะหยุดอยู่แค่นั้น กลับย่ามใจ ด้วยการกระชากตนกับคุณจี้ เลขานุการเอก
สถานทูตไทย ออกจากห้องน้ำ แล้วพยายามแยกไปอยู่คนละห้อง ตนกับคุณจี้จับมือกันแน่น ขืนตัวเองเอาไว้ ระหว่างนั้นล็อบบี้ห้อง
พักเริ่มมีไฟไหม้ขึ้นมา ขณะที่กลุ่มม็อบพยายามลวนลาม ล้วงควักเข้าไปในหน้าอก ดึงเสื้อ ดึงกางเกง และกระชากสร้อย แหวนที่
ติดตัวออกไป ส่วนเลขานุการเอกสถานทูตฯ ถูกกลุ่มม็อบลวนลามทั้งดึงกระโปรง ดึงเสื้อจนหลุดลุ่ย" ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมรอยัล
พนมเปญ กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ม็อบเขมรล้อมกรอบกระชากเสื้อผ้า
นางนารีรัตน์กล่าวว่า หลังจากขัดขืนอยู่เป็นเวลานาน ตนกับเลขานุการเอกสถานทูตไทยสามารถสะบัดหนีออกมาบริเวณสระน้ำ
ได้ ก่อนจะเจอกับกลุ่มนักศึกษา โพกผ้าสีขาว ถือไม้หน้าสาม เข้ามาถามว่าเป็นคนไทยหรือไม่ พร้อมๆ กับพยายามลวนลาม และถูก
กระชากลากถูอีกครั้ง ซึ่งพยายามพูดภาษาจีนเพื่อร้องขอชีวิตออกไปแล้วรีบวิ่งหนี แต่ยังมีกลุ่มม็อบ 4-5 คน เข้ารุมล้อมพยายามดึง
กางเกง ดึงเสื้อออก ขณะที่เลขานุการเอกสถานทูตไทยถูกกลุ่มม็อบราว 7 คน รุมกระชากเสื้อผ้าจนขาดวิ่น ตนเองพยายามสู้จนสุด
ชีวิต ด้วยความเป็นคนตัวใหญ่จึงสะบัดหนีจากสถานการณ์เลวร้ายตรงนั้นไปได้

หนีซ่อนตัวหลายจุดก่อนรอดมาได้
จากนั้นพอวิ่งหนีพ้นมาได้ ก็วิ่งไปทางโกดังยาพบกลุ่มม็อบกำลังขนยาอยู่ จึงแกล้งทำท่าทางเหมือนผู้ชายแล้วเก็บของ เพื่อให้กลม
กลืนไปกับกลุ่มม็อบ ก่อนจะไปหลบอยู่ในห้องปั่นไฟฟ้าประมาณ 2 ชม. หลังจากนั้นผนังห้องเริ่มร้อน จึงรู้ว่าเริ่มมีไฟลุกไหม้ จึง
หาทางหนีออกจากห้องดังกล่าว เพราะมีน้ำมันอยู่เต็มไปหมด จนสามารถออกมาทางห้องสปาไปหลบอยู่ในเรือนเพาะชำต้นม้
ประมาณ 1 ชม. เพื่อดูสถานการณ์ ก่อนจะเหลือบไปเห็น สห.หน้าโรงแรม จึงเดินออกไปหน้าโรงแรม เห็นแขกฝรั่งของโรงแรม
2 คน ยืนถือผ้าเช็ดตัวอยู่ จึงรีบเข้าไปขอผ้าเช็ดตัวแล้วนำมาคลุมหัวปลอมเป็นชาวเขมร ก่อนชักชวนกันลัดเลาะไปตามท้องถนน
ผ่านกลุ่มม็อบที่ประท้วงอยู่เป็นระยะ จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย ขณะที่เลขานุการเอกสถานทูตไทยที่มาเจอกัน
ภายหลังทราบว่าได้รับการช่วยเหลือจาก สห. จนรอดพ้นการถูกข่มขืน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าป่าเถื่อนมาก อย่างไรก็
ตาม หากมีการกลับไปสร้างโรงแรมรอยัล พนมเปญ อีกครั้ง จะกลับไปทำงานอีก เพราะสู้กับนายสุภชัย วีระภุชงค์ กรรมการ
ผู้จัดการ กันมานาน

สาวบริษัทสามารถอาการน่าห่วง
สำหรับเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ ผู้สื่อข่าวรายงานในวันเดียวกันว่า แพทย์
อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านแล้ว 1 ราย คือนายปรีชา สุทธิประสิทธิ์ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ส่วนคนไข้ที่ยังเหลืออยู่
แพทย์ย้ายไปพักในห้องพิเศษวีไอพี ชั้น 10 อาคารคุ้มเกล้ายกเว้นนางประภัสสร พละศักดิ์ พนักงานของบริษัท สามารถ-คอร์ปอเร
ชั่น ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเปลวไฟลวกตามร่างกาย และสูดควันพิษเข้าไปจนมีอาการหายใจขัดข้อง แพทย์ต้องนำตัวเข้าไป
รักษาในห้องฉุกเฉินปลอดเชื้อ (ไอซียูบี)

ตำรวจห่วงมือที่สามทำร้ายดาราสาว
ส่วนสถานการณ์การดูแลความสงบหน้าสถานทูตกัมพูชาในไทย และแรงงานเขมรในไทยนั้น พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร.
กล่าวว่า ชาวกัมพูชาในประเทศไทย ผู้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพในประเทศไทย เมื่อหมดอายุไม่ให้ต่อ ได้เตรียมมาตรการผลักดันออก
นอกประเทศ ส่วนสถานการณ์ที่หน้าสถานทูตกัมพูชา คิดว่าควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศไทยได้ ได้เพิ่มกำลังเจ้า
หน้าที่วางแผงเหล็กกั้น กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ออกห่าง จากสถานทูตกัมพูชา เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งซึ่งหน้า นอกจากนี้
ตำรวจได้ติดต่อสอบถามเรื่องความปลอดภัยของสุวนันท์ คงยิ่ง ดาราสาว ซึ่งทราบว่าอยู่ในอาการตกใจ แต่ได้หลบอยู่ในสถานที่
ปลอดภัยแล้ว จึงแจ้งว่า หากจะเดินทางออกไปที่ใดถ้าเกรงจะมีอันตราย สามารถขอกำลังตำรวจไปดูแลได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่
ได้กลัวว่าคนต่างชาติจะโกรธเข้ามาทำร้ายดาราสาว แต่กลัวว่าคนที่ไม่ชอบจะฉวยโอกาสเป็นมือที่สามเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์

"ทักษิณ" จวกการเมืองเขมรน้ำเน่า
ส่วนความเคลื่อนไหวของรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.15 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายก
รัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึง ความคืบหน้าเหตุการณ์เผาสถานเอกอัครราชทูตไทย ในกัมพูชาว่า ทางกัมพูชารับสารภาพหมดทุกอย่าง
แล้วว่ามีการปั่นกันภายใน และที่จับกุมได้ก็สารภาพว่ามีวิธีการปั่นกันอย่างไร ถือเป็นการเมืองภายในของกัมพูชา บางทีนักการ
เมืองก็ไม่รับผิดชอบอะไร ขอแค่ให้ได้คะแนนเสียง ยอมเอาทุกประเด็น พวกการเมืองน้ำเน่า การเมืองรุ่นโบราณ ทำให้เกิดความ
เสียหายมาก โดยเฉพาะด้านการลงทุน สำหรับการลงทุนของไทยที่จะไปลงทุน ในกัมพูชาก็ต้องชะงักงันพอสมควร เพราะหวาด
เสียวกันไปหมดแล้ว

สถานการณ์ให้บทเรียนมากมาย
ต่อมาเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เรื่องการประเมินค่าเสียหายยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดว่าอะไรเป็น
อะไร แต่พอรู้ว่ามีอะไรเสียหายบ้าง ส่วนคนที่เสียชีวิตนั้นไม่ใช่คนไทย เป็นคนกัมพูชา แต่ขณะนี้ภาวะจิตใจเป็นเรื่องที่แย่ เพราะ
เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียน ซึ่งหลังจากสืบสวนแล้วคงเป็นบทเรียนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนของนัก
ฉกฉวยโอกาส บทเรียนของผลประโยชน์ทางการเมืองมากเกินไป หรือบทเรียนของสื่อมวลชนที่ทำอะไรขึ้นมา โดยไม่เหมาะสม
ซึ่งมันจะเป็นบทเรียนของหลายฝ่ายและความเสียหายนี้ถือเป็นความเสียหาย ในภาวะจิตใจของประชาชนต่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้ว่ากัมพูชามีคำตอบชัดเจน แต่ว่าระหว่างประชาชน 2 ประเทศยังมีแผลกันอยู่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า เรื่องนี้ต้อง
ใช้เวลา สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนี้จะให้หายไปในช่วง 10 วัน 20 วัน เป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกของประชาชนต้องค่อยๆแก้กันไป ซึ่งจะแก้
ได้เร็วหรือช้า อยู่ที่ความจริงใจของรัฐบาลกัมพูชา และอยู่ที่รัฐบาลกัมพูชาจะส่งเสริมความเข้าใจ ในหมู่ของประชาชนกัมพูชาด้วย
ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่เคยคิดอยากได้ใคร่ดีของใคร โดยเฉพาะรัฐบาลนี้เข้ามาก็ประกาศ การพึ่งตัวเราเองอยู่ ส่วนตัว
เลขที่จะให้กัมพูชาชดใช้ สถานทูตและกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ ซึ่งจะมีคณะทำงานร่วมกันขึ้นมาพิจารณา แต่
ปัญหาวันนี้คือความจริงใจและหากยอมรับที่จะแก้ ปัญหา และการแก้ปัญหาตรงนี้จะเป็นเรื่องสำคัญกว่า และตอนนี้รัฐบาลกัมพูชา
ทำหนังสือ แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับที่จะชดใช้ค่าเสียหายอย่างไม่มีเงื่อนไข และจะตั้งคณะกรรมการขึ้น
มาเพื่อพิจารณาร่วมกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งความเสียหายในภาคเอกชน จะสืบสวนจับกุมคนที่อยู่เบื้องหลังที่ก่อการทั้งหมด
ขณะนี้จับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อปัญหาทั้งหมดได้ 100 กว่าคนแล้ว และเร่งจับตัวบงการใหญ่ เช่น หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ 2 พรรค
ที่ตั้งขึ้นมา ที่สร้างปัญหาเพื่อหวังจะได้คะแนน ซึ่งพอดีที่จะมีการเลือกตั้งด้วยมันก็เลยเลอะเทอะ

ไทยพร้อมส่งชุดสืบสวนร่วม
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กัมพูชาให้ความมั่นใจการจับตัวผู้บงการแค่ไหน พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า เชื่อว่าเขาต้องทำได้ ถ้าไม่ทำ คำตอบไม่
พอเพียง ตอบประชาชนทั้งของเขาและของเราไม่ได้ ซึ่งเราพร้อมที่ช่วยด้วยการส่งชุดสืบสวนสอบสวนของไทยเข้าไปร่วม กำลังดู
ว่าเขาต้องการหรือไม่ ส่วนเรื่องที่จะขอตัวผู้บงการมาดำเนินคดีในไทยนั้น ขณะนี้กำลังดูข้อกฎหมายอยู่ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งสอง
ทาง เนื่องจากเหตุการณ์เกิดในประเทศกัมพูชา แต่บังเอิญมีเหตุการณ์บางส่วนเกิดในสถานทูตไทยทับซ้อนกันอยู่ ซึ่งเขาต้องเร่ง
ดำเนินการแน่ เพราะเขาได้รับผลกระทบไม่น้อย เศรษฐกิจหยุดอย่างแรง ไม่ใช่หยุดธรรมดา ตอนนี้สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี
กัมพูชา กำลังรีบทำงาน และส่งจดหมายตอบกลับมาตลอด แต่ไม่ได้โทรศัพท์คุยกัน

ไม่ผิดที่จับเขมรลอบเข้าเมือง
ต่อข้อถามว่า การกวาดล้างแรงงานกัมพูชาและขอทานออกไปในช่วงนี้ ถือเป็นมาตรการตอบโต้ด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า
เป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้ว ทุกประเทศทุกชาติ หากเข้ามาผิดกฎหมาย เพราะขณะนี้มีแรงงานเข้ามาอย่างผิดกฎหมายเยอะมาก เราก็
ต้องทำ ไม่เช่นนั้น หากมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น จะเสียหายแก่ประเทศ และไม่คิดว่ากัมพูชาจะมองเจตนาเราผิด เพราะเราทำกับแรงงาน
ผิดกฎหมายทุกประเทศ

หยุดให้ความช่วยเหลือทุกด้าน
ส่วนมาตรการตอบโต้กัมพูชาที่ตามมา พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.เป็นต้นไป เราหยุดให้ความช่วยเหลือด้านวิชา
การและเศรษฐกิจทุกอย่าง จนกว่าความสัมพันธ์จะกลับมาสู่ภาวะปกติ นั่นคือการเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งภาษาทางการทูต
เรียกว่าเลเมดี้ คือมีคำอธิบายที่ถูกต้อง มีการจับกุมผู้ต้องหาและต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ทุ่มเทและจริงใจ ทั้ง 3 ข้อนี้ กัมพูชา
ต้องทำให้ได้ และทุกอย่างจะกลับมา สามารถตอบกับประชาชนให้เข้าใจได้ แต่ความช่วยเหลือทุกอย่างขณะนี้เราจะหยุดไปก่อน


เขมรยอมรับผิด 3 ข้อ
ขณะที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลกัมพูชาประกาศยอมรับผิด ต่อเหตุการณ์เผาสถานทูต
ไทย ในกรุงพนมเปญ หลังจากที่กระทรวงต่างประเทศทำหนังสือประท้วงอย่างรุนแรง ต่อเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศ
ไทยว่า กัมพูชายอมรับผิดตามที่ไทยทำหนังสือประท้วงไป 3 ข้อ คือ 1. กล่าวขอโทษรัฐบาลไทยและคนไทยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
2. ยินดีชดใช้ค่าเสียหายทางธุรกิจทั้งหมดของคนไทยที่ถูกทำลาย 3. เร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด ที่ผ่านมากัมพูชา
ได้พยายามอย่างเต็มที่ และต่อไปจะหารือกันเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ตลอดจนแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาเพื่อประโยชน์ของทั้งสอง
ประเทศ

ปล่อยเขมรจัดการคนผิดเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า บรรณาธิการหนังสือพิมพ์รัศมีอังกอร์ที่เป็นต้นตอลงข่าว น.ส.สุวนันท์ คงยิ่ง ได้ยอมรับผิดว่าไม่ได้ตรวจสอบข่าว
ก่อนลงตีพิมพ์ พล.อ.ชวลิตตอบว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาต้องจัดการเอง อย่างไรก็ตามไม่ว่าเรื่องใดจะไปลงโทษคนกัมพูชาโดย
รัฐบาลไทยนั้นไม่ถูกต้อง ไม่มีใครปฏิบัติกัน ทำได้แค่แสดงความห่วงใยและความต้องการผ่านไปยังรัฐบาลกัมพูชาเพื่อให้ดำเนิน
การ ส่วนเรื่องการลงทุนกัมพูชาต่อไปนั้น ไทยยินดีจะหารือเรื่องการลงทุนต่อไป หากกัมพูชาสามารถเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้ง
หมดได้ นายกรัฐมนตรีคงไม่ใจร้ายกับกัมพูชา ส่วนการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จะปิดต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเรื่องจะเสร็จ ส่วน
ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับรายงาน เพราะต้องรอประเมินความเสียหายก่อน

ไม่ปิดด่านแต่กวดขันคนเข้าออก
ส่วน พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ในเวลาเดียวกันว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่ได้ประกาศปิด
ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเป็นทางการ เพียงแต่กวดขันการเข้าออกมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะห้ามคนกัมพูชาข้ามมา
ประเทศไทย คนไทยก็ห้ามออก เรื่องการค้าต่างๆ ก็ระงับไว้หมด อย่างไรก็ตามทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศที่ผ่านการประทับ
ตราออกไปจากประเทศไทย และตกค้างอยู่จะให้เดินทางกลับเข้ามาได้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบถึงเรื่องบ่อนการพนันที่คน
ไทยหวังว่าจะเดินทางไปเล่น ในช่วงตรุษจีนอย่างมากหรือไม่ พล.อ.ธรรมรักษ์ตอบว่า "ไอ้พวกนี้ก็เจ๊งหมดแหละ"

วิเคราะห์เบื้องหลังวางแผนมาดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า กองกำลังทหารจำเป็นต้องไปเสริมตามแนวชายแดนหรือไม่ รมว.กลาโหมตอบว่า บริเวณดังกล่าวเรามีกองกำลัง
สุรนารี บูรพา และที่จันทบุรี ตราดอยู่แล้ว เมื่อมีเรื่องเขาจะดูแลเข้มงวดขึ้น ส่วนการสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์ ในกัมพูชาถึง
สาเหตุที่รุนแรงและเบื้องหลังต่างๆ นั้น พล.อ.ธรรมรักษ์กล่าวว่า เขาเล่นการเมืองกันแต่คุมไม่ได้ ส่วนที่มีบางกระแสวิเคราะห์ว่า
มีการวางแผนจากกลุ่มภายนอกที่จ้องเล่นงานประเทศไทยนั้น แล้วแต่จะคิด แต่ไม่น่าจะใช่ ต้องดูกันไปเรื่อยๆ เพราะอาจเป็น
ไปได้ทุกอย่าง แต่ที่เห็นเป็นขั้นเป็นตอน เพราะพวกจัดตั้งกันมา

 
 
 
 
 
Photoontour.Com