ภาพน้ำท่วมย่านดอนเมือง 23 ตค.54 (ตอนที่ 2)
(บันทึกภาพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตค.54)
ภาพชุดนี้ต่อจากตอนที่แล้ว หลังหยุดดูสถานการณ์ที่บริเวณหน้าห้างเมอร์รี่คิงส์เก่า ที่ไม่ไกลจากห้างบิ๊กซีดอนเมืองมากนัก ขณะถ่ายภาพในบริเวณนี้ได้สักพักใหญ่ๆ รู้สึกว่ามีความคึกคักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งรถราที่เริ่มมาก และผู้คนก็กำลังทะยอยกันอพยพ
ครั้งแรกตั้งใจจะไปให้ถึงฟิวเจอร์รังสิตแต่คิดว่าคงไปลำบากเพราะระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ และอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริเวณนี้อยู่ใกล้คลองรังสิตที่มีข่าวว่าน้ำทะลักล้นคลองจนท่วมย่านดอนเมือง และจะยังจะสร้างวิกฤติให้น่าหนักใจกันต่อไป
สังเกตได้ว่าน้ำที่ไหลผ่านตามฟูตบาทหรือริมถนนไหลค่อนข้างเชียว การก้าวเดินจึงต้องไปแบบช้าๆ ยิ่งเมื่อเดินไปยังกึ่งกลางถนน ก็รู้ได้ทันทีว่ามีน้ำกำลังไหลผ่านมาอยู่ตลอดเวลา คาดว่าอีกไม่นานคงท่วมหนักแน่ และยิ่งเห็นผู้คนเริ่มอพยพออกมาจากบ้านที่อยู่ในซอยลึกไปจากถนน พร้อมกับได้สอบถามจึงทราบว่าหลายจุดในพื้นที่ดอนเมือง ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างน่ากลัว จึงคิดว่าคงอยู่ไม่ได้แล้วและต้องไปอาศัยอยู่กับญาติ
ใครมาอยู่ในบริเวณนี้แล้วก็คงรู้สึกว่าสถานการณ์เลวร้ายลงทุกขณะ ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้รถเล็กมีปัญหา และพลอยทำให้รถคันที่วิ่งตามๆมาชงักไปด้วย หากแก้ไขไม่ได้ หรือหารถมายกออกไปไม่ได้ก็คาดว่าจมมิดน้ำแน่
จากนั้นก็จะข้ามไปอีกฝั่งถนนเพื่อบันทึกภาพต่อไป เห็นเรือยาง 2-3 ลำของทหารอากาศคอยบริการรับ-ส่ง ประชาชน จึงขออาสาขึ้นไปด้วย ได้ยินว่าจะไปรังสิต
นี่เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสนั่งเรือยาง รู้สึกว่ามีความปลอดภัยพอสมควร ขณะวิ่งไปบนผิวน้ำดูจะไม่โคลงเคลงเหมือนเรือทั่วไป อาจเป็นเพราะเป็นเรือยางท้องแบน และมีความยึดหยุ่นสูง
หลังจากเรือพาไปส่งผู้คนตามริมคลองต่างๆที่อยู่ค่อนข้างลึกจึงกลับมาที่เดิม
ถึงตรงนี้ก็ต้องหารถกลับกันแล้ว ยิ่งค่ำก็ยิ่งหารถกลับลำบาก แต่ก็ยังพอจะหาได้บ้าง พอดีมีหกล้อคันหนึ่งจะไปแค่ลำลูกกา คิดว่าขึ้นไปก่อนแล้วไปต่อรถเอาข้างหน้า ซึ่งขณะนี้รถบริการของทหารเริ่มมีน้อยลง
เวลานี้ราวหกโมงเย็น ขณะรถขับผ่านอนุสรณ์สถานธูปะเตมีย์ในยามหัวค่ำ จึงถ่ายไว้เป็นภาพสุดท้ายของวันนี้ จากนั้นก็เก็บกล้องลงกระเป๋า หลังรถเลี้ยวเข้ามาในถนนลำลูกกาและกำลังฝ่าระดับน้ำที่ความสูงราว 60 ซม.
แต่รถคันนี้เป็นรถบรรทุกที่ใช้ขนของ การปีนลงจากรถท่าทางจะยุ่งยาก และรถก็สูงพอสมควร ไม่มีบันใดให้ก้าวได้สะดวกเหมือนรถของทหารที่ให้บริการ
ทุกอย่างดูเหมือนเรียบร้อย ผู้โดยสารที่ขอติดมากับรถค่อยๆหย่อนตัวเลง แต่เมื่อลงถึงไปแช่น้ำกับพื้นเรียบร้อยแล้ว มีความรู้สึกว่ากระเป๋ากล้องมีน้ำหนักเบาผิดปกติ เมื่อล้วงในกระเป๋าปรากฏว่าไม่มีกล้องมีแต่ผ้าขนหนูไว้เช็ดเหงื่อ คิดว่ากล้องตกน้ำเป็นแน่ และก็เป็นจริงด้วยเพราะเห็นสายกล้องโผล่ลอยเหนือน้ำข้างๆตัว จึงรีบคว้าไว้พร้อมกับหาผ้าเช็ดให้แห้ง
กล้องตกน้ำก็เนื่องจาก กระเป๋าตีลังกาพร้อมๆกับการก้าวลง จึงลอดช่องกลางออกไปด้านข้าง อีกอย่างหนึ่งได้ปิดกระเป๋าแบบหลวมๆจึงเกิดปัญหา คิดว่าหากลงรถแบบไม่ผาดโผนนักกล้องก็คงจะไม่ตกน้ำตกท่า
เมื่อมาถึงบ้านจัดการทำให้แห้งด้วยไดร์เป่าผม
แต่เอาไม่อยู่ครับ หลังจากไปที่ศูนย์ซ่อมเจ้าหน้าที่ส่ายหัวบอกซ่อมไม่ได้ หากซ่อมก็จะเสียต่าใช้จ่ายสูงมาก
เป็นอันว่าเรียบร้อยโรงเรียนลำลูกกาในค่ำคืนนั้น แต่ก็โชคดีที่รีบถอดเมมโมรี่การ์ดและแบตเตอรี่ออกมาได้ทัน ไม่เช่นนั้นภาพชุดดอนเมืองทั้ง 2 ตอน คงไม่มีโอกาสได้เห็น
และต้องขอขอบคุณผู้ไม่ประสงคฺ์จะออกนามที่ชื่อ ศิริศักดิ์ ช. เพื่อนที่เคยร่วมงาน ได้อนุเคราะห์กล้องรุ่นเก่ามาให้ไช้ (หลังตื้อขอให้ขายกล้องที่ใช้อยู่ แต่แกไม่ยอมขาย) กล้องรุ่นนี้แม้จะใช้ไม่คล่องมือเหมือนรุ่นที่ใช้อยู่ แต่ก็ถือว่าแก้ขัดได้ทันท่วงที เพราะต้องการจะถ่ายภาพเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพให้ได้มากที่สุด เพราะชีวิตนี้คงหาดูได้ยาก แม้ขณะนี้ในเขตที่อาศัยก็ถูกประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ต่อมาก็พัฒนามาเป็นเฝ้ารังวังเป็นพิเศษ ลำดับต่อไปก็จะยกระดับให้เป็นพื้นที่อพยพ ขณะนี้ก็ยกของขึ้นที่สูงเป็นบางส่วนพร้อมกับแพคกระเป๋าเสื้อผ้าไว้เรียบร้อยแล้ว
ไม่มีปัญหาครับ ถ้าระดับน้ำสูงมากขึ้นก็คงต้องเผ่น เหตุการณ์ที่ต้องทิ้งบ้านทิ้งเรือน หาไม่ได้ง่ายๆ หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่าโชคดี แต่ตอนนี้น้ำมันมาช้ากว่าที่คิด แค่วันละ 10 -15 ซม. เท่านั้นเอง เบื่อรอแล้วครับ
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้กันต่อไป และขณะนี้กล้องที่รับบริจาค ก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ในชุดน้ำท่วมย่านปิ่นเกล้า ซึ่งถ่ายเมื่อวันที่ 28 ตค.54 เป็นชุดแรก จากนั้นก็จะมีภาพน้ำท่วมมาให้ชมกันอย่างต่อเนื่อง
และนับจากนั้นเป็นต้นไปก็จะเห็นภาพจากกล้องบริจาค D40 พร้อม เลนส์ 18-55 มม. ที่ซื้อพร้อมกล้อง
จากนี้ก็คงต้องรีดประสิทธิภาพของกล้องรุ่นนี้ออกมาให้หมด
หากนับอายุรุ่นนี้ก็ถือว่านานทีเดียว ได้ยินว่าเป็นกล้องประเภท DSLR รุ่นแรกของค่าย Nikon
โฟโต้ออนทัวร์
1 พฤศจิกายน 2554
|