บันทึกความทรงจำจากเขาค้อ ภาพ
คงน้อยคนนักที่จะมีความทรงจำหรือรับรู้เรื่องราวของสมรภุมิรบในอดีต ณ ดินแดนรอยต่อของสามจังหวัด หรือบริเวณที่เรียกว่าเขาค้อจากภาพถ่าย และวีดีโอ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมยังพิพิธภัณฑ์ทหารของเขาค้อ รวมทั้งอนุสาวรีย์ และรายชื่อทหารหาญ รวมทั้งอาสาสมัครที่เข้าร่วมรบในยุทธภูมิครั้งนั้น ซึ่งมีชื่อจานึกไว้ยังอนุสรณ์สถานบนยอดเขาค้อ เป็นเครื่องเตือนความทรงจำให้คนไทยได้รับรู้ว่า ครั้งหนึ่งคนไทยเผ่าพันธ์เดียวกันนี้มีความแตกแยกทางความคิด และต้องต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ จนเกิดการรบราฆ่าฟัน และสูญเสียชีวิตกันมากมายนับร้อยนับพัน จะเรียกได้ว่าบริเวณเขาค้อนี้เต็มไปด้วยเลือดของคนไทยที่เข่นฆ่ากันเองก็คงจะไม่ผิดนัก
ภายหลังจากเหตุการณ์สงบราบคาบลง ภายใต้การบัญชาการรบของ พลเอกพิจิตร กุลวาณิชย์ ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคในขณะนั้น โดยการนำพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางปฏิบัติ จนประสพความสำเร็จและถือเป็นสิ้นสุดเสียงปืนอย่างแท้จริง
ต่อมาพื้นที่สมรภูมิรบเหล่านี้ได้ถูกจัดสรรให้ชาวบ้าน ชาวเขา และทหารรวมทั้งอาสาสมัครได้เข้ามาทำกิน ทำอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญด้านการเกษตรในเวลาต่อมา รวมทั้งทางทหารได้เข้ามามีส่วนพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างถนนหนทางให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก และได้สร้างพระราชวังสมเด็จย่า ณ กลางขุนเขาแห่งนี้ เพื่อเป็นสัญญลักษณ์แห่งศูนย์รวมความสงบสุขและร่มเย็น และเป็นการเริ่มต้นที่จะยกระดับสมรภูมิรบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเวลาต่อมา ซึ่งถือเป็นปราการปกป้องให้พื้นที่นี้รอดพ้นจากการยึดครองของฝ่ายตรงข้าม ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกับการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ
ปัจจุบัน เขาค้อ ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้เดินทางเข้ามาสัมผัสธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมเที่ยว ยังสถานท่องเที่ยวอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกันได้ เช่น อุทยานทุ่งแสลงหลวง น้ำตกต่างๆที่อยู่ไม่ห่างไกลจากเขาค้อมากนัก รวมทั้งภูหินร่องกล้า ที่อยู่ใกล้กัน
นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวได้ 2 เส้นทาง
เส้นทางสระบุรี-เพชรบูรณ์-เขาค้อ โดยอาจแวะเที่ยวลพบุรีชมทุ่งทานตะวันแล้วจึงวกกลับมาที่เพชรบูรณ์ นอนพักที่เขาค้อส่วนขากลับก็ใช้เส้นทางพิษณุโลก เที่ยวน้ำตกต่างๆระหว่างทาง แวะนมัสการหลวงพ่อพุทธชินราชก่อนเข้ากรุงเทพ ถ้ามีเวลาก็น่าหาโอกาสนมัสการพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี
อีกเส้นทางหนึ่งมาตามเส้นทางจังหวัดพิษณุโลก แวะเที่ยวน้ำตกตามเส้นทางแล้วขึ้นมาพักบนเขาค้อ ส่วนขากลับก็ใช้เส้นทางหล่มสัก- เพชรบูรณ์ แวะทานไก่ย่างวิเชียรบุรี ผ่านสระบุรีแล้วเข้ากรุงเทพ ซึ่งหากมีเวลายังสามารถแวะทุ่งทานตะวันได้ หากท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว
ถ้ามาเองก็ใช้บริการรถประจำทาง กรุงเทพ-หล่มสัก แล้วต่อรถสาย หล่มสัก-พิษณุโลก ซึ่งเขาค้อจะอยู่บนเขาระหว่างหล่มสัก- พิษณุโลกหรือจากกรุงเทพมาถึงหล่มสักแล้ว อาจต่อรถสองแถวเล็กขึ้นไปยังเขาค้อตามจุดพักที่ต้องการได้ หรืออาจจะเหมาชมเขาค้อทั้งวันแล้วกลับมาที่เดิมเพื่อนั่งรถกลับกรุงเทพก็ได้เช่นกัน
สถานที่พักบนเขาค้อมีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่นอนเต้นพักแรมไปจนถึงโรงแรมและรีสอร์ตในระดับ 5 ดาว หรือถ้าคิดจะนอนดูดาวให้ใกล้ชิดแล้ว นอนเต้นท์น่าจะเหมาะที่สุด จะเห็นดวงดาวเพียงแค่เอื้อม
ระยะทางประมาณ ไม่เกิน 400 กม.จากกรุงเทพ คงไม่ไกลเกินไปนักที่จะเดินทางมาสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายบนขุนเขาแห่งนี้ใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าครั้งต่อไปจะไปเที่ยวที่ไหนดี เขาค้อ น่าจะเป็นทางเลือกที่อาจสร้างความประทับใจ เช่นเดียวกับอีกหลายๆคนที่เคยมาเยือน มาแล้วจะได้พิสูจน์ว่า เขาค้อ เหมือนดั่งฉายาที่เรียกกันมานานว่า "สวิสเซอร์แลนด์ของเมืองไทย " หรือไม่
เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
16 ธันวาคม 2545
|