The Professional Photo Website   :   เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
  Home > Gallery >Phuket FantaSea  
Phuket FantaSea
Part I

ในอาณาบริเวณของภูเก็ตแฟนตาซี ที่อยู่ไม่ไกลจากหาดกมลา ถูกเนรมิต ให้เป็นศูนย์ความบันเทิงทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ ของเกาะภูเก็ตและของประเทศ ที่รวมรวมศิลปะ วัฒนธรรมไทย มาไว้ในสถานที่แห่งนี้ ้ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ด้วยเงินลงทุนมหาศาล ถึง3 พันกว่าล้านบาท สร้างหมู่บ้านทรงไทยและปราสาทโรงละคร หรือปราสาทพระราชวังช้างได้อย่างอลังการ

ถ้าใครคิดมาเที่ยว แนะนำให้มาถึงก่อนเวลาแสดงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จะได้เห็นบรรยากาศสีสันที่รวบรวมของดีแต่ละภาค ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทำด้วยมือ วางจำหน่ายภายในบ้านทรงไทย โดยจัดวางสินค้าและตกแต่งบ้านอย่างเก๋ไก๋ ประดับด้วยไฟสีทำให้ดูคล้ายเข้ามาในแดนแห่งสวนสนุก  เป็นที่ชื่นชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใครเข้ามาแล้วก็ติดใจกันทุกคน

 
ภูเก็ตแฟนตาซี <อ่าน>        แนะนำการถ่ายภาพ <อ่าน>
A stroll through the enchanted Festival Village is like a journey throughThailand's architectural history. Each fascinating facade promises a unique shopping experience, where visitors can buy high quality locally made products from 15 different shops offering silk, leather, handicrafts,
ceramic, jewelry, souvenirs, unusual items about elephants and Siamese twins and much more!
 
 
Part II

ที่นี่มีลานการแสดงหลายจุด ตรงนี้เป็นเวทีใหญ่กลางงาน มีการแสดงชุดต่างๆที่น่าสนใจ และเป็นแบบกระชับ โดยเน้นการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของไทยแต่ละภาค มีทั้งลิเก มวยไทยและการแสดงของชาติต่างๆสลับกันไป เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยว

ในภาพที่เห็นนี้ส่วนใหญ่เป็นมวยไทย มีกองเชียร์สาวๆทั้งฝ่ายแดงและน้ำเงิน มาออกลีลาการเชียร์อย่างน่าดูชม มีนักท่องเที่ยวยืนดูจนแน่นลานแสดง เป็นมุม entertainment เรียกน้ำย่อย ก่อนจะถึงเวลาเข้าไปในโรงละครเพื่อชม Phuket Fantasea

พอหมดยก ก็มีการแสดงเต้นแร้งเต้นกา ทำท่าตีลังกาหงายเก๋งแต่ละคนเล่นได้อย่างไม่ติดขัด และเข้ากันได้เป็นอย่างดี มีทั้งสาวจริง สาวปลอม เรียกเสียงหัวร่อเฮฮา ประทับใจนักท่องเที่ยว

 
 
Home to the Kamala people, Festival Village is a wonderful introduction to the theme park, where the accent is on fun and entertainment coupled with Thailand's legendary hospitality.Marvel at the skills of the villagers demonstrating a range of traditional art and crafts.Enjoy cultural parades, pageants, street shows and elephant rides. Join in, if you like.
 
 
 
Part III

อาคารหลังใหญ่คล้ายปราสาทของขอมนี้ เป็นโรงละครที่ใช้แสดงภูเก็ตแฟนตาซี โดยสมมุติเป็นปราสาทช้าง ตามท้องเรื่องที่สมมุติขึ้นอันเป็นตำนานของปราสาทแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนหาดกมลา และเป็นชุดเปิดโรงชุดแรกของการแสดงที่น่าตื่นตา

บริเวณรอบปราสาทแห่งนี้มีรูปช้างอยู่มากมายหลายแห่ง มีการจุดคบเพลิงบนเสาหิน ทำให้ดูบรรยากาศแปลกๆ เหมือนเข้ามาสู่ยุคอดีต นอกจากจะสร้างปราสาทแล้วก็ยังเขียนบทการแสดงให้เป็น ตำนานของปราสาท มีเจ้าชาย มีบริวารช้าง และสร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมา

 
 
At the heart of Phuket FantaSea is the magnificent Palace of the Elephants, a state-of-the-art theater with wonderful acoustics and seating 3,000 persons. Fronted by a glorious reconstruction of a Sukhothai-era stone palace, with intriguing elephant statues, the theater puts on a spellbinding show combining culture and illusion that is almost beyond belief
 
 
         
 
   
 

Phuket FantaSea

                ถ้าจะบอกว่า ภูเก็ตแฟนตาซีเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของเมืองไทย ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะหากใครได้มา ชมการแสดงแล้ว ต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "สุดยอดการแสดงที่ยิ่งใหญ่" คุ้มค่ากับค่านั่งชมที่ต้องจ่ายค่าบัตรราคาเป็นพัน หลายคนบอกว่าในชีวิตนี้ยังไม่เคยเห็นการแสดงครั้งใดที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน และน่าแปลกไปอีกก็คือ เป็นการแสดงเรื่องราว ที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และเรื่องในวรรณคดี ที่หลายคนได้ลืมเรื่องราวเก่าๆนี้ไปหมดแล้ว ฟังเรื่องที่แสดงแล้ว เชื่อว่าคนไทยหลายคนคงนึกเบื่อ เพราะรู้ๆกันอยู่ แต่ภูเก็ตแฟนตาซีได้วางเรื่องราวที่กระชับกลมกลืน ใช้นักแสดงที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี นำสัตว์ต่างๆมาเข้าฉาก และนำเทคนิคที่ทันสมัยมาใช้ รวมทั้งมีการจัดระบบแสงสีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เป็นความอลังการ ที่สะกดผู้ชมได้ตลอดการแสดง

ผมเคยไปเที่ยวภูเก็ตแฟนตาซีเมื่อปี 2542  เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจพึ่งฟื้นตัว ไปเที่ยวกับบรรดาญาติๆที่อยู่ภูเก็ต ไปกันหลายคน แต่ไม่ได้เข้าไปดูการแสดงในโรงละครหรอกครับ เพราะคำนวณค่าชมแล้วคิดเป็นเงินไม่น้อย อีกอย่างข้อมูลของภูเก็ตแฟนตาซี ก็ยังไม่ค่อยจะทราบอะไรมากนัก ครั้งนั้นก็เพียงแค่ไปเดินชมเดินเล่นบริเวณภายนอกที่จำลองเป็นหมู่บ้านไทย มีร้านขายของที่ระลึก และสิ่งน่าสนใจรอบๆบริเวณ

ภูเก็ตแฟนตาซีที่ได้ไปเที่ยวเมื่อปลายปี '45 ครั้งนี้ ถ้าเทียบกับปี '42 ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก การแสดงยังเป็นไปตาม โปรแกรมเดิม จะเปลี่ยนไปก็เพียงการเข้าชมบริเวณที่จัดโชว์วัฒนธรรมไทยและร้านขายของที่ระลึก ที่จะต้องซื้อบัตรเข้าชม พร้อมกับการแสดงภูเก็ตแฟนตาซีด้วย ซึ่งก่อนนั้นให้เข้าไปภายในได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรแต่อย่างใด

มาเที่ยวภูเก็ตคราวนี้ ก็ทราบว่าบรรดาญาติๆต่างก็เคยเข้าไปชมภูเก็ตแฟนตาซีมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น และชมเปาะว่าสวยงามยิ่งใหญ่มาก  ซึ่งเป็นการบอกเล่าจากคำพูดโดยไม่มีภาพถ่ายให้เห็นเพราะพื้นที่ภายในปราสาทที่ใช้เป็นโรงละครมีกฏห้าม นำกล้องถ่ายภาพทุกชนิดเข้าไปภายใน หากใครพกพาเข้าไปจะต้องฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ โดยจะให้เปิดกระเป๋าทุกใบเพื่อให้กล้อง วีดีโอของทางภูเก็ตแฟนตาซีที่ติดไว้เพดานบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ป้องกันการสูญหายหรืออาจมีปัญหาถกเถียงกัน

ก่อนหน้านั้นผมก็ไม่ค่อยชอบใจนักที่มีการห้ามถ่ายภาพ เพราะในโรงละครใหญ่ๆที่เคยเข้าไปนั่งชมก็ไม่มีกฏข้อห้าม อย่างมากก็ ห้ามการใช้แฟลชเท่านั้นเอง แต่เมื่อเข้ามานั่งชมภูเก็ตแฟนตาซีแล้วก็ต้องยอมรับกฏข้อนี้เลยว่า ถูกต้องแล้วที่ห้ามถ่ายภาพ ไม่เช่น นั้นจะเป็นการรบกวนสมาธิผู้เข้าชมไม่น้อยแม้ไม่ไช้แฟลช แต่เสียงชัตเตอร์หรือการยกกล้องเล็งก็เป็นการรบกวนคนข้างเคียง และเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ซึ่งชาติตะวันตกเค้าถือสากันมากเลยทีเดียว


             เพื่อให้การเที่ยวชมครั้งนี้มีโอกาสนำภาพบริเวณภายนอกที่จัดแสดงทางวัฒนธรรม และการออกร้านขายของประเภท หัตถกรรมไทย จึงคิดว่าน่าจะเดินทางมาแต่เนิ่นๆ มาถ่ายภาพเก็บบรรยากาศ ซึ่งปี 2542 ที่เคยมาครั้งนั้น เห็นแล้วว่ามีสิ่งที่น่า สนใจไม่น้อย และต้องการให้ได้ภาพขณะท้องฟ้ายังไม่มึดดำสนิท  เห็นแสงสีของท้องฟ้าในยามใกล้ค่ำ ซึ่งคิดแล้วว่าดีกว่าถ่ายใน ช่วงเวลาที่ท้องฟ้าดำมืดมิด จะทำให้ได้ภาพที่ไม่ค่อยจะสวยนักและดูเป็นภาพธรรมดาไป

วันนั้นจึงต้องออกเดินทางกันแต่วัน โดยมีเป้าหมายในเรื่องเวลาของการถ่ายภาพเป็นหลัก ซึ่งทุกคนที่นั่งมาในรถด้วยกันไม่มีใคร ทราบเหตุผลข้อนี้ แต่ทุกคนก็เห็นด้วย จะได้มีเวลาแวะสถานต่างๆที่น่าสนใจก่อนที่จะเข้าไปในอาณาจักรของภูเก็ตแฟนตาซี

ออกจากภูเก็ตราวสี่โมงกว่า ไปตามเส้นทางหาดป่าตอง เมื่อถึงสามแยกชายหาด จึงเลี้ยวขวาขึ้นเนินเขา  จากจุดตรงนี้ได้มีโอกาส ถ่ายภาพทะเลที่เห็นเมฆฝนแต่ไกล(ภาพที่ 1) และเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

จากป่าตองขับรถมาเรื่อยๆตามเส้นทางที่ลดเลี้ยวอยู่บนภูเขาลูกเล็กๆ ผ่านชุมชน ผ่านพื้นที่สีเขียว และบางช่วงก็มองเห็นทะเล อยู่เบื้องล่าง ซึ่งเป็นเสน่ห์ของภูเก็ตและหาดูภาพแบบนี้ได้ยากในจังหวัดอื่นๆ ใครที่ยังไม่เคยมาเที่ยวภูเก็ตก็อยากเชิญชวนไว้ ณ ที่นี่เลยว่า ชีวิตนี้ต้องมาให้ได้ มาสัมผัสกับคำว่า "เกาะภูเก็ต" ให้เต็มตา มาดูทะเลสีครามที่สวดสดยามฟ้าใส และภูมิประเทศที่งดงาม จนได้ฉายาว่า "ไข่มุกแห่งอันดามัน" นอกจากภูเก็ตจะมีชายหาดและภูมิประเทศที่สวยงามแล้ว ในตัวเมืองภูเก็ตยังเป็น เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังมีตึกแถวรูปแบบเก่าๆ และบ้านผู้มั่งคั่งที่ดูหรูหราตามรสนิยมของเศรษฐีเหมืองแร่ดีบุกในยุคก่อนๆ

จะว่าไปแล้วถ้าอยากสัมผัสภูเก็ตอย่างลึกซึ้งแล้ว ก็ควรหาทางมาเป็นลูกสะไภ้ หรือมาเป็นลูกเขยคนภูเก็ตเลยจะดีกว่า จะได้เที่ยว ภูเก็ตอย่างเต็มอิ่ม (เหมือนผมเป็นต้น..ei ei )

คิดอะไรไปได้ไม่นานนัก ก็ถึงทางลงเขาที่สูงชันเอาการ มองเห็นทางลงที่คดเคี้ยวอยู่แต่ไกล ซึ่งทำให้รู้ว่าสิ้นสุดเส้นทางบนภูเขาแล้ว จากนี้ไปก็จะเป็นถนนเลียบหาด โดยมีหาดกมลาและหาดอื่นๆที่อยู่ไม่ไกลนัก และภูเก็ตแฟนตาซีก็อยู่ในเขตตำบลนี้เช่นกัน ภาพถ่ายในชุดภูเก็ตแฟนตาซีนี้ คงเป็นประจักษ์พยานเป็นอย่างดีถึงความอลังการ แต่สิ่งที่เห็นในภาพนี้ ก็ยังไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับ การแสดงภายในโรงละครที่ประทับใจผู้ชมตลอดระยะเวลาชั่วโมงเศษๆ

ที่สำคัญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาเห็น มารับรู้ถึงศิลปะวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมของไทย รวมทั้งเรื่องราว จากบทประพันธ์ทางวรรณคดี ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าตื่นตาประทับใจ ด้วยระบบที่ไฮเทคทันสมัย ทำให้การแสดงนั้น สมจริงสมจัง ดั่งจะเนรมิตทุกอย่างให้เป็นไปตามจินตนาการของบทประพันธ์

ทั้งหมดนี้เป็นความสุขที่สัมผัสได้ด้วยฝีมือคนไทย ที่ทำให้ผู้ชมทั้ง 4 พันคนและเต็มทุกที่นั่งในวันนั้นมีแต่ความประทับใจ

ใครจะรู้ว่ามีช้างศึกโขลงใหญ่สิบกว่าเชือกๆ กำลังเดินออกมาจากด้านข้างเวที ผ่านข้างหลังผู้ชมที่อยู่กลางห้อง ฝ่าทางเดิน ช่องกลางแล้วขึ้นเวทีไป สัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดแต่เดินเงียบที่สุด  ทำเอาผู้ชมสะดุ้งตกใจไปตามๆกันที่จู่ๆก็มีช้างตัวเบ่อเร่อเดินเฉียด ที่นั่งไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ใครจะรู้ว่า ขณะเพ่งมองการแสดงบนเวทีอยู่นั้น ก็มีนักแสดงนับสิบคน กำลังห้อยหัวตีลังกาบนลวดสลิงอยู่เหนือศรีษะท่านอย่างเงียบๆ ด้วยชุดที่สะท้อนสีแพรวระยิบระยับกับไฟแบคไลท์ ที่ทำเอาหลายคนขวัญผวา กลัวนักแสดงที่กำลังเล่นกายกรรม อย่างอ่อนช้อยอยู่ข้างบนนั้นจะตกลงมาใส่ศรีษะเข้า เป็นการแสดงลีลาที่ผู้ชมทั้งห้องต้องนอนแหงนคอขึ้นมอง

ฉากสุดท้ายก่อนอำลา ก็มีการปล่อยลูกโป่งจากเพดานจำนวนนับพันๆลูก ลอยละล่องลงมาอย่างเงียบๆจนเต็มโรงละคร เป็นการปิดฉากอย่างสวยงาม ท่ามกลางความตื่นเต้นของผู้ชม และเป็นของฝากที่ต่างยื้อแย่งกันอย่างสนุกสนาน

เราเคยได้ยินการแสดงละครอันยิ่งใหญ่ระดับโลกของรัสเชีย หรือของทางชาติตะวันตกมาแล้ว หากจะเปรียบเทียบกับการแสดง ภูเก็ตแฟนตาซีที่นี่แล้ว ก็เชื่อได้ว่าสามารถอวดชาวโลกได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร

หลายชุดมีการนำสัตว์มาร่วมแสดงและสร้างความแปลกใจให้กับผู้ชม และยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเค้าฝึกกันอย่างไรถึงทำได้ขนาดนี้ ซึ่งได้แก่ฝูงไก่ประมาณสัก 10 ตัว ถูกนำมาประกอบฉากบ้านชนบทไทย ที่ไก่ทั้งฝูงเดินผ่านหน้าเวทีได้อย่างเป็นระเบียบ เหมือนมีคนต้อนจากเวทีฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง จนหลายคนแปลกใจว่า เป็นไก่จริงหรือไก่ปลอมกันแน่ แต่ก็สรุปว่าเป็นไก่จริงๆ เพราะขณะที่ไก่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามกันไปนั้น มีอยู่คู่หนึ่งกระโดดจิกกันด้วย  หรือในฉากทีมีนกพิราบสีขาวฝูงใหญ่ราว 50 ตัว บินจากเพดานด้านหลังสุดของโรงละคร เกาะกลุ่มกันเป็นฝูงเข้าไปในเวที ผ่านม่านฉากด้านหลังเวทีออกไป โดยไม่มีการหลงทาง หรือบินแตกกลุ่มแม้แต่ตัวเดียว

ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวภูเก็ต ก็อยากแนะนำให้หาโอกาสเข้าชมให้ได้ เพราะถือว่าเป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่เท่าที่เคยเห็นมา และคุ้ม กับราคาค่าชมมาก เป็นความบันเทิงเป็นความสุขที่สามารถสัมผัสได้จริงๆ และครั้งต่อไปถ้าผมไปเที่ยวภูเก็ตอีก ก็คงหาเวลาไปซื้อ ความสุขอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน



สวัสดีครับ
webmaster
photoontour.com




สนใจรายละเอียดอื่นๆของภูเก็ตแฟนตาซี เข้ามาที่เวปไซต์ข้างล่างนี้
ซึ่งรายละเอียดภาษาอังกฤษข้างบนนี้ก็นำมาจากเวปไซต์นี้เช่นกัน

http://www.phuket-fantasea.com

 
           
 
ภาพจากเวปไซต์ภูเก็ตแฟนตาซี


ภาพจากเวปไซต์ภูเก็ตแฟนตาซี
 
 
         
 

การถ่ายภาพ


หากใครคิดจะมาเที่ยวภูเก็ตแฟนตาซีแล้ว ต้องเข้าใจก่อนว่า ที่นี่ห้ามถ่ายภาพและบันทึกวีดีโอ ระหว่างการแสดงในโรงละคร
ผู้ที่นำกล้องเข้าไปข้างในจะต้องฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ ดยจะมีการเปิดกระเป๋ากล้องเพื่อให้กล้องวีดีโอของบริษัทภูเก็ตแฟนตาซี
บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งที่นี่เข้มงวดมาก และถือเป็นมารยาทในการชมละครที่เป็นมาตรฐานสากล

การถ่ายภาพจึงทำได้แต่เพียงรอบๆบริเวณภายนอกเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศเหมือนกับการเข้าไปชมภายในสวนสนุก ที่มีสีสัน
และกิจกรรมเป็นแบบ entertainment ให้ผู้ชมได้พบกับสิ่งบันเทิงต่างๆที่มีอยู่รอบงาน ซึ่งบรรยากาศแบบนี้มีมุมให้เลือก
ถ่ายภาพได้มากมาย

เนื่องจากเป็นบรรยากาศในตอนเย็น ซึ่งเปิดให้เข้าชมประมาณ 6 โมงเย็น การเตรียมฟิล์มไวแสงสูงๆและไฟแฟลช จึงเป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าใครจะนำขาตั้งกล้องเข้าไปด้วยก็คงไม่มีปัญหาอะไร หากคิดว่าพอจะแบกกันไหว

ในช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก เป็นเวลาที่แสงจากท้องฟ้าผสมกลมกลืนกับสีสันในงาน ที่มีแสงสีต่างๆสลับไปมาบนท้องฟ้า
หากสังเกตและพยายามหามุมกล้องดีๆ ก็จะได้ภาพแปลกๆ ซึ่งภาพในชุดนี้มีบางภาพมีท้องฟ้าออกสีแปลกๆ เหมือนไปสร้าง
มันขึ้นมาเอง (เช่นภาพ หมายเลข PI/17  , PI/20 , PIII/1 , PIII/13 )

แสงสลัวๆที่มองเห็นบนท้องฟ้า หรือมีสีต่างๆจากกลุ่มเมฆ เป็นเวลาที่นักถ่ายภาพควรฉวยโอกาสหามุมภาพให้ได้ เพราะจะเป็น
ช่วงเวลาที่สั้นมาก ไม่นานก็จะมืดลงทันที หากวันนั้นไม่มีสีสันจากท้องฟ้ามากนัก ก็จะเห็นฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้มเป็นการตอบแทน ซึ่งจะช่วยให้ภาพมีสาระและมีความหมายมากขึ้น

หลายภาพในเวป ได้ใช้หลักที่ว่านี้มาตลอด หากสิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจของช่างภาพแล้วก็เชื่อได้ว่า การวางแผนและการรอคอย
จะทำให้เราได้รับรางวัลจากภาพเหล่านี้อยู่เสมอ และโชคมักจะเข้าข้างเราอยู่ตลอด

ภูเก็ตแฟนตาซี เปิดประตูในเวลาประมาณ หกโมงเย็น เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการใช้ฟิล์มไวแสงระดับ 400 ISO ซึ่งพอถ่ายได้
โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งให้ยุ่งยาก และยังไม่ต้องใช้แฟลชช่วย สภาพแสงระดับนี้จะเห็นคุณสมบัติและประสิทธิภาพของฟิล์มไวแสง
ที่ 400 ได้ชัดเจน ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ภาพในชุดนี้ถ่ายโดยใช้ 2 กล้อง เป็นฟิล์มสีทั้งคู่ 400 และ 200 ISO ซึ่งแล้วแต่ความเหมาะสมของภาพ ว่าต้องการใช้ฟิล์ม
ระดับไหน ถ้าต้องการให้ภาพเห็นแสงตามธรรมชาติที่แท้จริง ก็จะใช้ฟิล์มไวแสง 400 ถ้าเป็นการถ่ายตามปกติ และไม่ต้องการ
ให้สูญเสียเกรนของภาพ ก็จะใช้ฟิล์มไวแสง 200 ซึ่งแน่นอนว่าต้องเปิดแฟลชทุกครั้ง ส่วนฟิล์มไวแสง 800 ISO นั้น
บอกตรงๆว่าไม่เคยคิดจะใช้เลย แม้ปัจจุบันฟิล์มชนิดนี้จะให้ความคมชัดที่สูงกว่าแต่ก่อน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่ายังไม่มีความ
จำเป็น เว้นแต่บางสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้ใช้ความเร็วที่สูงขึ้นกว่าปกติ

พบกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับ จะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ ไปนอนแพที่ทะเลสาบดอยเต่าซึ่งมีภาพสวยๆมากมาย ใครชอบถ่ายภาพ วิวหรือทิวทัศน์ ต้องคอยติดตาม จะแนะนำการสร้างสรรภาพถ่ายด้วยฟิลเตอร์สีด้วย