ประวัติความเป็นมาของวัด
วัดพระบรมธาตุไชยาเป็นวัดที่เก่าแก่มาก สังเกตได้จากโบราณวัตถุ
โบราณสถานที่ยังปรากฏอยู่ ทำให้ทราบว่าวัดนี้มีมานานหลายยุค
หลายสมัย คือตั้งขึ้นแล้วร้างไป แล้วกลับฟื้นฟูมาใหม่ในพื้นที่เดียวกันดังต่อไปนี้
1 สมัยทวาราวดี
มีพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่เท่าคน และย่อมกว่าเหลืออยู่ในบริเวณ
จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ คือพระพุทธรูปปางสมาธิ
ขนาดสูง 104 ซ.ม. หน้าตักกว้าง 74 ซ.ม. ทำด้วยศิลา
ลักษณะประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางหงายซ้อนกัน
ขมวดพระ
เกศาเป็นต่อมขนาดโต อุษณีย์ปรากฎไม่ชัด ไม่มีอูรณา
จีวรบางแนบพระองค์ มีแต่ขอบที่ห่มคลุมอังสะซ้าย
อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11-12
ปัจจุบัน พระพุทธรูปประทับยืนบนฐานบัว ลงรักปิดทองทั้งสององค์
จีวรห่มคลุม ปลายจีวรตัดตรง รัดประคดมีลวดลาย ไม่มีพระรัศมี
เม็ดพระเกศากลมใหญ่ ทำด้วยศิลา ขนาดสูง 142 ซ.ม.
ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา
ด้วยเหตุนี้ทำให้เชื่อถือ
ได้ว่า วัดนี้ หรือสถานที่แห่งนี้ มีมาแล้วตั้งแต่สมัยทวาราวดี
คือระหว่าง พ.ศ.1000 1200
2 สมัยศรีวิชัย
มีองค์เจดีย์พระมหาธาตุแบบศรีวิชัย (หรือที่เรียกกันว่า
แบบอินโดชวานีส ในทางโบราณคดี) ปรากฎอยู่เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์
โดยมิได้รับการดัดแปลง เว้นแต่ตอนส่วนยอด เพราะได้หักพังลงมา
และหายสาบสูญไป จึงทำใหม่เป็นศิลปะแบบไทย และยังมีรูปสำริด
ของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ขนาดใหญ่ สวยงามเป็นชิ้นเอกของประติมากรรมสมัยนี้
ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
พระนคร และมีองค์ขนาดย่อม ตลอดถึงที่ทำด้วยศิลาอีกหลายองค์
มีมากกว่าในสถานที่ใดในประเทศไทย รวมทั้งเศษหักพังของโบราณ
วัตถุสมัยเดียวกันอีกหลายชิ้น ดังนั้นทำให้เชื่อได้ว่า
วัดนี้มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ในสมัยศรีวิชัย คือระหว่าง
พ.ศ. 1200-1500 ด้วย
3.สมัยสุโขทัย
มีพุทธศิลป์เป็นแบบสกุลช่างนครศรีธรรมราชโดยได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทแบบลังกาวงศ์
มีหลักฐานปรากฏเป็น
ใบพัทธสีมาคู่แฝดปรากฏอยู่รอบๆเขตพระอุโบสถเดิมของวัด
ทำให้เชื่อได้ว่า สมัยนี้มีการปรับปรุงวัด หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า
ในสมัยสุโขทัย ซึ่งพ้องกับสมัยนครศรีธรรมราชนั้น
วัดนี้ยังคงอยู่
4 สมัยกรุงศรีอยุธยา
มีหลักฐานปรากฏมากมายกว่าสมัยใด คือพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปศิลาทรายแดง
มีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ มีขนาดโตกว่าคนธรรมดา
ลงมาถึงขนาดเท่าคนและย่อมกว่า แสดงให้เห็นศรัทธาหรือความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาหรือความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาอย่างสูงสุด
ในสมัยนั้นในสถานที่แห่งนี้
5 สมัยกรุงธนบุรี
แม้จะระยะสั้น แต่ก็เชื่อว่าวัดนี้ยังคงเจริญรุ่งเรืองอยู่
โดยจะเห็นได้จากศิลาจารึกที่ใกล้ๆกัน แสดงถึงการทำนุบำรุงพุทธศาสนาในถิ่นนี้
ทั่วๆไป แต่ว่าโบราณวัตถุที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีมีน้อย
และแบบที่สร้างขึ้นคงเหมือนแบบสมัยอยุธยานั่นเอง
6 สมัยรัตนโกสินทร์
สันนิษฐานว่าวัดบรมธาตุไชยานี้คงจะรวมอยู่ในบรรดาสิ่งที่ถูกทำลาย
โดยพวกพม่าข้าศึกในสมัยรัชกาลที่ 1 จนกระทั่งร้างไปในที่สุด
ได้มาค้นพบและบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระชยาภิวัฒน์สุภัทรสังฆปาโมกข์
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูรัตนมุนี
ศรีสังฆราชาลังกาแก้ว เจ้าคณะเมืองไชยา ระหว่าง
พ.ศ. 2439 2453 เป็นวัดที่ฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง
การบูรณะที่สำคัญคือการตกแต่ง
พระบรมธาตุเจดีย์ แล้วฉาบปูนผิวบางๆ ทั่วทั้งองค์พร้อมทั้งเสริมยอดที่หักหายไป
มีการสร้างพระวิหารหลวงขึ้นใหม่ในที่เดิม และสร้าง
วิหารครอบบริเวณล้อมองค์พระเจดีย์ และพระวิหารหลวง
ยกพระพุทธรูปที่เกลื่อนกลาดอยู่เข้าไปประดิษฐานในพระวิหารคดเสียใหม่
จนเป็นที่เรียบร้อย ปริมณฑลพระวิหารคดที่ยกขึ้นในครั้งนั้น
แคบเข้ามากกว่าของเดิมเพียงเล็กน้อย
ความสำคัญของวัด
ความสำคัญของวัดพระบรมธาตุไชยา
อยู่ที่พระบรมธาตุไชยาซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อันเป็น
ที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป และเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
ที่ยังรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของช่าง
ศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยได้อย่างสมบูรณ์ วัดพระบรมธาตุไชยาจึงเป็นวัดที่มีสำคัญคู่บ้านคู่เมืองชาวไชยาและสุราษฎร์ธานีมานานนับ
แต่โบราณกาล
พระบรมธาตุไชยา
พระบรมธาตุไชยา เป็นพุทธเจดีย์สมัยศรีวิชัย
สร้างตามลัทธิมหายานประมาณ พ.ศ. 1300 ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยกำลังรุ่งเรือง
และ
ได้แผ่อำนาจปกคลุมตลอดแหลมมลายูจนถึงเมืองไชยา ตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถกับพระวิหารหลวงในบริเวณกึ่งกลาง
ล้อมรอบด้วย
พระระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน ฐานพระบรมธาตุขุดเป็นสระกว้างประมาณ
50 ซ.ม. ลึกประมาณ 60-70 ซ.ม. จนเห็นฐานเดิม ก่อสร้างด้วยอิฐ
โบกปูน ซึ่งก่อนหน้าที่จะบูรณะในสมัยพระชยาภิวัฒน์(หนู
ติส.โส) ฐานพระบรมธาตุฝังจมอยู่ระดับต่ำกว่าพื้นดิน
ปัจจุบัน น้ำขังอยู่โดยรอบ
ฐานตลอดปี บางปีในหน้าแล้ง รอบๆฐานพระบรมธาตุจะแห้ง
และมีตาน้ำพุขึ้นมาจนชาวบ้านพากันแตกตื่น และ ถือว่าเป็นน้ำทิพย์ที่
ศักดิ์สิทธิ์ สามารถแก้โรคภัยต่างๆได้ ต่อมาทางวัดได้ใช้ปูนซีเมนต์ปิดจาน้ำนั้นเสีย
เจดีย์พระบรมธาตุไชยา
มีลักษณะเดียวกับเจดีย์แบบศรีวิชัย
และเป็นเจดีย์องค์เดียวในปัจจุบันซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์
องค์เจดีย์พระบรมธาตุไชยา
มีความสูงจากฐานใต้ดินถึงยอดสูง 24 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อเก็จ
ขนาดฐานวัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 13 เมตร
จากด้านเหนือถึงด้านใต้ยาว 18 เมตร
1 |
29 กค.2458 |
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
|
เสด็จพระราชดำเนินมณฑลปักษ์ใต้
พ.ศ. 2458 และได้เสด็จ
ไปทรงนมัสการพระบรมธาตุไชยา และได้ทรง
พระราชทานอุทิศเงิน 1,000 บาท สำหรับการปฏิสังขรณ์วัด |
| 2 |
พ.ศ. 2455 |
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ
วโรรส สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปรินายก |
เสด็จตรวจการมณฑลปักษ์ใต้ พ.ศ. 2455 |
| 3 |
|
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ |
เสด็จมานมัสการพระบรมธาตุไชยา ทรงทอดพระเนตรเห็น
อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ อันเป็นประติมากรรม
ชิ้นเอก ซึ่งอยู่
ในสนามหญ้าใต้ต้นโพธิ์นอกกำแพง จึงเสด็จลงจากหลังช้าง
โดยที่ช้างยังไม่ทันทรุดตัวลงอย่างเรียบร้อย
แล้วทรงไปอุ้มรูป
พระโพธิสัตว์นั้นขึ้นมาด้วยพระองค์เองแล้วได้นำเข้าไป
กรุงเทพฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
กรุงเทพฯ |
| 4 |
23 พค. 2510 |
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ |
เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา
และประทักษิณเวียนเทียน |
| 5 |
13 พย. 2512 |
สมเด็จพระภิคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา
สิริโสภาพรรณวดี และ
พระนางเจ้าสุวัทนาพระวรราชเทวี |
เสด็จถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน |
| 6 |
ี่ 23 สค. 2521 |
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(วาสน์ วาสโน)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วัดราชบพิธ |
เสด็จมานมัสการ |
| 7 |
4 กย. 2525 |
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร
(เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ) |
ไปทรงยกสุวรรณฉัตรพระบรมธาตุไชยา ทรงเปิดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา
และทรงพระรานทานธงลูกเสือชาวบ้าน |
| 8 |
13 สค. 2532 |
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ |
เสด็จมานมัสการ |
| 9 |
17 สค. 2532 |
สมเด็จพระญาณสังวร(เจริญ สุวฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปรินายก
วัดบวรนิเวศวิหาร |
เสด็จมานมัสการ |
| 10 |
พ.ศ. 2533 |
พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองเจ้าโสมสวลีพระวรราชินัดดามาตุ |
เสด็จมานมัสการ |
| 11 |
7 มีค. 2534 |
สมเด็จพระญาณสังวร(เจริญ สุวฑัฒโน)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วัดบวรนิเวศวิหาร |
เสด็จมานมัสการ |
| 12 |
23 พค. 2534 |
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
|
เสด็จมานมัสการ |
| 13 |
14 มค. 2540 |
สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
|
เสด็จมานมัสการ |
| 14 |
24 พค. 2541 |
สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปรินายก
วัดบวรนิเวศวิหาร |
เสด็จมานมัสการ |