The High Quality Photo Website เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
  Home > Gallery > Wat Borom Chaiya > Text Wat Borom Chaiya   <Back>

วัดพระบรมธาตุไชยา ราชวรวิหาร

วัดพระบรมธาตุไชยา เป็นอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่ที่ 3 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดิมเป็นวัดราษฎร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ยกฐานะ ขึ้นเป็นอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 มีนามว่า วัดพระธาตุไชยา และต่อมาทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เลื่อนฐานะวัดพระธาตุไชยาขึ้นเป็นอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร และพระ ราชทานนามใหม่ว่า “วัดพระบรมธาตุไชยา” เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500

วัดพระบรมธาตุไชยานี้ ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอไชยา ประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟไชยาไปทางตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินสาย เอ 41 ไปทางตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร


ประวัติความเป็นมาของวัด
วัดพระบรมธาตุไชยาเป็นวัดที่เก่าแก่มาก สังเกตได้จากโบราณวัตถุ โบราณสถานที่ยังปรากฏอยู่ ทำให้ทราบว่าวัดนี้มีมานานหลายยุค หลายสมัย คือตั้งขึ้นแล้วร้างไป แล้วกลับฟื้นฟูมาใหม่ในพื้นที่เดียวกันดังต่อไปนี้

1 สมัยทวาราวดี
มีพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่เท่าคน และย่อมกว่าเหลืออยู่ในบริเวณ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ คือพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดสูง 104 ซ.ม. หน้าตักกว้าง 74 ซ.ม. ทำด้วยศิลา ลักษณะประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางหงายซ้อนกัน ขมวดพระ เกศาเป็นต่อมขนาดโต อุษณีย์ปรากฎไม่ชัด ไม่มีอูรณา จีวรบางแนบพระองค์ มีแต่ขอบที่ห่มคลุมอังสะซ้าย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11-12 ปัจจุบัน พระพุทธรูปประทับยืนบนฐานบัว ลงรักปิดทองทั้งสององค์ จีวรห่มคลุม ปลายจีวรตัดตรง รัดประคดมีลวดลาย ไม่มีพระรัศมี เม็ดพระเกศากลมใหญ่ ทำด้วยศิลา ขนาดสูง 142 ซ.ม. ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ด้วยเหตุนี้ทำให้เชื่อถือ ได้ว่า วัดนี้ หรือสถานที่แห่งนี้ มีมาแล้วตั้งแต่สมัยทวาราวดี คือระหว่าง พ.ศ.1000 – 1200

2 สมัยศรีวิชัย
มีองค์เจดีย์พระมหาธาตุแบบศรีวิชัย (หรือที่เรียกกันว่า แบบอินโดชวานีส ในทางโบราณคดี) ปรากฎอยู่เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ โดยมิได้รับการดัดแปลง เว้นแต่ตอนส่วนยอด เพราะได้หักพังลงมา และหายสาบสูญไป จึงทำใหม่เป็นศิลปะแบบไทย และยังมีรูปสำริด ของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ขนาดใหญ่ สวยงามเป็นชิ้นเอกของประติมากรรมสมัยนี้ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร และมีองค์ขนาดย่อม ตลอดถึงที่ทำด้วยศิลาอีกหลายองค์ มีมากกว่าในสถานที่ใดในประเทศไทย รวมทั้งเศษหักพังของโบราณ วัตถุสมัยเดียวกันอีกหลายชิ้น ดังนั้นทำให้เชื่อได้ว่า วัดนี้มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ในสมัยศรีวิชัย คือระหว่าง พ.ศ. 1200-1500 ด้วย

3.สมัยสุโขทัย
มีพุทธศิลป์เป็นแบบสกุลช่างนครศรีธรรมราชโดยได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทแบบลังกาวงศ์ มีหลักฐานปรากฏเป็น
ใบพัทธสีมาคู่แฝดปรากฏอยู่รอบๆเขตพระอุโบสถเดิมของวัด ทำให้เชื่อได้ว่า สมัยนี้มีการปรับปรุงวัด หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า ในสมัยสุโขทัย ซึ่งพ้องกับสมัยนครศรีธรรมราชนั้น วัดนี้ยังคงอยู่

4 สมัยกรุงศรีอยุธยา
มีหลักฐานปรากฏมากมายกว่าสมัยใด คือพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปศิลาทรายแดง มีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ มีขนาดโตกว่าคนธรรมดา ลงมาถึงขนาดเท่าคนและย่อมกว่า แสดงให้เห็นศรัทธาหรือความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาหรือความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาอย่างสูงสุด ในสมัยนั้นในสถานที่แห่งนี้

5 สมัยกรุงธนบุรี
แม้จะระยะสั้น แต่ก็เชื่อว่าวัดนี้ยังคงเจริญรุ่งเรืองอยู่ โดยจะเห็นได้จากศิลาจารึกที่ใกล้ๆกัน แสดงถึงการทำนุบำรุงพุทธศาสนาในถิ่นนี้ ทั่วๆไป แต่ว่าโบราณวัตถุที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีมีน้อย และแบบที่สร้างขึ้นคงเหมือนแบบสมัยอยุธยานั่นเอง

6 สมัยรัตนโกสินทร์
สันนิษฐานว่าวัดบรมธาตุไชยานี้คงจะรวมอยู่ในบรรดาสิ่งที่ถูกทำลาย โดยพวกพม่าข้าศึกในสมัยรัชกาลที่ 1 จนกระทั่งร้างไปในที่สุด ได้มาค้นพบและบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระชยาภิวัฒน์สุภัทรสังฆปาโมกข์ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูรัตนมุนี ศรีสังฆราชาลังกาแก้ว เจ้าคณะเมืองไชยา ระหว่าง พ.ศ. 2439 –2453 เป็นวัดที่ฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง การบูรณะที่สำคัญคือการตกแต่ง พระบรมธาตุเจดีย์ แล้วฉาบปูนผิวบางๆ ทั่วทั้งองค์พร้อมทั้งเสริมยอดที่หักหายไป มีการสร้างพระวิหารหลวงขึ้นใหม่ในที่เดิม และสร้าง วิหารครอบบริเวณล้อมองค์พระเจดีย์ และพระวิหารหลวง ยกพระพุทธรูปที่เกลื่อนกลาดอยู่เข้าไปประดิษฐานในพระวิหารคดเสียใหม่ จนเป็นที่เรียบร้อย ปริมณฑลพระวิหารคดที่ยกขึ้นในครั้งนั้น แคบเข้ามากกว่าของเดิมเพียงเล็กน้อย


ความสำคัญของวัด
ความสำคัญของวัดพระบรมธาตุไชยา อยู่ที่พระบรมธาตุไชยาซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็น
ที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป และเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ยังรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของช่าง ศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยได้อย่างสมบูรณ์  วัดพระบรมธาตุไชยาจึงเป็นวัดที่มีสำคัญคู่บ้านคู่เมืองชาวไชยาและสุราษฎร์ธานีมานานนับแต่โบราณกาล

พระบรมธาตุไชยา
พระบรมธาตุไชยา เป็นพุทธเจดีย์สมัยศรีวิชัย สร้างตามลัทธิมหายานประมาณ พ.ศ. 1300 ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยกำลังรุ่งเรือง และ ได้แผ่อำนาจปกคลุมตลอดแหลมมลายูจนถึงเมืองไชยา ตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถกับพระวิหารหลวงในบริเวณกึ่งกลาง ล้อมรอบด้วย พระระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน ฐานพระบรมธาตุขุดเป็นสระกว้างประมาณ 50 ซ.ม. ลึกประมาณ 60-70 ซ.ม. จนเห็นฐานเดิม ก่อสร้างด้วยอิฐ โบกปูน ซึ่งก่อนหน้าที่จะบูรณะในสมัยพระชยาภิวัฒน์(หนู ติส.โส) ฐานพระบรมธาตุฝังจมอยู่ระดับต่ำกว่าพื้นดิน ปัจจุบัน น้ำขังอยู่โดยรอบ ฐานตลอดปี บางปีในหน้าแล้ง รอบๆฐานพระบรมธาตุจะแห้ง และมีตาน้ำพุขึ้นมาจนชาวบ้านพากันแตกตื่น และ ถือว่าเป็นน้ำทิพย์ที่ ศักดิ์สิทธิ์ สามารถแก้โรคภัยต่างๆได้ ต่อมาทางวัดได้ใช้ปูนซีเมนต์ปิดจาน้ำนั้นเสีย

เจดีย์พระบรมธาตุไชยา
มีลักษณะเดียวกับเจดีย์แบบศรีวิชัย และเป็นเจดีย์องค์เดียวในปัจจุบันซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ องค์เจดีย์พระบรมธาตุไชยา
มีความสูงจากฐานใต้ดินถึงยอดสูง 24 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อเก็จ ขนาดฐานวัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 13 เมตร จากด้านเหนือถึงด้านใต้ยาว 18 เมตร


พระมหากษัตริย์กับวัดพระบรมธาตุไชยา
วัดพระบรมธาตุไชยาเป็นพระอารามหลวง ที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ได้เสด็จพระราชดำเนิน
และเดินทางมานมัสการพระบรมธาตุเสมอมา มีดังนี้คือ

1

29 กค.2458

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมณฑลปักษ์ใต้ พ.ศ. 2458 และได้เสด็จ
ไปทรงนมัสการพระบรมธาตุไชยา และได้ทรง
พระราชทานอุทิศเงิน 1,000 บาท สำหรับการปฏิสังขรณ์วัด
2 พ.ศ. 2455 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ
วโรรส สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปรินายก
เสด็จตรวจการมณฑลปักษ์ใต้ พ.ศ. 2455
3   สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมานมัสการพระบรมธาตุไชยา ทรงทอดพระเนตรเห็น
“อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์” อันเป็นประติมากรรม ชิ้นเอก ซึ่งอยู่
ในสนามหญ้าใต้ต้นโพธิ์นอกกำแพง จึงเสด็จลงจากหลังช้าง
โดยที่ช้างยังไม่ทันทรุดตัวลงอย่างเรียบร้อย แล้วทรงไปอุ้มรูป
พระโพธิสัตว์นั้นขึ้นมาด้วยพระองค์เองแล้วได้นำเข้าไป กรุงเทพฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ
4 23 พค. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา และประทักษิณเวียนเทียน
5 13 พย. 2512 สมเด็จพระภิคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา
สิริโสภาพรรณวดี และ
พระนางเจ้าสุวัทนาพระวรราชเทวี
เสด็จถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
6 ี่ 23 สค. 2521 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(วาสน์ วาสโน)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วัดราชบพิธ
เสด็จมานมัสการ
7 4 กย. 2525 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร
(เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ )
ไปทรงยกสุวรรณฉัตรพระบรมธาตุไชยา ทรงเปิดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา และทรงพระรานทานธงลูกเสือชาวบ้าน
8 13 สค. 2532 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เสด็จมานมัสการ
9 17 สค. 2532 สมเด็จพระญาณสังวร(เจริญ สุวฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วัดบวรนิเวศวิหาร
เสด็จมานมัสการ
10 พ.ศ. 2533 พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองเจ้าโสมสวลีพระวรราชินัดดามาตุ
เสด็จมานมัสการ
11 7 มีค. 2534 สมเด็จพระญาณสังวร(เจริญ สุวฑัฒโน)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วัดบวรนิเวศวิหาร
เสด็จมานมัสการ
12 23 พค. 2534 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมานมัสการ
13 14 มค. 2540 สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จมานมัสการ
14 24 พค. 2541 สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วัดบวรนิเวศวิหาร
เสด็จมานมัสการ

ข้อมูลข้างต้นคัดบางตอนมาจาก"หนังสือประวัติวัดพระบรมธาตุไชยา ราชวรวิหาร" ซึ่งรวบรวมโดย พระราชสุธรรรมเมธี เจ้าอาวาส
 
   
 
   
Photoontour.Com