วัดไหล่หิน อ. เกาะคา จ. ลำปาง
หลวงพ่อบอกว่า วัดไหล่หิน เป็นวัดที่เคยใช้เป็นฉากภาพยนต์ ประวัติศาสตร์ เรื่องสุริโยทัย
มีคนบอกว่าสมเด็จพระพี่นางฯ ได้เสด็จมาทอดพระเนตรโบราณสถานอันเก่าแก่ของวัดนี้มาแล้วเช่นกัน ซึ่งหากวัดนี้ไม่มีสิ่งน่าสนใจ ก็คงจะยากนักที่บุคคลระดับพระบรมวงศานุวงศ์ จะสนพระทัยและเสด็จมาเยือน
แต่ก็น่าแปลกใจที่คนท้องถิ่นเองเช่นในเขตอำเภอเกาะคา หรือที่อยู่ในตัวเมืองลำปางจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จัก และไม่เคยมาเยี่ยมเยือน ทั้งที่เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภาคเหนือ
วัดไหล่หินเป็นหนึ่งในอีกราว 6-7 วัดของจังหวัดเชียงใหม่และลำปาง ที่มีโอกาสมาถ่ายภาพเมื่อเดือนสิงหาคม 2547 วัดนี้เป็นวัดสุดท้าย ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพในคืนวันนั้น
ผมเลือกมาวัดนี้ก็จากคำบอกเล่าว่า ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของภาคเหนือที่สะสมใบลานไว้เป็นจำนวนมาก เป็นคำภีร์โบราณที่แสดงหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของล้านนา และหากจะพูดถึงเรื่องใบลาน หรือจะสอบถามเรื่องนี้กับพระเกจิอาจารย์ดังๆของภาคเหนือแล้ว ต่างก็รู้จัก และบอกว่าต้องมาที่วัดนี้
วัดไหล่หินอยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางราว 18 กม. และอยู่ห่างจากวัดลำปางหลวงประมาณ 6 กม. วัดนี้เป็นวัดเล็กๆที่อยู่ในหมู่บ้านหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง
ครั้งแรกที่เข้ามาในวัดก็มีความรู้สึกศรัทธาเลื่อมใส ที่เห็นสภาพของวัดดูเก่าแก่ตรงกับใจที่อยากเห็น เนื้อปูนเนื้อไม้ยังมีสภาพแบบดั่งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะผ่านมาช่วงเวลามาหลายยุค ก็ยังทนทานแข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากยิ่ง
อาจเป็นไปได้ว่า ในอดีตพระที่วัดนี้เคยรื้อกำแพงและสร้างใหม่ ต่อมาได้อาพาธและมรณะภาพไปในที่สุด ซึ่งกล่าวว่าเกิดจากอาถรรพ์ ที่ใครต่อใครก็เคยเกิดกรณีเช่นนี้มาแล้ว จนเรียกพื้นที่ภายในวัดนี้ตามภาษาทางภาคเหนือว่า "ขึด" แปลว่า น่าแปลกและด้วยเหตุนี้เองในรุ่นต่อๆมา จึงไม่มีช่างคนไหนกล้าอาสารื้อถอนหรือปรับปรุงสถานภายในวัดนี้ ซึ่งหากจะทำการซ่อมแซมกันแล้วก็ต้องทำพิธีแก้เคล็ดหรือ "แก้ขึด" กันตามประเพณี
คำว่าขึด จึงเหมือนเป็นคำสาปที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องของโบราณ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลดี ที่ทำให้คนยุคปัจจุบันมีโอกาสเห็นสภาพเดิมๆ เหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน
วันที่ 14 สิงหาคม 2547 ผมได้มาที่วัดนี้ในช่วงเวลาเย็นๆ และได้ พบกับรองเจ้าอาวาส หลวงพ่อบอกว่า "ถ้าโยมอยากถ่ายภาพก็มาพรุ่งนี้สิซึ่งเป็น วันพระ จะมีคนเฒ่าคนแก่มาทำบุญใส่บาตรกันแยะ มีฟังเทศน์ฟังธรรม ด้วย "
" มาเช้าๆหน่อยนะ หกโมงกว่าก็มีชาวบ้านเริ่มมากันมาแล้ว"
ผมสนทนาอยู่กับหลวงพ่อไม่นานนัก ท่านก็ขอตัวไปทำวัตรเย็นในพระอุโบสถหลังเก่าที่มีอายุหลายร้อยปี หลวงพ่อได้บอกว่าวัดไหล่หินเป็นวัดผู้พี่ของวัดลำปางหลวงอีกทีหนึ่ง ที่จำลองแบบไปจากวัดไหล่หิน แต่ได้สร้างให้ใหญ่โตกว่า
เสียงสวดทำวัตรเย็นซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองจากพระเพียง 3 รูป ดังออกมาจากพระอุโบสถ เห็นแสงส่องสว่างจากเทียนพรรษาเล่มใหญ่อยู่ 3 เล่ม จุดสลัวๆ เป็นบรรยากาศที่ค่อนข้างจะดูขลังในความสงบเงียบของเย็นวันนั้น
ผมออกจากวัดในความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แปลกใจที่เห็นวัดเก่าแก่แต่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เหมือนเพชรเม็ดงามที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษา ด้วยความรู้สึกศรัทธาที่สืบทอดกันมาช้านาน
และยิ่งได้มาเห็นเอาในเวลาโพล้เพล้ใกล้มืดค่ำที่มีแต่ความเงียบด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้รู้สึกสงบไม่น้อย และยากนักที่จะพบกับสภาพเช่นนี้ในสังคมเมือง วันนั้นมีความรู้สึกอยากจะซึมซับช่วงอารมณ์แบบนี้ไปอีกนานๆ
นี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ได้สัมผัสกับวัดไหล่หิน หากท่านต้องการ
รับรู้เรื่องราวของวัดไหล่หินที่มากกว่านี้ ก็ติดตามอ่านได้ใน
บทความ Articles Wat Lai Hin ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย
เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
18 ตุลาคม 2547 |