|
สิ่งที่สะดุดตา และแตกต่างกว่าวัดทั่วไปทางภาคเหนือก็คือ ซุ้มประตูที่เป็นอิฐสีน้ำตาล
แต่แต่งแต้มด้วยลายปูนปั้นแบบล้านนา ทำให้เห็นลวดลายสีขาวโดดเด่น แสดงถึงภูมิ
ิปัญญาของช่างเมืองเหนือที่รู้จักการประยุกต์ เพื่อเน้นลายให้เด่นชัดสวยงาม
เห็นซุ้มประตูที่นี่แล้ว ทำให้นึกถึงซุ้มประตูวัดพระธาตุลำปางหลวงที่จังหวัดลำปาง
ซึ่งเป็นซุ้มประตูที่ใหญ่โตและสวยงาม จนบางวัดทางภาคเหนือได้นำไปเป็นแบบก่อสร้าง
วิหารไม้สักเป็นจุดเด่นที่มองจากท้องถนน ด้วยรูปแบบที่ค่อนข้างจะแปลก แต่แฝงไว้ด้วย
ลีลาของศิลปะ มีการเล่นลายปูนปั้นอันละเอียดอ่อนในส่วนที่เป็นโครงสร้างของเสารูป
เหลี่ยมสีดำ ที่แปลกตาและเด่นมากก็คือตรงหน้าบันรูปจั่วได้ประดับกระจกสี ซึ่งทำให้เกิด
สีสันหลากสีบนหลังคาวิหารที่มีพื้นโทนสีดำ ซึ่งพื้นดำนี้มีส่วนช่วยขับกระจกสีแดง ขาว
น้ำเงิน เขียว เหลือง จนดูระยิบระยับ
ผมยืนมองซุ้มประตูและวิหารไม้สักอยู่นาน จนมีความรู้สึกว่าทั้งซุ้มประตูและวิหารวัด
ได้จำลองมาจากวัดพระธาตุลำปางหลวงทั้งหมด เพียงแต่ประยุกต์งานศิลปะให้เป็น
แบบสมัยใหม่จนดูสวยงามและแปลกตา
ใครไปเที่ยวเชียงใหม่และมีโอกาสผ่านบนถนนสายนี้ ก็อยากเชิญชวนให้เข้าไปดูไปสัมผัส
กับลายไทยปูนปั้นที่แสดงความละเอียดอ่อนในทุกกระเบียดนิ้ว ดูแล้วก็น่าภูมิใจที่เห็นช่าง
ฝีมือยังคงความสามารถ และสืบทอดศิลปะล้านนาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย นับได้ว่าเป็นผู้อยู่
ูู้่เบื้องหลังความสำเร็จ และเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง หลังจากที่วัดนี้สร้างเสร็จก็คงจะสวยงาม ดูเด่นเป็นสง่าแก่ผู้พบเห็น และคงจะเป็นศักดิ์
เป็นศรีคู่เมืองเชียงใหม่ต่อไปในอนาคต ก่อนจะจากลาวัดโมฬีหลังจากบันทึกภาพจนมากพอแล้ว ก็เดินออกไปอยู่หน้าวัดเพื่อเก็บ
ภาพในมุมมองจากภายนอก ได้พบกับป้ายใหญ่หน้าวัดตรงประตูทางเข้า ซึ่งแถบบน
ของ ป้าย บอกยี่ห้อมือถือตัวใหญ่ตามที่เห็นดาษดื่นทั่วกรุงเทพ ถัดลงมาเป็นข้อมูลประวัติ
ของวัดโมฬีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีรูปภาพและแผนที่ประกอบ
หลายคนอาจบอกว่าไม่ค่อยรู้สึกอะไรนัก ดีเสียอีกที่ผู้คนผ่านไปมาจะได้รู้ประวัติของวัด
แต่ในความรู้สึกของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตัวผมเอง รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับสิ่งนี้ ดูไม่
ต่างอะไรกับเรื่องราวที่พึ่งเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ที่ร้านสุกี้ยี่ห้อดัง ติดโลโก้ไว้
ตรงกลางตาลปัตรของวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ทำนองว่าทำบุญเพื่อหวังโฆษณา
หากพระวัดนี้ไปสวดที่ไหน ผู้คนก็ต้องเห็นโลโก้ของร้านสุกี้
ซึ่งเรื่องนี้หลายฝ่ายมองว่า
หากินกับพระ หรือใช้วัดเป็นเครื่องมือทางการค้า
โลกของยุคการแข่งขันในปัจจุบัน ศาสนสถานหลายแห่งอาจตกเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ
โดยไม่รู้ตัว ที่ถูกนักธุรกิจเสนอตัวช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ โดยแอบแฝงผลประโยชน์ของ
ตนเอง ซึ่งเห็นว่าวัดเป็นศูนย์รวมของผู้มาทำบุญและมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การติด
แบรนด์หรือโลโก้สินค้าเพื่อให้ผู้คนผ่านไปได้เห็น
ย่อมได้ประโยชน์ทางธุรกิจไม่น้อยทีเดียว
ที่วัดกู้เต้า วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็พบกับภาพลักษณะนี้อีกเช่นกัน
ซึ่งเป็นไปได้ว่า คงพบเห็นกันทุกแห่งที่เป็นวัดสำคัญๆในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว
หากป้ายแบบนี้ติดอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ สนับสนุนในส่วนราชการ ก็คงไม่มีใครมาตำหนิ
แต่การที่มาตั้งอยู่หน้าวัด บดบังโบราณสถานที่เป็นมุมมองอันสวยงามของผู้พบเห็น
สมควรจะทำเช่นนี้หรือไม่ และหากผู้รับผิดชอบหรือคนในท้องถิ่นไม่ใส่ใจหรือไม่เท่าทัน
ในเรื่องนี้
อนาคตเราก็คงจะเห็น "โฆษณาแฝง" ลักษณะนี้อีกมากมาย
เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
7 ตค.47 |