The Professional Photo Website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ Home > Gallery > Pasak Dam   
     
   Gallery : Pasak Dam   ภาพชุดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี   
 
       
 
     
  เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์   อ่านพระราชดำรัสเรื่องเขื่อนป่าสักเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2546

 

เขื่อนดินที่สร้างหลังสุด แต่มีผู้สนใจเดินทางมาเที่ยวชมมากที่สุด

เขื่อนป่าสัก หลายคนน่าจะรู้จักโดยเฉพาะคนกรุงเทพ เพราะอยู่ไม่ห่างไกลเท่าใดนัก  เพียงแค่ร้อยกว่ากิโลเมตรก็ถึงแล้วเขื่อนป่าสักเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดลพบุรีและสระบุรี ที่ใครต่อใครอยากไปเห็น ปัจจุบันเปิดมาได้ 4 ปีกว่าแต่ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ขาดสาย เป็นจุดแวะเที่ยวก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่น

ใครจะไปเขาใหญ่ นครราชสีมา หรือภาคอีสาน ก็ถือโอกาสแวะถ้าหากไม่รีบเร่งจนเกินไป หรือใครผ่านสระบุรีเพื่อไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ก็อาจเลี้ยวเข้ามาชมเขื่อนกันก่อนที่จะเดินทางกันต่อ และถ้าเป็นเทศกาลดอกทานตะวันด้วยแล้ว บอกได้เลยว่าเหมือนมีมหกรรมกันทีเดียว แห่กันมาดูดอกทานตะวันเสร็จ ก็จะไปแออัดกันต่อที่เขื่อนป่าสัก  ทำให้ถนนสายเล็กๆของท้องถิ่นที่เคยเงียบสงบกลายเป็นถนนท่องเที่ยวสายสำคัญ มีรถราวิ่งกันให้ควักไขว่ทั้งรถเก๋ง รถตู้ รถปิกอัพ และรถทัศนาจร

ดังนั้นคนที่อยู่แถวๆกรุงเทพหรือปริมณฑล หากบอกว่าไม่เคยมาเที่ยวเขื่อนป่าสัก ก็อาจจะดูตกกระแสไปหน่อย

เขื่อนป่าสักตั้งอยู่ในเขต ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ส่วนพื้นที่อ่างเก็บน้ำจะกินพื้นที่ไปถึง จ.สระบุรี ดังนั้นเขื่อนป่าสักจึงดูเหมือนว่าอยู่ในพื้นที่ของสองจังหวัด และเส้นทางมาเที่ยวเขื่อนก็มาได้สองทาง จากสองจังหวัดเช่นกัน

อ่างเก็บน้ำในเขื่อนที่เห็นเป็นบริเวณกว้างนั้น มาจากแม่น้ำป่าสักจังหวัดเพชรบูรณ์ ใครเคยไปเที่ยวเพชรบูรณ์ หล่มสัก หล่มเก่าหากมองเห็นภูเขาสวยๆที่อยู่ข้างทางละก้อ นั่นแหละคือต้นน้ำที่ไหลลงคลองเล็กคลองน้อย มารวมกันเป็นแม่น้ำป่าสัก  สู่ปลายทางที่อ่างเก็บน้ำในเขื่อน

เขื่อนป่าสักสามารถเดินทางมาได้ 2 เส้นทาง สายแรกมาตามถนนมิตรภาพหรือสายภาคอีสานที่จะไปโคราช จากสระบุรีมาถึงอ.มวกเหล็ก ก็เลี้ยวซ้ายไปยัง อ.วังม่วง ซึ่งจะมีป้ายบอกทางไปเขื่อนเป็นระยะๆ อีกเส้นทางหนึ่งก็ออกจากสระบุรีไปตามเส้นทางสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ และเมื่อมาถึงแยกพัฒนานิคมก็เลี้ยวขวาเข้าเขตอำเภอและผ่านไปยังเขื่อนป่าสัก ซึ่งมีป้ายบอกเป็นระยะๆตามจุดทางแยก ก็รับรองว่าไม่มีใครหลงทางแน่

ถ้าในเทศกาลทานตะวันบานหลายคนอาจเลือกมาทางมวกเหล็ก และตอนขากลับก็อาจออกไปทางอำเภอพัฒนานิคม ต่อไปถึงสระบุรี เพราะจะได้เห็นทุ่งทานตะวันในช่วงระหว่างทางสายนี้ เป็นภาพที่ไม่ซ้ำกับตอนขามา

ถ้าจะลำดับความเป็นมาของเขื่อนป่าสัก คงต้องย้อนอดีตไปไกลหน่อย คือตั้งแต่ ปี 2497 หรือเมื่อ 50 ปีก่อน ที่อยู่ในแผนพัฒนาของกรมชลประทานในการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสักเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งปัญหาก็มาจากการขาดแคลนน้ำที่ไม่เพียงพอ

จากนั้นในปี 2508 ก็เริ่มศึกษาโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำป่าสัก วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัยของลุ่มแม่น้ำป่าสักไปจนถึงกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งขณะนั้นก็มีแนวคิดที่จะสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำที่ อ.แก่งคอย สระบุรี แต่ก็ล้มเลิกเนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูง

มาถึงปี 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาอย่างจริงจังและเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย จากนั้นโครงการนี้ก็ได้ผ่านเห็นชอบจากคณะกรรมการศึกษาในด้านต่างๆมาโดยตลอด เช่นด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับราษฏร รวมทั้งโครงสร้างของชั้นดิน โดยว่าจ้างบริษัทต่างชาติมาทำการศึกษา

และวันที่ 3 พฤษภาคม 2537 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้เปิดโครงการก่อสร้าง โครงการเขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำป่าสัก และดำเนินการก่อสร้างในปีเดียวกัน

15 มิถุนายน 2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จประกอบพิธีเริ่มการเก็บกักน้ำเป็นปฐมฤกษ์ และวันที่7 ตุลาคม 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อ “ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ”

25 พฤศจิกายน 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

และนับตั้งแต่เขื่อนป่าสักได้แล้วเสร็จ ก็ทำให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลรอดพ้นจากอุทกภัย จากที่เคยสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมานับครั้งไม่ถ้วน กรุงเทพมหานครเมืองหลวงที่ใหญ่โตแต่มีน้ำขังในบางพื้นที่นานหลายเดือน เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่บริเวณหัวหมาก รามคำแหง และหมู่บ้านเสรี(หลังรามคำแหง) หลายคนคงจำได้ว่าเมื่อปี 2525 นั้น สาหัสเพียงใด

หากคนกรุงเทพมีโอกาสไปเที่ยวชมเขื่อนป่าสักครั้งใด ก็ขอให้คิดสักนิดว่า เขื่อนในโครงการพระราชดำริแห่งนี้ ทำให้กรุงเทพรอดพ้นอุทกภัยมาได้ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย

ผลจากโครงการเขื่อนป่าสัก ได้ทำให้ราษฏรมีอาชีพใหม่ คืออาชีพประมง ที่สามารถจับปลาจากอ่างเก็บน้ำมาขาย สร้างรายได้สร้างอาชีพได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไปเที่ยวเขื่อนก็จะเห็นตลาดนัดจำพวกปลานานาชนิดวางขายเป็นจำนวนมาก เช่น ปลาย่างปลาแดดเดียว ปลาทอด และการแปรรูปจากปลาชนิดต่างๆ เช่นปลาส้ม ทอดมันปลากราย ไปเที่ยวแล้วก็อย่าลืมอุดหนุนกันหน่อยเป็นการช่วยเหลือคนในพื้นที่ได้โดยตรง หรืออยากจะทานปลากันแบบสดๆจากเขื่อน  ในบริเวณแถวๆนั้น ก็มีอยู่หลายร้านทานไปด้วยชมวิวบริเวณทะเลสาบไปด้วย

เขื่อนป่าสักอยู่ใกล้กรุงเทพแค่นี้เอง หากใครจะมาเที่ยวก็สามารถจัดทริปการเดินทางได้ภายในวันเดียว โดยพ่วงสถานท่องเที่ยวใกล้เคียงเข้าไปด้วย เช่นจังหวัดลพบุรี หรืออีกเส้นทางหนึ่งก็อาจเที่ยวเขาใหญ่ไปพร้อมๆกัน

ปัจจุบันพื้นที่ในแถบนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีจุดแวะอยู่หลายแห่ง เช่น ฟาร์มโชคชัย ไร่องุ่น น้ำตกเจ็ดสาวน้อยถ้ำต้นไม้ และที่ขาดไม่ได้ก็คือตลาดนัดมวกเหล็กที่มีสโลแกนว่า "นมดีกระหรี่ดัง" ก็คือได้ดื่มนมสดๆจากฟาร์มโคนมของเกษตรกรในระแวกนั้น และได้ทานกระหรี่พับชั้นยอดที่อร่อยกันเกือบทุกร้าน และยังได้อุดหนุนสินค้าพืชผักผลไม้จากชาวสวนของท้องถิ่น





ภาพเขื่อนป่าสัก

ผมไปเที่ยวเขื่อนป่าสักอยู่หลายครั้งนับแต่ปีที่เปิดทำการ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2542 เที่ยวเขาใหญ่เสร็จก็อาจแวะเขื่อนตอนขากลับหรือมาถ่ายภาพดอกทานตะวันก็แวะเที่ยวเขื่อน ก็มีบางครั้งที่ผ่านมาในย่านนี้แล้วแต่ไม่ขอข้องแวะ เพราะรู้ดีว่าสภาพบริเวณเขื่อนจะวุ่นวายและโกลาหลเพียงใด รถเป็นพันคนเป็นหมื่น ที่แออัดกันอยู่ในบริเวณเขื่อน หากหลุดเข้าไปแล้วก็คงเสียเวลาไม่ไช่น้อย

ภาพเขื่อนป่าสักใน Gallery ชุดนี้เป็นการเก็บเล็กเก็บน้อยจากที่เคยแวะถ่ายภาพ ครั้งสุดท้ายที่มา ก็คราวน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี ' 45ปีเดียวกับที่ไปนั่งเรือถ่ายภาพน้ำท่วมที่ อยุธยา เมื่อเดือนตุลาคม ช่วงนั้นเห็นว่างๆเลยชวนครอบครัวและญาติๆมาเที่ยวเขื่อนกัน โดยมาตามข่าวที่บอกว่าเป็นปีแรกที่เขื่อนป่าสักรับน้ำได้ในปริมาณสูงสุด สูงเกินต้องการจนต้องระบายน้ำอย่างเร่งด่วน

ข่าวนี้ เลยกลายเป็นการปลุกกระแสให้ผู้คนเดินทางมาดูน้ำกันอย่างคับคั่ง น้ำในอ่างเก็บน้ำเอ่อล้นออกมานอกพื้นที่เป็นบริเวณกว้างจนท่วมทางเดินสู่ตัวเขื่อน ใครจะไปดูประตูระบายต้องถลกขากางเกงต้องลุยน้ำเป็นที่สนุกสนาน เด็กๆเจอแบบนี้เลยชอบใจกันใหญ่

ภาพน้ำที่ปล่อยออกมาจากประตูระบายในเวลานั้นค่อนข้างรุนแรง ทุกประตูต้องปล่อยแบบเต็มกำลัง จึงเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวบางส่วนของเขื่อนจึงต้องปิดไม่ให้คนเข้าไปเพราะอาจเกิดอันตราย รวมทั้งรถที่พาชมเขื่อนก็ต้องหยุดบริการชั่วคราว

เมื่อนำภาพจากประตูระบายน้ำในคราวที่ปล่อยน้ำในภาวะปกติ กับช่วงน้ำท่วมใหญ่ มาเทียบกันจะเห็นชัดว่าระดับน้ำใต้เขื่อนนั้นสูงมาก จนทำให้พื้นที่ราษฏรที่อยู่ตอนล่างได้รับผลกระทบ และเป็นครั้งแรกที่ได้รับความเดือดร้อนจนต้องมีการรวมตัวกันประท้วงหากใครไปเที่ยวเขื่อนตอนนั้นคงจะเห็นภาพน้ำท่วมสองข้างทางเป็นบริเวณกว้าง จนวัวควายที่เลี้ยงไว้ที่บ้านต้องต้อนกันมาอยู่ข้างถนน และชาวบ้านก็ต้องปลูกเพิงอาศัยชั่วคราวนอนเฝ้าสัตว์เลี้ยง



ข้อมูลการถ่ายภาพ

ภาพส่วนใหญ่ใช้ฟิล์มฟูจิ velvia ซึ่งแน่นอนว่าให้สีที่อิ่มตัว เข้มข้นและสะใจ สะแกนด้วยเครื่องสะแกนของ nikon รุ่น COOLSCAN V ED ซื้อมาเพื่อสะแกนฟิล์มโดยเฉพาะ ที่ผ่านมาได้ใช้บริการจากทาง lab ต่างๆ ซึ่งก็มีปัญหากันมาตลอด  ที่คุณภาพรับไม่ค่อยได้ สีผิดเพี้ยนไปมาก จนเซ็ง จำต้องตัดใจและกัดฟันซื้อมาใช้เอง อาจแพงหน่อยแต่ก็คุ้มค่า ใครคิดจะลงทุนก็บอกว่าดีมาก ราคาที่ซื้อมาเมื่อเดือนเมษายน ราวๆเกือบสีหมื่นบาท ฟิล์มสี ฟิล์มสไลด์ ให้คุณภาพที่ดี ถ้าใครคิดจะซื้อก็แนะนำว่าควรมีความรู้ photoshop เพราะภาพที่สะแกนได้เหมือนเป็นของดิบ ต้องใช้ photoshop มาปรับสีปรับแสงกันอีกหน่อย จนได้ภาพใกล้เคียงต้นฉบับ ซึ่งจะยากและซับซ้อนมากกว่าการสะแกนภาพของระบบ flat bed ซึ่งภาพจากการสแกนจะเหมือนต้นฉบับเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ จนแทบไม่ต้องไปทำอะไร

ภาพจากเครื่องสะแกนของ Nikon รุ่นนี้ เริ่มจากภาพขุนอิน เป็นชุดแรก เขื่อนป่าสักนี้เป็นชุดที่สอง หากใครอยากเห็นคุณภาพก็ติดตามดูได้ที่เวปนี้

ภาพชุดนี้บางภาพจะเป็นฟิล์มสไลด์ fuji provia 100 ส่วนภาพไหนใช้ฟิล์มอะไร ได้อธิบายไว้แล้วในแต่ละภาพ ข้อมูลการถ่ายภาพก็พยายามจะบอกข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ที่กำลังศึกษาได้ทำความเข้าใจ เอาไปปรับใช้กับตนเองได้ หลายคนอาจมองว่าไม่จำเป็นแต่เห็นว่า อย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นแสงนำทางให้หลายๆคนที่สนใจการถ่ายภาพอย่างจริงจังได้ศึกษา ซึ่งเมื่อตอนที่ยังหัดถ่ายภาพใหม่ๆนั้น ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นเหมือนกุญแจสำคัญทีเดียว

 

webmaster
2-Jun- 2004