ข้อมูลการถ่ายภาพ
Nikon F90
Lens : 28-70 mm,28 mm,75-300 mm ,50 mm.
Films Slide : Kodak E100VS, Fuji Provia 100
Filter : PL
Tripods : No
การถ่ายภาพในครั้งนี้บรรยากาศค่อนข้างเป็นใจ คือเป็นเวลาแดดจัดๆในตอนเย็น ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ แม้จะเป็นช่วงเวลาดี
แต่ก็มีความไม่แน่นอนที่อาจมีเมฆบดบังพระอาทิตย์ ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคอยให้เมฆผ่านพ้นไปก่อน
จังหวะและเวลา
การถ่ายภาพกลางแจ้งในช่วงฤดูฝน อาจเห็นแสงผลุบๆโพล่ๆ เดี๋ยวมีแดด เดี๋ยวแดดหาย
การรอจังหวะถ่ายภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ และต้องมีความอดทนในการรอคอย
ถ่ายภาพที่เดียวกันแต่ต่างเวลาเพียงเล็กน้อย ก็อาจได้ภาพสวยต่างกันมาก หลายคนหลีกเลี่ยงการออกไปถ่ายภาพในช่วงฤดูฝนแต่จริงๆแล้ว หน้าฝนนี้แหละจะเห็นทิวทัศน์สวยที่สุด เพราะท้องฟ้ามีเมฆมาก เห็นปุยเมฆกระจายเต็มท้องฟ้า และบรรยากาศทั่วไปเคลียร์ใส
ไม่ขมุกขมัวเหมือนฤดูอื่น
มุมภาพ
ภาพทิวทัศน์ที่มีแดด การเลือกมุมถ่ายภาพมีความสำคัญไม่แพ้กับการจัดองค์ประกอบภาพ มุมของภาพหรือทิศทางของภาพต้องมาก่อน
รู้ตำแหน่ง รู้มุมแล้วก็ค่อยจัดองค์ประกอบกันทีหลัง หากเลือกมุมไม่ค่อยดีการจัดองค์ประกอบก็อาจยากตามไปด้วย
การถ่ายภาพทิวทัศน์ โดยหลักๆแล้วต้องเลือกมุมที่ไม่ย้อนแสง พระอาทิตย์ควรอยู่ด้านหลังหรือด้านข้างเฉียงๆ จะทำให้ได้ภาพที่มีมิติ มีส่วนเงาและส่วนสว่าง จะทำให้ภาพมีความคมชัดสูง
บางคนไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องนี้จึงได้ภาพที่ย้อนแสง ทั้งๆที่เพียงแค่ขยับไปถ่ายอีกด้านหนึ่งก็อาจได้ภาพที่สวยกว่า
ฟิลเตอร์ PL
หลายภาพในชุดนี้ใช้ฟิลเตอร์ PL เพื่อให้ท้องฟ้าเข้ม และเน้นเมฆให้ชัด
ฟิลเตอร์ PL จะช่วยเปลี่ยนความรู้สึกให้กับภาพได้มากทีเดียว เหมือนใส่แว่นกันแดดในสภาวะแดดจัด ทำให้ภาพมีน้ำหนักสดใสกว่าเดิม แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้อย่างมีเหตุผลด้วย
เพราะบางครั้งก็อาจไม่จำเป็น ธรรมชาติของจริงอาจสวยอยู่แล้วจึงไม่ต้องไปคิดปรุงแต่งเป็นอย่างอื่น
ถ่ายภาพท้องฟ้า/วัตถุสีขาว ให้ระวังเรื่องการวัดแสง
การถ่ายภาพที่เห็นท้องฟ้าขาวๆหรือวัตถุสีขาวๆ สิ่งที่ต้องระวังก็คือการวัดแสง ควรตั้งค่าให้ over ประมาณ 1/2 stop หรือ 1stop แล้วแต่กรณี
เพราะถ้าถ่ายมาตามที่กล้องวัดแสงได้ ภาพจะมืดกว่าปกติ ในภาพชุดนี้เจอเหตุการณ์ที่ว่านี้มาตลอด เช่นฟ้าขาว โบสถ์วิหารออกสีขาวๆ หรือท้องฟ้า
ภาพเหล่านี้ต้องเผื่อให้หมด หากใครไม่แน่ใจก็อาจใช้วิธีถ่ายไปตามปกติกับถ่ายให้ over ไว้ ก็จะเห็นข้อเปรียบเทียบได้
หรือไม่รู้จะให้ over เท่าใด
ก็แนะนำให้วัดแสงจากวัตถุใกล้เคียงที่พอจะใช้เป็นตัวแทนได้ เช่นพื้นดิน พื้นหญ้า หรือวัตถุอื่นที่ไม่สะท้อนแสงหรือมีสีขาวมากเกินไป
วัดแสงได้
้เท่าใดก็ใช้ค่านี้มาถ่ายภาพที่ต้องการได้
ฟิล์ม
ในชุดนี้ใช้ฟิล์ม 2 ยี่ห้อ เป็น slide ของโกดัก E100VS กับ Fuji 100 ถามว่าแตกต่างกันไม๊ ก็ตอบว่าไม่แตกต่างกันเท่าใดนักในสภาวะการณ์เช่นนี้
ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินก็บอกว่าฟิล์มอะไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นภาพ portrait แล้ว E100VS จะให้สีผิวที่ดีกว่า เพราะเป็นฟิล์มที่ออกโทนสีแดงอมม่วง
เจอสีผิวคนออกน้ำตาลแดงก็จะให้สีผิวมีน้ำหนักขึ้น ฟิล์มอาจไม่ใช่ปัญหาสำคัญนักเพราะคุณภาพใกล้เคียงกัน สิ่งที่ควรคำนึงน่าจะเป็นการเลือกฟิล์มให้ถูกกับงานมากกว่า ภาพวิวทิวทัศน์ทั่วไปควรใช้ฟิล์มไวแสงที่ ISO 100 ในสภาพแดดดี ถ้าจะใช้ฟิล์ม ISO 400 คงไม่ดีแน่ เพราะความสดและ
ความอิ่มตัวของสีสู้ฟิล์มไวแสงต่ำๆไม่ได้ ส่วนฟิล์มไวแสงที่ 400 ควรใช้ในสภาพแสงน้อยหรือภาพที่ต้องการใช้ความเร็วสูงๆ
ภาพพระในพระอุโบสถ
มีทั้งหมด 3 ภาพ ผมเลือกใช้เลนส์ 50 mm. /F1.4 สภาพแสงภายในไม่พอที่ถ่ายภาพให้ดีได้หากไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง เลนส์ 28-70 กับฟิล์มไวแสง
ที่ ISO 100 ถ่ายลำบากมากและเสี่ยงเกินไป
คำแนะนำในการถ่ายภาพพระพุทธรูป
ผมขอแนะนำการถ่ายภาพพระพุทธรูปอีกครั้งเพื่อให้ผู้สนใจได้ใช้เป็นแนวทาง ซึ่งอาจไม่ไช่บทสรุปที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ผมใช้อยู่
ู่
ควรใช้ขาตั้งกล้อง จะได้ภาพที่นิ่งสนิท และควบคุมระยะชัดลึกได้ดีกว่า ซึ่งอาจได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/4 หรือ 1/8 วิ หน้ากล้องที่ 8 หรือ 11
ควรเปิดหน้ากล้องให้ over 1/2 - 1 stop เพราะแสงสปอตไลท์ที่กระทบองค์พระจะสะท้อนเข้ากล้อง ทำให้การวัดแสงเปลี่ยนไป
ควรใช้เลนส์ไวแสงสูงๆ เท่าที่จะทำได้ เพราะจะได้ภาพที่สว่างพอ ดีกว่าการใช้เลนส์ไวแสงต่ำแต่ชดเชยด้วยความเร็วชัตเตอร์
การวัดแสงควรวัดแบบเฉลี่ย ไม่ควรวัดเฉพาะจุด เพราะเพียงแค่ขยับกล้องค่าก็จะเปลี่ยนไปมาก
เลือกรูรับแสงที่กำลังพอเหมาะ f.8 น่าจะกำลังดี หากได้ใช้วิธีการข้างต้นก็เชื่อว่าน่าได้ภาพที่สวย แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นต้องศึกษาด้วยตัวเองประกอบด้วย จะได้มีวิธีการหรือเทคนิคเป็นของตนเอง |