อุทยานแห่งชาติแม่เมย วันดีๆ กับที่ดีๆ อีกซักครั้ง ( 4 ธันวาคม 2548) อุทยานแห่งชาติแม่เมย คือ ที่หมายถัดจาก อช.ลานสางที่เราจะแวะพักแรมในคืนแรกของทิปนี้และ ก่อนจะต่อไปยังปาง
อุ๋ง (บ้านรวมไทย) ในเส้นทางหมายเลข 105 หลังจากออกจากตลาดมูเซอ มาที่ อ. แม่สอดระยะทางประมาณ 60 กว่ากิโลเมตรจะพบสามแยก
บายพาส
(ตรงไปจะไปสะพานมิตรภาพไทย-พม่า) ให้เลี้ยวขวาไป อ.ท่าสองยาง ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร (เส้นทางสาย
แม่สอด
แม่สะเรียง)
จากอำเภอท่าสองยางเรื่อยมาประมาณ 13 กิโลเมตร จะพบทางเลี้ยวซ้ายเข้าถ้ำแม่อุสุ และเลยไปอีก 30 กิโลเมตร
จะพบทางหมาย
เลข 1267
แยกเลี้ยวขวา
(เส้นทางสายแม่สลิด - อมก๋อย) ไปอีก 11 กิโลเมตร จึงถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย
ระหว่างทางจาก อ.แม่สอด ถึง อ.ท่าสองยาง แม้จะมีผู้เดินทางไม่มากในเส้นทางนี้นัก อีกทั้งตลอดในบางช่วงจะมีค่ายผู้อพยพและลี้ภัย ชาวกระเหรี่ยง เรียงราย (ช่วงเส้นทางแม่ระมาด-ท่าสองยาง) แต่ก็ดูปลอดภัยดี อันเนื่องจากมีกำลังทหารไทยตั้งด่านตรวจอยู่เป็นระยะๆ แต่ที่สำคัญควรชะลอความเร็วขณะผ่านบริเวณค่ายผู้อพยพและลี้ภัย เพราะในบางช่วงจะมี คนเดินริมถนนซึ่งไม่ค่อยจะมีไหล่ทางสักเท่าไร
แม่น้ำเมยกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ด้านทิศตะวันตกเกือบ 50 กิโลเมตร จากทิศเหนือจรดทิศใต้ แต่จะไหลจากใต้ขึ้นเหนือ
อันเป็นที่มาของชื่อ อุทยานแห่งชาติแม่เมย เดิมทีเดียวแถบนี้เคยรู้จักกันใน ชื่อ ม่อนกระทิง ซึงเป็นชื่อของรีสอร์ตในแถบดอยกระทิงของ
เทือกเชาแม่ระเมิงอันสลับซับซ้อน จนเมื่อปี พ.ศ. 2533 จึงเริ่มมีการสำรวจและจัดตั้งหน่วยงานสังกัดส่วนอุทยานแห่งชาติสำนักอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 115,800 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลแม่ต้านและ
ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำ ทำให้มีน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงาม เช่น น้ำตกแม่สลิดน้อย, น้ำตกแม่ระเมิงและ
น้ำตกชาวดอย อีกทั้งยังมีจุดชม
ทะเลหมอกที่สวยงามหลายแห่งซึ่งทุกจุดจะตั้งอยู่ติดทางหลวงสายแม่สลิด - อมก๋อย เช่น ม่อนกิ่วลม,
ม่อนครูบาใส, ม่อนพูนสุดา และ ม่อน
กระทิง ตามลำดับ แต่ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน คือ ม่อนกิ่วลม เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากที่สุด เพราะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเหนือทะเลหมอก
โดยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 14 กิโลเมตร บริเวณนี้มีลานกลางเต็นท์ และ
ห้องน้ำบริการ

ผมเดินทางมาถึงที่ อุทยานแห่งชาติแม่เมย ในตอนเย็นและตัดสินใจกลางเต็นท์ในบริเวณ อุทยานฯ โดยยึดริม น้ำตกแม่สลิดน้อยเป็นที่กาง
เต็นท์ คนไม่เยอะเพราะส่วนใหญ่จะขึ้นไปกางเต็นท์ที่ม่อนกิ่วลมกันหมด และ อีกอย่างที่นี่ห้องน้ำห้องท่าสะดวกสบาย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ จัดการกับสัมภาระทั้งหมด พร้อมกับการเตรียมอาหารเย็นริมน้ำตกแม่สลิดน้อย ซึ่งผมถือว่าในช่วงเทศกาลอย่างนี้ แล้วยังได้บรรยากาศแบบนี้ มันเป็นวันดีๆ กับที่ดีๆ จริงๆ ครับ

หลังอาหารเย็นเราใช้เวลาว่างในช่วงนี้เดินสำรวจไปรอบๆ ทำให้รู้ว่าร้านค้าสวัสดิการฯที่นี่ไม่ธรรมดาครับ...มีเสื้อผ้าแนวทหารกับ
JACKET
เท่ห์ๆ ขายในราคาไม่แพงอีกด้วย ทำให้เราเพลินกับการช็อปเล็กๆ ก่อนไปนั่งดูดาวท้ายกระบะหน้าป้าย อุทยานฯ ในวันฟ้าเปิดดาวประกาย เต็มท้องฟ้า...น่าจดจำ...ร้านค้าสวัสดิการฯ เปิดถึง 3 ทุ่มครับ...ฝากไว้ด้วยครับ...
ตี 5 เช้าตรู่วันต่อมา...เสียงเครื่องยนต์กับคนคุยกันจ้อกแจ๊กจอแจปลุกเราให้ตื่นจากเต็นท์รีบล้างหน้าล้างตา ที่หมายเดียวกันในยามนี้ คือ ชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกที่ ม่อนกิ่วลม แต่เราไม่แน่ใจในทะเลหมอกเพราะ เมื่อคืนอากาศไม่น่าจะเย็นพอที่จะทำให้หมอกหนาได้
และแล้วสิ่งที่คาดไว้ก็เป็นจริง...ทะเลหมอกที่เราคาดหวังไว้ไม่มากมายแต่ก็มีให้ได้ชื่นชมกันพอสมควรจนอาทิตย์ขึ้นสูง ถึงตอนนี้คนเริ่มแยกย้ายกัน เราก็เช่นกันระหว่างทางเราแวะ,ม่อนครูบาใส, ม่อนพูนสุดา และ ม่อนกระทิง รวมทั้งน้ำตกแม่ระเมิงด้วย
เรากลับมาที่เต็นท์ตอนสายๆ เริ่มหิวกันแล้ว เลยจัดการหาอาหารเช้าแบบล้างครัวกันเลย เพราะที่ต่อไปที่จะไปเราจะแวะหาอาหารสดกันระหว่างทาง (สบเมย-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน-ปางอุ๋ง) ทำให้เตรียมการค่อนข้างนานแต่ก็คุ้มครับ...ยามนี้เราอาศัยอาบน้ำตกแล้วเก็บของ
กว่าจะเรียบร้อยก็เกือบบ่าย...ผมเริ่มกังวลกับเส้นทางที่จะไปต่อไปเพราะอีกไกลและ อาการเมารถของสมาชิกบางคน ทำให้ต้องแวะพักค่อนข้างบ่อยหน่อย
เห็นทีที่หมายต่อไปปางอุ๋ง (บ้านรวมไทย) คงมืดแน่....ไว้เจอกันที่ปางอุ๋งครับ. 
กินกันอย่างนี้ทุกมื้อ...อิอิ อาบน้ำตกแม่สลิดน้อยนี่แหละ 3 คน สัมภาระทั้งหมดแค่เนี่ย เหลียวมองก่อนจาก
วีระวัฒน์ อินทรีย์ทอง _ กบ
พบกับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา โดย วีระวัฒน์
เพชรบูรณ์/เขาค้อ
หาดวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์
อช.ลานสาง จ.ตาก
|