Home
Home   News  192
 
 
News : รวมข่าว สาระ และเรื่องราวที่น่าสนใจ

 
 
Main Menu
  Photo Gallery ภาพท่องเที่ยวทั่วไทย
  Outbound Tour ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน
  Royal Photo ภาพงานพระราชพิธี
  City Tour ภาพท่องกรุงเทพฯ
  Events ภาพเหตุการณ์ ใน-ต่างประเทศ
  Portrait ภาพคน ภาพสาวพริตตี้
  Baby & Child ภาพเด็กน่ารัก
  Asia Girls รวมภาพสาวเอเชีย
  Guest ภาพแค้มปิ้งจากเพื่อนสมาชิก
  Flower & Nature ภาพดอกไม
  King Photo ภาพในหลวง พระราชินี
  Free Wallpaper วอลเปเปอร์
  Photo Around the World ภาพทุกมุมโลก
  Site Update อัพเตตเว็บล่าสุด
  About Us : Contact Us ติดต่อกับเรา
 
Outbound ท่องเที่ยวในต่างแดน
  Angkor Wat : นครวัด นครธม
  Kohker : เกาะแกร์ เบ็งมาเลีย
  Malaysia : ประเทศมาเลเซีย
  South Laos : ลาวใต้ แขวงจำปาสัก
  Luang Pra Bang : หลวงพระบาง
  Middle Vietnam : เว้ ดานัง ฮอยอัน
  Hanoi Halong Bay : ฮานอย อ่าวฮาลอง
  Sapa Vietnam :ซาปา เวียดนามเหนือ
  Sipsongpanna :สิบสองปันนา
  Myanmar พม่า ย่างกุ้ง หงสา อินทร์แขวน
  Guilin China : กุ้ยหลิน จีน
  Beijing : ปักกิ่ง วังหลวง กำแพงจีน
  Myanmar : พม่า เมืองเมียวดี
  Myanmar : พม่า ย่างกุ้ง หงสา อินทร์แขวน
Asia Girls ,Sexy ,Teen, Idol
  Korean สาวเกาหลี
 Japanese สาวญี่ปุ่น
  Philipines สาวฟิลิปปินส์
 Chinese สาวจีน
  Myanmar สาวพม่า
 Indonesian สาวอินโดนีเซีย
  Indian สาวอินเดีย
  Laos สาวลาว
  Cambodian สาวกัมพูชา
  Vietnamese สาวเวียดนาม
  Malaysian สาวมาเลเซีย
  More >
 

 
รักแท้แม้หย่ากันไปแล้ว ภรรยากลับมาบริจาคตับให้สามีป่วย


นายเถียน ซินปิ่ง และนางซูตาน สามีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก กำลังคุยกันบริเวณทางเดินหน้าห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาลกองทัพปลดแอกประชาชน 309 ในวันที่ 31 ต.ค.55

หวั่งอี้ - คู่สามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานเกือบ 10 ปี หย่ากันเพราะเห็นต่างเรื่องงาน แต่ผ่านไป 2 เดือน อดีตสามีตรวจพบว่าเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับ อดีตภรรยาจึงขอแต่งงานใหม่ด้วยเพื่อใช้สิทธิในการบริจาคตับ ครั้นถูกคณะกรรมการด้านจริยธรรมสอบสวน เธอก็พูดทั้งน้ำตาว่า “เพราะฉันรักเขาค่ะ”

หลังการตรวจร่างกาย นางซูตานอดีตภรรยา วัย 32 ปี ได้ใช้เวลาสองอาทิตย์ในการเกลี้ยกล่อมให้อดีตสามีวัย 39 ปีแต่งงานใหม่กับเธอ และยอมรับการเปลี่ยนตับที่เธอเป็นผู้บริจาคให้

31 ต.ค.ที่ผ่านมา ซูตานได้สละตับหนักกว่า 590 กรัมข้างหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนให้อดีตสามี โดยหวังให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ

ซูตานมาจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ส่วนเถียน ซินปิ่ง เป็นคนเหอหนัน ทั้งคู่เริ่มต้นจากความรัก ลงเอยด้วยการแต่งงาน มีลูกด้วยกัน และอยู่ด้วยกันมานานร่วม 10 ปี จนมาถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกิดความเห็นขัดแย้งเกี่ยวกับกฎของบริษัทที่ลงทุนสร้างมาด้วยกัน หลังการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทั้งสองได้ยื่นคำขาดขอหย่า แต่ก็ยังอยู่ร่วมชายคาเดียวกันชั่วคราว เพื่อสะสางปัญหาที่ค้างคาของบริษัท

“ตอนเซ็นใบหย่าเราต่างคนต่างแรง พอสงบสติอารมณ์ลงได้ ก็รู้สึกอยากคืนดี เพียงแต่การป่วยของเขาเร่งการคืนดีให้เร็วขึ้นเท่านั้น” ซูตานบอกกับผู้สื่อข่าว

เดือนสิงหาคม เถียน ซินปิ่ง ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคตับแข็งขั้นสุดท้าย และมะเร็งตับ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนปลูกถ่ายตับใหม่ทันที ซึ่งในช่วงนั้น ทางโรงพยาบาลมีคนไข้ที่เข้าคิวรอรับการบริจาคตับอยู่ 10 ราย ซูเห็นว่าขืนรอคิว เถียนมีหวังไม่รอดแน่ เธอจึงอาสาที่จะเป็นผู้บริจาคให้เอง

โดยตอนแรกที่รู้เรื่อง เถียนคิดว่าเธอล้อเล่น แต่พอเห็นเธอมีสีหน้าจริงจัง และลากเขาไปคุยกับหมอ พร้อมขอให้หมอรีบทำการผ่าตัด เขาก็รีบปฏิเสธทันที และเลือกที่จะไม่พูด เมื่อเธอพูดเรื่องนี้ขึ้น

“ผมรู้สึกว่าการบริจาคตับนั้นเสี่ยงมาก เพราะหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น จะพานทำเธอบาดเจ็บไปด้วยอีกคน ลูกสาวเราก็ยังเล็กอยู่”

 
เตียงของทั้งคู่ถูกคั่นด้วยตู้ข้างเตียงใบเล็ก ห่างกันเพียงแค่ยื่นมือ ก็สัมผัสได้ถึงมือของอีกฝ่าย

ซูรู้ดีว่า เถียนปฎิเสธเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเธอ แต่เธอก็รู้ว่าอันตรายครั้งนี้เธอจำเป็นต้องเสี่ยง

เธอบอกว่า ลูกสาวจะต้องมีพ่อ รวมทั้งเธอไม่อยากให้พ่อแม่ของเถียนต้องเผชิญกับสภาวะ “ผมขาวส่งผมดำสูปรโลก” เธอยังเล่าช่วงชีวิตที่ใช้ร่วมกันกับเถียนให้ฟังว่า เธอชอบที่เขาไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ อีกทั้งชอบปีนเขา โดยเถียนปีนภูเขาในปักกิ่งจนเกือบครบแล้วก็ว่าได้ นิสัยแบบนี้กระตุ้นพลังในการใช้ชีวิตของเธอ “ฉันเคยชินแล้วที่ต้องพึ่งพาคุณ หากไม่มีคุณอยู่เคียงข้าง ฉันคงสูญสิ้นความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตไป” เธอพูดกับเถียน

พ่อแม่ของซูไม่คัดค้านลูกสาว พวกเขาบอกว่า เถียนก็เปรียบเสมือนลูกชายคนหนึ่ง “ลูกสาวของเราตัดสินใจทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ พวกเราต้องสนับสนุนเธอจึงจะถูก”

การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะในจีน ต้องได้รับการตรวจสอบจากคณะกรรมการด้านจริยธรรม โดยมีข้อแม้ว่า ผู้บริจาคต้องเป็นคู่สมรส ญาติพี่น้อง ผู้มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันใน 3 รุ่น หรือพ่อแม่บุญธรรม ดังนั้น ซูจึงต้องขอร้องให้เถียนแต่งงานใหม่กับเธอ เพื่อที่จะได้นำหลักฐานการสมรสยื่นขออนุญาตเปลี่ยนอวัยวะ

 
คณะกรรมการด้านจริยธรรมกำลังตรวจสอบใบทะเบียนสมรสของสองสามีภรรยา

แรกเริ่มเดิมที พี่สาวของเถียนอาสาเป็นผู้บริจาค แต่ติดตรงที่อายุมาก และร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ส่วนคณะกรรมการด้านจริยธรรมก็อดสงสัยไม่ได้ ด้วยทางบ้านสามีค่อนข้างมีฐานะ การมุ่งมั่นยอมบริจาคของซูมีเหตุผลด้านการเงินแอบแฝงหรือเปล่า

ด้าน ผอ.สถาบันการปลูกถ่ายอวัยวะของกองทัพฯ บอกว่า ระหว่างผ่าตัดเปลี่ยนตับนั้น ผู้บริจาคมีความเสี่ยงในการผ่าตัดมากกว่าผู้รับบริจาค ทั้งภาวะเลือดไหลไม่หยุด การทำงานที่ผิดปกติของตับข้างที่เหลือ การรั่วของถุงน้ำดี การติดเชื้อ เหล่านี้ล้วนเคยเป็นเคสที่ทำให้ผู้บริจาคเกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด คณะกรรมการฯ จึงต้องทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

และจากการประเมินที่ครอบคลุมปัจจัยด้านต่างๆ กอปรกับซูแสดงความจริงใจทั้งน้ำตา และบอกว่า “เพราะฉันรักเขาค่ะ” การเปลี่ยนตับในครั้งนี้จึงได้รับการอนุญาต โดย ผอ.เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ส่วนใหญ่ผู้ให้ และผู้รับมักเป็นพ่อลูกกัน กรณีสามีภรรยาค่อนข้างน้อย เขาจึงเลื่อมใสในการตัดสินใจของซูมาก

ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ต.ค. ราว 8 โมงเช้า ซูถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดก่อน เถียนจับมือเธอ และมองพยาบาลเข็นเธอไปจนลับตา “ความรู้สึกตื่นเต้นก็มีเป็นธรรมดา แต่พอหมอบอกว่าการผ่าตัดที่ผ่านมามีอัตราความสำเร็จสูง เราก็เกิดความเชื่อมั่นขึ้น แต่ผมก็บอกหมอว่า หากเกิดอุบัติเหตุในการผ่าตัด ต้องรักษาชีวิตของภรรยาผมก่อน”

 
เถียน สามีที่หย่ากันไปเมื่อ 2เดือนก่อน จับมือซู ภรรยาไว้แน่น ก่อนที่เธอจะเข้าห้องผ่าตัด


หลังบอกลาสามี ซูก็ถูกเข็นไปยังห้องผ่าตัด เพื่อผ่าตัดเปลี่ยนตับให้สามี


ในที่สุด การผ่าตัดก็สำเร็จลุล่วง โดยทีมศัลยแพทย์ได้วางแผนก่อนการผ่าตัดมาเป็นอย่างดี และทำได้ตามแผนที่วางไว้ รวมไปถึงรายละเอียดของการเลือกใช้เข็มและด้ายในการเย็บ “พวกเขาทำให้พวกเราซาบซึ้งใจไปตามๆ กัน”

และในคืนนั้นเอง เถียนก็ได้เป็นเจ้าของชีวิตส่วนหนึ่งของซูที่อยู่ในร่างของเขาเป็นที่เรียบร้อย ผอ.บอกว่า ตับของซูต้องใช้เวลาราวครึ่งปีในการปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซูจึงต้องมาตรวจเช็กตามกำหนดเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน

ซูบอกกับผู้สื่อข่าวว่า

“การแต่งงานเป็นเพียงรูปแบบภายนอก ที่สำคัญคือ จิตใจของคนทั้งสอง ซึ่งกระดาษแผ่นเดียวไม่สามารถชี้วัดได้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่โยงพวกเราเข้าด้วยกัน ลูก พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ความรู้สึก ความทรงจำ ประกอบขึ้นเป็นครอบครัว”

 
ทีมศัลยแพทย์ได้เตรียมแผนผ่าตัดมาอย่างดี การผ่าตัดซู จึงประสบความสำเร็จตามคาด



ที่มา :  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤศจิกายน 2555 08:02 น.  

 



 



 
 
           
      
           
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ