มหามงคล 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554
(บันทึกภาพ 5 ธันวาคม 2554)
พิธีเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ หรือ 84 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีนี้ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกปลาบปลึ้มที่พระองค์เสด็จออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
ภายในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเช้าวันที่ 5 ธันวาคม 54 ทำให้ประชาชนมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯอย่างใกล้ชิด และมีความหมายอย่างมากต่อพิธีมหามงคล 84 พรรษา

ก่อนวันสำคัญหรือวันที่ 5 ธันวา จะมาถึง กรุงเทพมหานครรวมทั้งอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางกำลังประสบวิกฤติภัยจากน้ำท่วมกันอย่างสาหัส และเป็นเวลานาน ทำให้ข่าวเรื่องน้ำท่วมกลบข่าวอื่นๆไปเกือบหมด หลายๆกิจกรรมหรือการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆของเอกชนได้รับผลกระทบ บางรายก็งดหรือต้องเลื่อนออกไป
ในท่ามกลางข่าวน้ำท่วมที่กำลังรุกคืบเข้ามาถึงชานเมืองกรุงเทพฯ รัฐบาลก็เคร่งเครียดกับการแก้ปัญหาการระบายน้ำ รวมทั้งยังปวดหัวกับการรื้อบิ๊กแบ๊คของชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมขังมานานนับเดือน กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ชุมชนอื่นๆหันมาเอาอย่างบ้าง เพื่อกดดันต่อรัฐบาลให้หันมาสนใจความเดือดร้อน
รัฐบาลเห็นว่าสื่อมวลชนกำลังสนใจเสนอข่าวน้ำท่วมกันเป็นเรื่องใหญ่โต จึงฉวยโอกาสนำร่าง พรบ กฎหมายนิรโทษกรรมเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามีการแอบยัดใส้ให้อดีตนายกฯทักษิณได้ประโยชน์กับกฎหมายฉบับนี้ด้วย และถือว่าเป็นการสร้างความกดดันให้กับในหลวง
แต่ที่สุดแล้วรัฐบาลก็ต้องถอย เพราะกระแสต่อต้านค่อนข้างรุนแรง แต่ก็เป็นที่น่าประหลาดว่ารายละเอียดของกฏหมายฉบับนี้กลายเป็นความลับ ตามที่ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ชี้แจงกับนักข่าว นักข่าวถามคำถามอะไรก็พูดแต่คำว่า " รัฐบาลไม่ทำในสิ่งที่ผิดกฏหมาย " ซึ่งเรื่องนี้นักกฏหมายอาวุโสบางท่านให้ความเห็นว่า " หากเป็นความลับก็แสดงว่า มีความไม่ชอบมาพากล "
เบื้องหลังกฏหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ก็เป็นที่ทราบกันว่ารัฐบาลกำลังเล่นละครตบตาประชาชน โดยวางแผนให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีไปนอนค้างที่จังหวัดสิงห์บุรี หลังบินตรวจเรื่องน้ำท่วม ทำทีว่า ฮ.ไม่มีระบบเรดาร์นำทางผ่านดาวเทียม จึงกลับกรุงเทพในคืนนั้นไม่ได้ และเกรงจะไม่ปลอดภับ ขณะเดียวกันก็มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ทำหน้าที่แทน ในการประชุมคณะรัฐมนตรีของวันถัดมา พร้อมกับได้สอดร่างกฏหมายนิรโทษกรรมเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณา
แต่ปราฏว่ามีข่าวนี้ออกตามสื่อต่างๆกันอย่างพร้อมเพรียงกัน สร้างความหัวเสียให้กับรองนายกฯเฉลิมเป็นอย่างมาก
หาว่ารัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลบางคนเล่นไม่ซื่อ ไม่รักษาคำพูด เรื่องนี้บางคนอาจสงสัยว่าทำไม น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงไม่ทำหน้าที่หัวหน้าการประชุม ครม.เสียเอง ก็คงตอบไม่ยากว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ผู้กำกับรัฐบาลตัวจริง ย่อมรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกอันดับ 3 เล่นบทนี้น่าจะเหมาะสมกว่า
เราคงทราบกันเป็นอย่างดีว่าภาระกิจหลักของรัฐบาลชุดนี้มุ่งที่จะช่วยเหลือทักษิณให้กลับเข้าประเทศโดยไม่มีความผิด มีความพยายามทุกวิถีทางที่จะดำเนินเรื่องให้ได้ โดยไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชน ทั้งๆที่รู้ว่าอดีตนายกทักษิณฯ ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี จากคดีทุจริตประมูลซื้อที่ดินรัชดาภิเษก และนับตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ ชื่อทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่เคยตกข่าว เรียกว่าอยู่ในกระแสข่าวมาโดยตลอด แม้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ก็หนีไม่พ้นที่จะมีป้าย ทักษิณ ชินวัตร พ่วงไปกับรถที่ออกไปบริจาคสิ่งของ
หลังจากน้ำท่วมเริ่มคลี่คลายมาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านหลายพื้นที่ก็กลับเข้าไปทำความสะอาดบ้านเรือน และอีกไม่นานก็จะถึงวันสำคัญ คือวันเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2554
หลายคนคงคาดเดาว่า 5 ธันวา ปีนี้ทางรัฐบาล และกรุงเทพมหานครคงจัดงานได้ยิ่งใหญ่และอย่างสมพระเกียรติ แต่ก็เป็นที่น่าปลาบปลึ้มที่ในหลวงทรงขอให้รัฐบาลจัดงานเฉลิมฉลองอย่างประหยัด และให้นำงบประมาณส่วนหนึ่งของการจัดงานไปช่วยเรื่องน้ำท่วม
ปรากฏว่ารัฐบาลใช้จ่ายกันอย่างประหยัดจนเป็นที่ผิดสังเกต โดยตัดรายการแสดงสื่อผสม แบบพานอรามา แสง สี เสียง บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวังออกไปอย่างกระทันหัน โดยจัดแสดงเพียงแค่วันที่ 1- 4 ธันวาคม ส่วนวันที่ 5 ธันวา ซึ่งเป็นวันสำคัญได้ตัดรายการนี้ออกไปจากโปรแกรมการเฉลิมฉลอง อ้างว่าเพื่อความประหยัด พร้อมกับให้เหตผลว่าประชาชนส่วนหนึ่งกำลังประสบภัยจึงไม่ควรจัดงานรื่นเริง
เรื่องนี้ทำให้เกิดความกังขากับประชาชนเป็นอย่างมาก หลายคนบอกว่างานนี้เป็นงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ไช่เป็นงานรื่นเริงตามที่รัฐบาลอ้าง แม้แต่บริษัทเอกชนที่รับดำเนินการเรื่องสื่อผสมก็ไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน ทั้งที่มีสัญญาระบุว่าให้จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 9 ธันวาคม ขณะเดียวกันก็อาจขยายออกไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้เป็นเดือนแห่งความสุขของประชาชนหลังประสบวิกฤติเรื่องน้ำท่วม
การงดการแสดงสร้างความงุนงงให้กับประชาชน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็มีการออกข่าวกันอย่างครึกโครม
ี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับการลดงบประมาณเพื่อความประหยัด เพราะการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นงานใหญ่ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีการทำสัญญากับเอกชนที่รับทำสื่อผสมอย่างชัดเจน

ในช่วงเวลาเดียวกันก็ปรากฏเรื่องมิบังควรกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี กรณีเชิญรวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพรชัยมงคล ในเฟชบุ๊คส่วนตัว แต่ภาพประกอบกลับเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ในพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นภาพเก่าเมื่อ 60 กว่าปีมาแล้ว
ทั้งสองกรณีจะเป็นแผนของคนในรัฐบาลหรือพวกลิ่วล้อหรือไม่ก็มิอาจทราบได้ เพราะต้องเข้าใจด้วยว่านักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยมีความคิดในเชิงลบต่อสถาบัน แม้แต่อดีตนายกฯทักษิณฯก็เคยกล่าวจาบจ้างในหลวงอยู่หลายครั้ง จึงอาศัยจังหวะในช่วงเวลานี้บั่นทอนความศรัทธาประชาชน และดูเหมือนทางฝ่ายรัฐบาลจะไม่วิตกทุกข์ร้อน ถือว่าเป็นเรื่องผิดพลาดเล็กน้อย อ้างเป็นความประมาทเลินเล่อของทีมงาน พร้อมกับแก้ตัวว่าได้เปลี่ยนทีมงานที่ดูแลเฟชบุ๊คไปแล้ว ซึ่งแท้ที่จริงก็คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะวางแผนกันมาล่วงหน้า
ในอนาคตต่อไปจะมีเรื่องราวทำนองนี้อีกหรือไม่ก็ต้องคอยติดตาม เพราะเหตุการณ์ ในวันที่ 5 ธันวา ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในช่วง 3-4 ปี หลังอดีตนายกทักษิณฯ สิ้นอำนาจทางการเมือง
ลองไล่ดูเหตุการณ์ในอดีตเมื่อคืนวันที่ 5 ธันวา 49 สมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นหัวหน้ารัฐบาล หลังเกิดการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยา ปี 49
คงจำกันได้ว่า ในคืนวันนั้นหลังมีพระราชพิธีภายในพระบรมมหาราชวังในช่วงหัวค่ำ จากนั้นในเวลา 19.29 น. ก็จะเป็นพิธีเทิดพระเกียรติ พร้อมจุดเทียนชัยถวายพระพรในบริเวณท้องสนามหลวง โดยจะกระทำการพร้อมกันทั่วทั้งประเทศและถ่ายทอดไปยังอีกหลายสิบประเทศ เพื่อให้คนไทยในต่างแดนร่วมพิธีพร้อมๆกันกับเมืองไทยด้วย
แต่ปรากฏว่าวันนั้นทีวีพูลหรือโทรทัศน์โครงการเฉพาะกิจ ไม่มีการถ่ายทอดสดพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรบริเวณท้องสนามหลวงแต่อย่างใด โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ถ่ายทอดสดเตรียมตัวไม่ทัน เพราะต้องย้ายเครื่องไม้เครื่องมือจากพิธีในพระบรมมหาราชวัง
นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลกทั้งๆที่ทุกๆปีก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และหมายกำหนดการต่างๆก็เหมือนกับปีก่อนๆ ที่ปฏิบัติกันมานานราว 30 ปีมาแล้ว
เรื่องที่กล่าวมาข้างต้นดูเหมือนเป็นข่าวที่ไม่เป็นมงคล แต่ก็ต้องกล่าวถึง คนทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามข่าวจะได้ทราบความจริงว่า ในแต่ละปีก็มักจะมีข่าว(ไม่เป็นมงคล)แบบนี้อยู่เป็นประจำ เหมือนกับว่ามีความพยายามของกลุ่มคนที่คอยจัดขวางไม่ให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่น
และเมื่อ 5 ธันวา ปี 52 ก็เจอมากับตนเอง รวมทั้งประชาชนที่อยู่บนถนนราชดำเนินด้วย วันนั้นมีทีวีจอยักษ์กระจายตามจุดต่างๆบนถนนราชดำเนิน พร้อมกับถ่ายทอดพระราชพิธีจากพระบรมมหาราชวังเช่นเดียวกับทุกปี แต่หลังจากนั้นไม่นานทีวีจอยักษ์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเอกชน (น่าจะเป็น True) กลับนำภาพพระราชกรณียกิจมาเผยแพร่ ประชาชนที่อยู่บนถนนราชดำเนินก็คิดว่า หากมีพิธีจุดเทียนชัยก็คงจะมีการถ่ายทอด จนกระทั่งถึงเวลาแล้วแต่ทีวีกลับไม่มีภาพจากท้องสนามหลวง หลายคนจึงเกิดความสงสัย แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของกทม.และ ตำรวจที่รักษาการณ์ก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เป็นอันว่าประชาชนบนถนนราชดำเนินจำนวนหลายหมื่นคน ไม่มีโอกาสได้จุดเทียนชัยถวายพระพร และไม่ได้ร้องเพลงสดุดีมหาราชาพร้อมๆกับประชาชนทั่วทั้งประเทศ เมื่อทุกคนรู้ว่าพิธีมันผ่านไปแล้ว (เนื่องจากมีการจุดพลุ) จึงนำเทียนมาจุดกันเอง แล้วนำไปปักไว้ตามโคนต้นไม้
5 ธันวาคม 2554
วันเฉลิมฉลองในพิธีมหามงคล 5 ธันวา ปีนี้ หลายคนคงเข้าใจกันโดยทั่วไปว่าเป็นปีที่ประเทศไทยพึ่งจะผ่านพ้นภัยพิบัติไปไม่นาน แต่แรงศรัทธาของคนไทยที่ต้องการแสดงความจงรักภักดีก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะบริเวณถนนราชดำเนินและท้องสนามหลวงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน บ้างก็หอบลูกจุงหลานกันมาดูการประดับไฟ บ้างก็ตั้งใจมาดูการจุดพลุที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของทุกๆปี แต่ปีนี้คงผิดหวัง เพราะจุดพลุเพียงแค่ 2 ลูก ต่างกับปีก่อนๆที่ดูอลังการ แต่คิดว่าทุกคนคงทราบว่าเพื่อประหยัดงบประมาณ
ภาพพิธีมหามงคล 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 54 แบ่งออกเป็นสองตอน ชุดแรกจะเป็นเหตุการณ์บริเวณถนนราชดำเนิน ส่วนชุดที่สองจะเป็นบริเวณท้องสนามหลวงในยามค่ำคืน
ติดตามชุดที่ 2 ในตอนต่อไปนะครับ
โฟโต้ออนทัวร์
15 ธันวาคม 2554
|