วันนี้ ( 1 มิถุนายน 2549) ต้องเดินทางมางานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60ปี ที่อิมแพค เมืองทองธานีอีกครั้งหนึ่ง
เพื่อมาชมนาฏกรรมเรื่อง พระมหาชนก จากครั้งก่อนที่ไม่สามารถซื้อตั๋วได้ทัน คราวนี้ได้จองผ่านเวปไซต์จึงไม่มีปัญหาและสะดวกกว่า
ที่จะซื้อหน้างาน หากใครที่มางานเฉลิมพระเกียรติแต่ไม่มีโอกาสได้ชมการแสดงพระมหาชนก ก็ต้องแสดงความเสียใจด้วย เพราะทุกปาก
ทุกเสียง ที่ได้ยินมา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำได้ดีมาก คุ้มค่ามาก และงานนี้ถือว่าเข้าชมฟรี เพราะ 100 บาทที่ต้องจ่ายค่าบัตรนั้น
ทางผู้จัดได้แจกเหรียญที่ระลึกด้วย หากซื้อเหรียญนี้จากร้านขายของที่ระลึกในงานก็จำหน่ายในราคา 100 บาทเช่นกัน
งานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ เดิมทีทางรัฐบาลกำหนดให้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2549
รวมระยะ
เวลาเพียงแค่ 10 วัน ซึ่งหลายคนก็บอกว่ามันไม่พอ งานใหญ่ งานสำคัญขนาดนี้จะมีแค่10 วัน มันเป็นไปได้ยังไง ลำพังแค่คนกรุงเทพและ
เขตปริมณฑลก็มากันมากมายอยู่แล้ว คนต่างจังหวัดละจะไม่เปิดโอกาสให้เค้าบ้างเลยหรือ ทำไมไม่ให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลมาร่วมงานนี้
บ้าง
แต่เมื่อเย็นวันที่ 2 มิถุนายน รัฐบาลได้แจ้งขยายเวลาออกไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน และหากยังมีผู้สนใจเรียกร้องเข้ามามาก ก็ไม่
แน่ใจว่าจะขยายต่ออีกหรือไม่ งานนี้ก็ต้องบอกว่าประเมินกันผิดพลาด หลายฝ่ายคงคาดไม่ถึงว่าจะมีประชาชนร่วมแสดงความจงรักภักดี
ีและเข้าชมนิทรรศการกันมากมายขนาดนี้
นี่แหละเป็นหลักฐานโดยไม่ต้องไปทำการศึกษาวิจัยเลยว่า คนไทยรักในหลวงกันขนาดไหน ทุกคนยอมเสียเวลาเดินทางเพื่อจะมีโอกาส
เข้าชมนิทรรศการ
ที่ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งและครั้งเดียวในชีวิต
เดิมทีทางรัฐบาลบอกว่าจะไม่มีการเลื่อนเวลาออกไปอีก เพราะมีเอกชนรายอื่นๆต้องใช้พื้นที่จัดงานต่อจากงานนี้ ซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า้แล้ว
ดังนั้น วันที่ 4 มิย. นี้ เป็นวันสุดท้ายแน่นอน แต่ข่าวจากปากต่อปากแจ้งว่า
รัฐบาลไม่มีงบประมาณ
หรือไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า จึงต้อง
จัดงานกันแบบรวบรัดพอเป็นพิธี เท็จจริงอย่างไรหรือมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวในเชิงลบให้กับรัฐบาลก็ไม่อาจทราบได้
แต่ถ้าหากงานนี้ไม่
ขยายเวลาเพิ่ม และยืนยันที่จะจัดแค่ 10 วันแน่นอน ก็บอกได้เลยว่ารัฐบาลโดนถล่มย่อยยับแน่ อาจถูกมองว่าไม่ให้ความสำคัญและไม่ตอบ
สนองความจงรักภักดีของประชาชน
ซึ่งความจริงแล้วก็น่าจะรู้ดีกว่าใครๆว่าจะมีผู้คนสนใจมากน้อยแค่ไหน
เมื่อประกาศว่าจะมีงานแค่ 10 วัน ผลจึงออกมาอย่างที่ทราบกัน คลื่นมหาชนเบียดเสียดยัดเยียดและเพิ่มปริมาณเป็นทวีคูณในแต่ละวัน
โรงเรียนในต่างจังหวัดที่ไม่ห่างจากกรุงเทพเท่าใดนักแทบจะปิดโรงเรียนเพื่อให้ครูบาอาจารย์ได้พานักเรียนมาชมงานอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้
มีนักเรียนมัธยมรายหนึ่งอยู่จังหวัดชลบุรีบอกว่ามากันทั้งโรงเรียนและใช้รถบัสจำนวนเกือบ 10 คัน ออกจากโรงเรียนเวลาแปดโมงเช้า
แต่มาถึงงานในเวลาประมาณ 12.00 น. นับว่าใช้เวลาเดินทางมากทีเดียว ทั้งๆที่น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง
วันพฤหัสที่ 1 มิถุนายน 2549 เป็นวันที่แทบจะเรียกได้ว่าโกลาหลกันแบบสุดๆ การจราจรบนทางด่วนที่มาลงอิมแพคเมืองทองธานี และ
ถนนสายต่างๆในบริเวณใกล้เคียงเดือดร้อนกันไปทั่ว อาจจะเรียกได้ว่าตั้งแต่อิมแพคเปิดทำการมานานหลายปี ยังไม่เคยมีงานไหนที่จะเห็น
ประชาชนมากมายขนาดนี้ ลานจอดรถหรือลานโล่งๆในทุกพื้นที่ของเมืองทองเต็มไปด้วยรถทุกชนิดจนล้นออกมาภายนอก
วันนั้นผมก็ร่วมผจญชะตากรรมกับผู้คนอีกนับหมื่นที่ติดหนึบอยู่บนทางด่วนในช่วงเวลาประมาณ 11 โมง รถมากจนต้องปิดการจราจรบน
ทางด่วนในช่วงขาลงเมืองทองธานี ตำรวจต้องโบกให้ไปลงอีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดลงทางด่วนถนนศรีสมาน หรือทางที่จะเลี้ยวขวาไปยัง
สนามบินดอนเมืองในเขตพื้นที่ทุ่งสีกันหรือเขตของกองทัพอากาศ
รถติดเอามากๆเลยบันทึกภาพมาเป็นหลักฐานให้ดูกันว่าขนาดไหน และเมื่อขบวนรถจากทุกทิศมุ่งสู่อิมแพค เมืองทองธานี ก็ต้องมายัด
ทะนานจนล้นลานจอด ซึ่งทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้รับผิดชอบงานนิทรรศการ ให้สัมภาษณ์
กับผู้สื่อข่าวในเย็นวันพฤหัสที่ 2 มิย. 2549 ว่า เมื่อวานนี้ (1 มิย.2549) มีจำนวนรถบัสถึง 1,500 คัน และมีประชาชนเข้าชมงานถึง
5 แสนคน
จากความต้องการของประชน และหลายฝ่ายได้เรียกร้อง รัฐบาลจึงได้ประชุมหารือกับเจ้าของสถานที่และผู้เช่ารายต่อไป จึงมีมติให้เลื่อน
นิทรรศการนี้ออกไปอีก 1 อาทิตย์ จนถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2549 เพื่อบรรเทาเบาบางความเดือดร้อนของผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ
ภาพ Gallery ในชุดที่ 2 นี้ ก็เป็นการนำเสนอในเรื่องของการเดินทาง ที่หลายคนอาจไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าถึงขนาดนี้เลยหรือ
ส่วนเนื้อหา
สาระอื่นๆของนิทรรศการ จะทะยอยมาลงในลำดับต่อไป ก็ต้องบอกว่ายังมีอีกหลาย Gallery ที่กำลังจัดทำ รวมทั้งนาฏกรรมเรื่อง
พระมหา
ชนกที่สุดอลังการ
สำหรับในชุดต่อไป จะเป็นภาพในวันที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด
ซึ่งได้เก็บภาพตลอดระยะทางที่ไปสู่อาคารจัดงาน
เห็นภาพแล้วก็น่าประทับใจ
ที่เยาวชนเป็นจำนวนมากให้ความสนใจกับงานนี้ เป็นการปลูกฝังให้รู้จักในหลวงมากขึ้น
โดยผ่านกิจกรรมต่างๆในนิทรรศการ และเป็นสิ่ง
ที่ทุกโรงเรียนควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เด็กๆหลายคนได้ตื่นตาและซึมซับถึงความอุตสาหะวิริยะของในหลวงเพื่อประชาชนทุกหมู่เหล่า และในทุกพื้นที่ของเมืองไทยตั้งแต่เหนือจรดใต้ รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงภัยจากผู้ก่อการร้าย
เวปมาสเตอร์
โฟโตออนทัวร์
4 มิถุนายน 2549
สนใจอ่านพระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คลิก
|