The High Quality Photo Website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
( 1 ) ( 2 ) ( 3 ) ( 4 )   <Back>    
 
    ( 3 )    
 


ตลอดเวลาตั้งแต่วันสวรรคตถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศตักบาตรทำบุญถวายเป็นระยะ ๆ ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ 7 วันแห่งการสวรรคต ชาวพื้นราบและชาวไทยภูเขานับหมื่นนับแสนได้ร่วมจัดงาน “ ตานหาแม่ฟ้าหลวง” ทำบุญอุทิศถวายที่ดอยตุง วันนั้นระยะทางสองกิโลเมตรจากเชิงดอยถึงพระตำหนักดอยตุงเนืองแน่นด้วยผู้คนที่ร่วมกระบวนขบวนแห่เครื่องสักการะ เครื่องบูชาพระบรมศพ และขบวนอาหาร นอกจากนี้ ตัวแทนประชาชนจากอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงรายยังผลัดกันนำเครื่องราชสักการะมาเปลี่ยนทุกวันอาทิตย์

ส่วนแพทย์พยาบาลที่โรงพยาบาลหลายแห่งก็ให้บริการรักษาพยาบาลบางประเภท เช่น ทัณตกรรม โดยไม่คิดค่ารักษาในวันคล้ายวันพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2538 บางแห่งก็รักษาฟรีบางประเภท เช่น ตรวจรักษาสุขภาพผู้สูงอายุ บำบัดโรคเบาหวานและกายภาพบำบัดตลอดจนถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปีติในความรักความภักดีของประชาชนที่มีต่อสมเด็จพระบรมราชชนนี มีพระราชกระแสรับสั่งถึงความรักภักดีของประชาชนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2538 เป็นที่ซาบซึ้งแก่ประชาชนยิ่งนัก พระราชดำรัสนั้นมีดังนี้

การที่ท่าน (สมเด็จพระบรมราชชนนี) สิ้นก็ได้เห็นความรักความนับถือที่คนทั้งชาติมีต่อท่าน ก็ปลื้มใจมีแม่ที่คนรัก ที่ถือว่าท่านเป็นสมเด็จย่าคนที่เรียกย่าก็เป็นหลาน ๆ ของเรา เพราะท่านเป็นแม่และเป็นย่าของคนทั่วไป เป็นสมเด็จย่าของลูก ๆ ที่อยู่ข้างหลัง ทีนี้เราก็เป็นญาติกันทั้งหมดแล้ว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทราบตระหนักดีว่าประชาชนเป็นจำนวนมากทั่วประเทศย่อมปรารถนาที่จะได้ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพด้วย แต่เนื่องจากบริเวณปริมณฑลพิธีที่ท้องสนามหลวงมีพื้นที่จำกัดกระทรวงมหาดไทย จึงให้ทุกจังหวัดจัดสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์และบำเพ็ญกุศลที่หน้าศาลากลางจังหวัด หน้าที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ วัด และที่อื่น ๆ ตามแต่จะเห็นเหมาะสมแต่ละจังหวัดแต่ละภาคจึงได้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองสำหรับถวายดอกไม้จันทน์อย่างงดงาม ตามศิลปะพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่นที่ กรุงเทพฯ เอง ในบริเวณท้องสนามหลวง รอบนอกบริเวณปริมณฑลพิธี กรมศิลปากรและกรุงเทพมหานคร รวม 38 วัดด้วยกัน

ตกเย็นวันที่ 9 มีนาคม บริเวณท้องสนามหลวงและถนนรายรอบก็คลาคล่ำด้วยผู้คนจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่หอบกระเป๋าเสื้อผ้า เสื่อ มุ้ง มาค้างแรมที่เต้นท์รอบนอกของปริมณฑลพิธี หรือข้างถนนระหว่างศาลฎีกาและกรมการรักษาดินแดนเพื่อรอคอยเฝ้าฯ ชมพระราชพิธีในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ส่วนโรงแรมละแวกถนนราชดำเนินนั้นเต็มแน่น เพราะข้าราชการและนักข่าวใช้เป็นที่พักแรม “ ผมตั้งใจจะนอนใต้ต้นไม้นี่แหละ ตอนเช้าจะได้ทันร่วมพิธีแต่ต้น” เล็กอายุ 59 ปีจากจังหวัดพิจิตรบอกผู้สื่อข่าว

เช้าวันอาทิตย์ที่ 10 ประมาณตีสาม ประชาชนเริ่มทยอยกันมาในบริเวณท้องสนามหลวงและตามถนนที่ขบวนแห่พระบรมศพจะยาตราผ่านเมื่อถึงตีห้า ท้องฟ้าเริ่มสาง พื้นที่ในบริเวณสนามหลวงและถนนรายรอบก็แน่นขนัดด้วยประชาชนในชุดสีดำหรือดำขาวเป็นส่วนใหญ่ ประมาณว่าประชาชนกว่าสองแสนคนเดินทางมาบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นายสง่า โพร่วง

อายุ 76 ปีจากจังหวัดตราดให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เขาได้ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงที่ท้องสนามหลวงมา 4 ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่มีประชาชนมากันแน่นมากที่สุด “ คงเพราะสมเด็จย่าท่านให้มากมายล้นเหลือ ท่านช่วยทั้งตำรวจตระเวณชายแดน ช่วยทั้งชาวเขา”

ประมาณ 7 นาฬิกา เจ้าพนักงานอัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดลไปประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน หน้าประตูกำแพงแก้วด้านตะวันตก เชิญพระบรมโกศออกจากพระบรมมหาราชวัง โดยกระบวนพระอิสริยยศไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมโกศ และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ในพระราชพิธี พระราชวงศ์ ข้าหลวง มหาดเล็ก และข้าในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตามกระบวนพระราชอิสริยยศ

เช้านั้นท้องฟ้าโปร่ง แดดจ้า แต่มีสายลมอ่อน ๆ พัดโชยมาเรื่อย ๆ ให้คลายร้อน สองข้างถนนเรียงรายด้วยทหารจากสามเหล่าทัพสลับด้วยตำรวจนครบาล ยืนถวายเป็นพระเกียรติยศกระบวนพระราชอิสริยยศเชิญพระบรมโกศโดยพระมหาพิชัยราชรถค่อย ๆ ยาตราเคลื่อนผ่านมาอย่างช้า ๆ สง่างาม ประชาชนที่นั่งเฝ้าฯ อยู่ข้างทางพนมมือถวายบังคมลา “ สมเด็จย่า” เป็นครั้งสุดท้ายหลายคนน้ำตาอาบแก้ม ท่ามกลางเสียงสังข์ แตร ปี่ไฉน กลองชนะ และแตรวงดุริยางค์

เมื่อกระบวนพระบรมโกศเข้าสู่ท้องสนามหลวง เชิญพระบรมโกศจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค ประดิษฐานพระบรมโกศที่พระยามาศสามลำคาน ตั้งกระบวนพระราชอิสริยยศเข้าสู่ในราชวัติเวียนพระเมรุมาศ 3 รอบ คนหามพระยานมาศเครื่องแบบสีแดงส้ม 60 คนเดินตะขาบคือ เดินย้ายน้อย ๆช้า ๆ นุ่มนวล พระยานมาศเคลื่อนไปดังหนึ่งลอยเลื่อน พระนัดดาทั้งสี่พระองค์ทรงพระดำเนินตาม พระบรมโกศเวียนรอบพระเมรุมาศ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม และคุณจิทัศ ศรสงคราม ในการนี้ หม่อมเจ้าวัชรีมหิดล ทรงผนวชเป็นสามเณรถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเปตามหัยยิกา (ย่าของพ่อ) ได้ทรงพระดำเนินตามกระบวนสมเด็จพระสังฆราชนำเวียนรอบพระเมรุมาศด้วย

พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวงงามจับตาจับใจ มีลักษณะเป็นทรงปราสาทย่อมุมไม้สอบสองยอดเกี้ยว กั้นพระสัปตปฎลเศวตฉัตร (ฉัตร 7 ชั้น) ประดับประดาตกแต่งลวดลายและเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ ใช้กระดาษทองย่นสีแดงและทองเป็นหลัก ทั้งตกแต่งด้วยระย้าพู่พวงดอกไม้สวยงาม บริเวณฐานพระเมรุมาศและปริมณฑลก็งดงามด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้นานาชนิดที่ขนส่งมาจากสวนที่ดอยตุง ดอกเจอเรเนียมสีแดงเป็นดอกไม้ที่โปรดมาก ใช้เป็นไม้ดอกประดับใกล้พระเมรุมาศ แซมด้วยไม้ดอกสีขาว สีเหลือง เพิ่มสีสันให้งดงาม เสาหงษ์รอบนอกรั้วราชวัติ แขวนตุง “ ส่งเสด็จ” พื้นขาวลายปราสาทสีทองโบกพลิ้วไหวตามสายลม

 

(บทความตั้งแต่หน้า 1 - 4 คัดบางตอนมาจากจากหนังสือ พระมามลายโศกหล้า เหลือสุข ในบทที่ 24 โดย ศุภรัตน์ เลิศพาณิชย์กุล ที่ปรึกษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี)


 
         
<Next>
 
                 
    Photoontour.Com