ถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระพี่นางฯ
วันนี้ (11 มกราคม 2551) นับเป็นวันที่ 2 ที่สำนักพระราชวังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทน์ ณ พระที่นังดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง หรือสถานที่เดิมที่ประชาชนเคยมาถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เมื่อปี 2538 ซึ่งผ่านมาเป็นเวลาถึง 12 ปีแล้ว และคิดว่าหลายคนยังจำกันได้
การมาเคารพพระบรมศพสมเด็จย่า ณ พระที่นั่งดุสิตฯ ในครั้งนั้นไม่สู้ยุ่งยากและมีปัญหาอะไรนัก จอดรถที่ท้องสนามหลวงแล้วก็เดินกันเข้ามาภายในพระบรมมหาราชวังได้เลย คนเยอะพอควรแต่ไม่มีปัญหาในการขึ้นไปเคารพพระบรมศพบนพระที่นั่งฯแต่อย่างใด เมื่อประชาชนมาถึงในบริเวณ เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังก็จัดแถวตรงลานด้านหน้าพระที่นั่งดุสิต รอสักครู่ก็เดินเรียงแถวขึ้นไปบนพระที่นั่ง พอขาลงก็มีเจ้าหน้าที่แจกภาพพระบรมโกศเป็นของที่ระลึก ซึ่งครั้งนั้นยังจำได้ว่าหากมีผู้สูงอายุหรือคนพิการ เจ้าหน้าที่จะให้การดูแลเป็นพิเศษ สร้างความชื่นชมให้กับผู้ที่พบเห็น หรือผู้ที่ทราบเรื่องราวเหล่านี้
ตอนนั้นผมมาบ่อยครับ เพราะญาติเยอะ หากมาตอนเย็นก็อาจรอรับเสด็จไปด้วยเลย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จมาทุกวัน เป็นเวลาถึงสองร้อยกว่าวัน จำได้ว่าบางวันระดับน้ำเจ้าพระยาสูงมากจนนองบริเวณลานประตูทางเข้าพระที่นั่งฯ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระองค์ทรงให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการป้องกันน้ำท่วมเข้าเฝ้าภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อทรงชี้แนะวิธีการแก้ไข ครั้งนั้นก็ต้องถือว่ายังความปลาบปลึ้มให้กับพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง ที่พระองค์ทรงเห็นความเดืิอดร้อนของประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร และทรงใช้พระที่นั่งดุสิตฯเป็นสถานที่ทรงงาน และอยู่ไม่ห่างจากพระบรมโกศของสมเด็จย่าเท่าใดนัก
ผมมาถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระพี่นางฯ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ 2 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนถวายสักการะพระศพ คิดว่ามาช่วงแรกคนคงไม่มากนัก และภาพรวมๆคงไม่แตกต่างจากเมื่อปี 2538 เท่าใดนัก แต่คราวนี้เปลี่ยนมาจอดรถที่อาคารจอดรถของ กทม. แถวๆบางลำพู เกรงว่าจอดรถที่ท้องสนามหลวง รถจะร้อนและอาจทำให้ของในรถเสียหาย สู้จอดในอาคารดีกว่า และปลอดภัยด้วย
จากนั้นก็เดินครับ...
ออกจากบางลำพูก็เดินไปหัวถนนราชดำเนิน อ้อมไปทางหอศิลป์ ลอดใต้สะพานปิ่นเกล้า จากนั้นก็เดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ทะลุด้านหลังธรรมศาสตร์ ไปจนถึงท่าพระจันทร์ จากนั้นก็เดินเลาะกำแพงไปจนถึงท่าช้าง แวะทานข้าวเที่ยงแถวๆนั้น จากนั้นก็เข้าประตูพระบรมมหาราชวังในเวลาเที่ยงเศษๆ
พอพ้นประตูพระบรมมหาราชวังก็ ต๊กกะใจครับ
ทำไมคนจึงมากมายเพียงนี้ ต่างจากงานพระบรมศพสมเด็จย่าอย่างลิบลับ เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องไปต่อคิวที่สนามหญ้า
เห็นคิว เห็นคน แต่งชุดดำเต็มสนามแทบเป็นลม หากไปต่อคิวตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะจบกระบวนความกันกี่โมง แล้วที่คิดว่าจะไปทำธุระต่อที่อื่นนั้นเลิกคิดได้เลย ดูท่าทางแล้วคงใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงกว่าจะออกจากที่นี่ได้
ไม่ไหว...
ขอเปลี่ยนเป็นวันอื่นดีกว่า เพราะยังมีเวลาอีกตั้งหลายวัน สำหรับวันนี้ก็ขอเพียงเก็บภาพไปให้ชาวบ้านชาวช่องเค้าได้ดูกันก่อนดีกว่า จะได้เตรียมตัวและวางแผนได้ถูกว่า หากมาตอนนี้แล้วสภาพจะเป็นอย่างไร สงสารแต่คนสูงอายุ ที่คิดว่าลำบากแน่ ขนาดคนหนุ่มคนสาวบางคนเห็นมหาชนมากมายขนาดนี้ก็ถอยกลับไปตั้งหลักใหม่กันหลายคน
พระศพยังให้ประชาชนสักการะเป็นระยะเวลาร้อยวัน จึงไม่ต้องรีบร้อนมากนัก หรือหากตั้งใจจริงแล้ว ก็แนะนำว่าให้มาแต่เช้ามืด มาเข้าแถวในขณะที่อากาศยังไม่ร้อน มาช่วงเที่ยงแล้วไม่ไหวแน่ ที่สำคัญอย่าลืมร่มด้วยนะครับ อาหารการกินก็สำคัญ หากมีเด็กมาด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี สำหรับผู้สูงอายุก็อย่าลืมน้ำท่าด้วย เพราะที่นี่มีบริการเหมือนกัน แต่ต้องเดินกันไกล
ภาพชุดแรกในพิธีพระศพสมเด็จพระพี่นางในชุดแรก ก็ขอแต่เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนชุดอื่นๆจะเป็นเรื่องราวอะไร ก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน ที่แน่ๆคงทะยอยลงกันหลายชุดหลายตอน ไม่ต่างกับงาน พระบรมศพสมเด็จย่า
เว็บมาสเตอร์
12 มกราคม 2551
|