|
ผมค่อนข้างจะห่างเหินเมนู today talk ไปซะนาน ความจริงในเมนูอื่นๆก็พลอยห่างๆไปด้วยเช่นกัน พยายามจะอัพเดตกันให้ครบทุกเมนู แต่เอาจริงเข้าก็ทำได้ไม่ครบถ้วน ก็คงต้องบอกว่ามันไม่ง่ายสำหรับคนทำเวปในแนวนี้ เพราะแค่ภาพอย่างเดียวมันก็มีขบวนการและต้องใช้เวลาไม่น้อย พยายามจะให้ออกมาดีซึ่งรวมไปถึงการออกแบบเวปเพจด้วย ที่ไม่อยากให้ซ้ำซาก จำเจกับของเดิมๆ ก็สนุกดี เป็นงานอดิเรกในยามว่าง หากมีเรื่องใหม่ๆก็อยากจะดีไซน์ไม่ให้ซ้ำกัน ถือว่าได้ฝึกสมอง ฝึกความชำนาญให้กับตนเองให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลพลอยได้สำหรับการถ่ายภาพไปพร้อมๆกันด้วย ใครที่กำลังทำเวปไซต์ หรือออกแบบเวปไซต์ หากสงสัยเรื่องการสร้างเวปเพจก็สอบถามมาได้นะครับ ยิ่งออกแบบด้วย Dreamweaver ก็ยิ่งดี เพราะเวปนี้ใช้ Dream ออกแบบทั้งหมด มันไม่ง่ายและไม่ยากสำหรับผู้ที่อยากศึกษา แต่มันจะยากตรงไอเดียมากกว่า ว่าจะทำให้มันออกมาสวยงามกันอย่างไร ก็คงไม่ต่างกับการถ่ายภาพ บางคนเรียนรู้การถ่ายภาพมาเป็นเวลานาน แต่เข้าไม่ถึงจุดพอใจสักที หากใครเป็นแบบนี้ก็ต้องลองสำรวจตัวเองบ้าง พยายามเป็นตัวของตัวเอง ถ่ายในสิ่งที่ตนชอบ ให้กำลังใจตนเอง และมุ่งมั่นให้ได้ภาพที่มีคุณภาพ ข้อสำคัญอย่าเบื่อกับมัน หากเบื่อแล้วก็จะเสื่อมถอยลงตามลำดับ การถ่ายภาพมันเป็นเรื่องที่ต้องปฎิบัติและลงมือกันจริงจัง ความชำนาญมันจะมาจากตรงนั้น นั่งดูชาวบ้านเค้าถ่ายภาพกัน คงไม่ค่อยเกิดประโยชน์กับตัวเราแน่ ที่นี่มีเวปบอร์ดแล้ว หากอยากให้ผมช่วยแนะนำด้านถ่ายภาพก็สามารถส่งภาพมาทางเวปบอร์ดได้ ซึ่งผมจะช่วยเสริมให้อีกแรงหนึ่งโลกของการถ่ายภาพมันกว้างมาก เรียนรู้กันไม่รู้จบ ผมเองยังต้องหาทางไปถ่ายภาพในที่ต่างๆเสมอ เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากของจริง และมีโอกาสต่อยอดความรู้ไปเรื่อยๆ จึงหยุดไม่ได้ ยิ่งถ้ามีโอกาสไปเที่ยวไกลๆก็มีโอกาสถ่ายภาพกันได้มากขึ้นเหนื่อย เมื่อย ล้า แต่ก็มันส์ มีโอกาสปลดปล่อยจิตใจได้เป็นอย่างดี ฝนตกแดดออกก็ไม่หวั่น เดี๋ยวเปียก เดี๋ยวร้อน สะใจดี เมื่อเดือนสิงหาคม' 47 ช่วงกลางเดือนผมมีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่และแวะไปเที่ยวที่ลำปางด้วย มาคราวนี้ไม่ได้มีโปรแกรมเที่ยวอะไรมากนัก จะว่าไปไม่ได้วางแผนด้วยซ้ำ อยากไปที่ไหนก็คิดแบบคร่าวๆ สอบถามเรื่องสถานที่กันนิดหน่อยแล้วก็ออกเดินทางกันเลย สถานที่รอบนอกเชียงใหม่ก็เคยเที่ยวกันมาหลายครั้ง มาคราวนี้เลยขอถ่ายภาพในตัวเมืองกันบ้าง เพราะเป็นหน้าฝนมองไปทางไหนก็มีแต่เมฆฝน เลยไม่คิดจะไปไกล ปรึกษาหารือกันแล้วก็หนีไม่พ้นวัดต่างๆที่อยู่เขตอำเภอเมือง หลายวัดเคยได้ยินชื่อมานานแต่ไม่เคยเข้าไปถ่ายภาพ เพราะมัวแต่สนใจแต่สถานที่ไกลๆมากกว่า ความจริงในตัวเมืองเชียงใหม่มีวัดสำคัญๆมากมายหลายวัด และส่วนใหญ่จะเป็นวัดเก่าแก่ บางแห่งก็ยังหาประวัติที่มาไม่ได้เลย เพียงแค่สันนิษฐานว่าสร้างในยุคนั้นยุคนี้ โดยอาศัยรูปลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่พอจะประเมินหรือเปรียบเทียบกับวัดอื่นที่ดูคล้ายกันได้ อุปสรรคในการถ่ายภาพช่วงฤดูฝนก็คือฝนนั่นเอง มาเชียงใหม่คราวนี้เจอแต่เมฆฝนตลอด จะเห็นแดดก็วับๆแวมๆ ถ่ายภาพตามวัดวาอาราม ค่อนข้างจะถ่ายยากสักหน่อย สภาพแสงก็ต่ำ มิติของภาพก็ไม่ค่อยจะมี แต่เรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยถือสานัก ถ่ายได้แค่ไหนก็แค่นั้น แม้แสงจะน้อย และสภาพทั่วไปจะดูอึมครึม แต่ก็พยายามเสาะหามุมกล้องดีๆ ซึ่งความจริงแล้วสภาพแสงแบบนั้น บางครั้งก็อาจเป็นโอกาสให้พบภาพดีๆได้ไม่น้อย เพียงแต่เราพยายามหาหรือเปล่าเท่านั้นเอง การถ่ายภาพจริงๆแล้วมันไม่มีสูตรสำเร็จว่าสภาพแสงที่เหมาะควรเป็นอย่างไร มันขึ้นอยู่กับความพยายามของเรามากกว่า หากใครคิดว่าควรเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ก็อาจทำให้เราตีกรอบมากเกินไป ทางที่ดีควรเปิดใจให้กว้าง รับสภาพในทุกโอกาส และพยายามเค้นภาพออกมาให้ได้ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งดีที่ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ใดๆ ภาพจากการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ลำปางคราวนี้ ถือว่าเป็นการถ่ายภาพในสภาพแสงที่ค่อนข้างแย่ในความรู้สึกของหลายๆคน แต่ก็เป็นเหมือนบททดสอบให้เราข้ามพ้นความรู้สึกนั้นๆ มุงมั่นที่จะให้ได้ภาพอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เจาะภาพให้ตรงประเด็น หยิบเอาสิ่งที่เป็นแก่นสารของสถานที่นั้นๆออกมาให้เห็น และหลังจากที่ดูฟิล์มที่ถ่ายมาทั้งหมดซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพสไลด์แล้ว ปรากฏว่า เรื่องฟ้าเรื่องฝนแทบไม่มีอุปสรรคใดๆเลย บางภาพถือเป็นโชคช่วยด้วยซ้ำไป ที่ดูจะมีเรื่องราวและค่อนข้างพอใจกับภาพที่ได้มาเป็นส่วนใหญ่ แม้หลายภาพจะเสียไปด้วยเหตุผลบางประการ แต่ก็มีภาพดีๆอีกหลายภาพที่ทดแทนได้และไม่ทำให้เรื่องราว ต้องสูญไป ความผิดพลาดกับการถ่ายภาพคราวนี้ค่อนข้างจะชัดเจน และออกจะผิดปกติอยู่บ้าง ก็จะขอเล่าให้ฟังอย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่สนใจการถ่ายภาพสไลด์ ที่อาจเจอเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน อันดับแรกที่เป็นความผิดพลาดของตนเองก็คือ เมื่อปรับกล้องให้อันเดอร์หรือโอเวอร์สำหรับบางภาพแล้ว ลืมปรับให้เป็นปกติ ผลเสียหายก็คือภาพถัดมาก็จะอันดอร์หรือโอเวอร์ตาม แม้ปรับผิดไปเพียงแค่ + หรือ - 1/3 Stop แต่ผลก็ออกมาให้เห็นต่างกัน ได้ชัดเจน เนื่องจากฟิล์มสไลด์มีค่า Density หรือค่าความหนาแน่นของสีค่อนข้างต่ำ จึงไวแสงค่อนข้างมาก ปรับแสงผิดไปนิด ก็จะเห็นผลทันที ซึ่งต่างกับฟิล์มสีที่ไม่ค่อยมีผลกระทบมากนัก ใครอยากเก่งเรื่องวัดแสงก็ต้องลองมาถ่ายภาพสไลด์ เพราะการ วัดแสงถือเป็นเรื่องสำคัญ จะหมู่หรือจ่าก็เห็นผลกันจะๆ ประเภทวัดดวงกันไปเลย อันดับสอง เป็นข้อสงสัยที่มักเจอในระยะหลังๆสำหรับฟิล์ม Slide Fuji velvia (ISO 50) ซึ่งถือว่าสุดยอดของฟิล์มที่นักถ่ายภาพแนวธรรมชาติ จะนิยมใช้เป็นส่วนใหญ่ ช่างภาพที่มีชื่อเสียง(ระดับโลก) บางคนถึงขนาดยกนิ้วให้ว่าเป็นฟิล์มดีที่สุดในโลก ใครจะยกนิ้ว ใครจะชื่นชมอย่างไร ในความรู้สึกของผมระยะหลังๆ ชักแหยงๆอยู่พอควร ก่อนหน้านั้นในหลายๆปี ก็ใช้ได้ดี ให้สีสวยสดเนื้อสีแน่นสมใจนึกบางลำพูกันทีเดียว แต่ระยะหลังๆนี้ไม่ทราบเป็นไง ถ่ายมาก็ดี วัดแสงก็ไม่พลาด แต่ไหง๋มัน อันเดอร์อยู่เป็นประจำประมาณครึ่งสต๊อปเห็นจะได้ เซ็งเอาอยู่บ่อยๆ ฟิล์มโปรแต่ดันกลายได้ภาพออกมาแบบทึมๆจนอยากจะโยนลงถังขยะ ฟิล์มตัวอื่นไม่ค่อยมีปัญหา แต่เจ้า Velvia นี้ ทำเอาหงุดหงิดไม่น้อย มันเป็นความผิดปกติที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีตที่ผ่านมา หรือว่ากล้องเราชักจะรวน หรือว่าฟิล์มมันเพี้ยน เหมือนกับที่ เจ้าของร้านแลปแห่งหนึ่งเคยบอกว่า ทุกครั้งที่ใส่กระดาษม้วนใหม่ลงเครื่องอัดภาพ จะต้องมีการ test สีกันทุกครั้งและต้องมาปรับ มาตั้งโปรแกรมเพื่อจูนให้ตรงกับกระดาษ ซึ่งทางแลปเคยบอกว่าต้องตั้งค่าใหม่กันทุกม้วน เพราะกระดาษแต่ละล๊อตมันมันผ่าน ร้อนผ่านหนาวมาในระยะทางที่ไกลกว่าจะมาถึงร้าน น้ำยาเคมีที่ฉาบลงบนกระดาษก็อาจเปียนไป๋ (ขอถือโอกาสใช้คำนี้หน่อยเหอะ) เรื่องฟิล์ม มันจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนัก ฟิล์มที่ระบุข้างกล่องว่า ISO 50 แต่อาจคลาดเคลื่อน กลายเป็น ISO 75 เมื่อเราไปตั้งค่าที่ 50 ภาพมันจึงอันเดอร์(มึด) ประมาณ 1/2 stop เรื่องนี้อาจเป็นวิชาการไปหน่อย แต่โดยสมมุติฐานแล้วก็เป็นไป ได้ว่า ISO ของฟิล์มมันคลาดเคลื่อน ดังนั้นกล้องออโต้ทุกรุ่นที่ไปอ่านค่า ISO จากบาร์โค๊ดบนกลักฟิล์ม จึงน่าจะพัฒนาให้ไปอ่านที่เนื้อฟิล์มแทน เพราะจะทำให้กล้องปรับค่าแสงได้ตามค่าจริงที่ถูกต้อง เรื่องนี้ผมก็นึกและคิดเอาเอง หากทำได้ก็คงดีไม่น้อย แต่ในทางปฏิบัติคงทำยาก เพราะมันฉลาดเกินไปหน่อย หากทำได้จริงอนาคตคงเปลี่ยนไปแยะ ใครจะรู้ว่า อาจมีเครื่องสะแกนมนุษย์สุดไฮเทค ที่ใครเดินผ่านแล้วก็อาจบอกอายุ บอกกรุ๊ปเลือด หรือบอกความสามารถของสมองได้ว่าฉลาดหรือโง่เกินมาตรฐาน ผมไม่ได้รู้ลึกในเรื่องฟิล์มมากนัก เพราะไม่ได้เคยเรียนรู้ในส่วนที่เป็นเนื้อหาด้านเทคนิคด้านวิชาการ แต่ก็เชื่อว่ามีความเป็นไป ได้ที่ค่า ISO ของเนื้อฟิล์มโดยตรงอาจคลาดเคลื่อน เพราะขนาดกระดาษอัดรูปก็ยังมีการทดสอบที่ต้นม้วนก่อนอัดให้ลูกค้าทุกครั้ง ผมไม่มีเวลาไปหาความรู้เรื่องนี้จากเวปไซต์อื่นๆ เข้าใจว่าบางเวปน่าจะมีการพูดถึงเรื่องเหล่านี้บ้าง หากใครมีความรู้เรื่องนี้ และ อยากแชร์ความรู้ก็ช่วยแนะนำมาหน่อยนะครับ จะได้เอามาแปะไว้ที่เวปเป็นความรู้สำหรับนักถ่ายภาพ ผมมาต่อเรื่องไปเที่ยวเชียงใหม่ดีกว่า จะได้จบเรื่องและหาสนามบินร่อนลงได้อย่างสวยงามตามที่อยากจะจบ ที่ลำปางผมมีโอกาสถ่ายภาพวัดที่เก่าแก่มากอยู่วัดหนึ่ง คือวัดไหล่หิน เป็นวัดที่ผมเฉียดไปเฉียดมาอยู่หลายครั้งแต่ไม่เคยไป มีคน แนะนำว่าเป็นวัดที่เก่ามาก ไม่ผิดหวังครับ ผมเห็นแล้วก็ยังอดทึ่งไม่ได้ ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ผมเคยพบทางภาคเหนือ วัดนี้อยู่ห่างจากวัดลำปางหลวง หรือวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปาง เพียงระยะทางประมาณ 5 กม.เท่านั้นเอง วัดลำปางหลวงที่ว่าเก่าและมี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์มายาวนาน แต่วัดไหล่หินกลับมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากกว่า รองเจ้าอาวาสบอกว่าวัดไหล่หิน เป็นวัดต้นแบบของวัดลำปางหลวง แต่ได้ขยายขนาดให้ใหญ่กว่า ซึ่งสร้างให้ใหญ่โตอลังการตามความเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น และวัดลำปางหลวงที่ว่าใหญ่โตนั้นก็ถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดตระกูลของเจ้าเมืองฝ่ายเหนือ ไม่ว่าจะเป็นต้นตระกูล ณ.ลำปาง ณ.เชียงใหม่ ณ.น่าน หรือ ณ.อื่นๆ เรื่องวัดนี้ยังมีอีกยาวครับ และจะนำมาเปิดเผยให้เห็นกันในเร็วๆนี้ วัดไหล่หินจะเก่าแค่ไหน ตอนนี้ผมกำลังจะเขียนบทความเรื่องราวของวัดนี้อยู่ รวมทั้งมีภาพทุกแง่ทุกมุมมาให้ดูกัน ก็รับรองว่า ท่านจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านไหล่หินที่มีความศรัทธาและผูกพันกับวัดมาเป็นเวลาหลายร้อยปี เป็นศรัทธาบริสุทธ์ที่สืบสาน กันมาหลายชั่วอายุคน ชนิดที่ผมเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่ายังมีหลงเหลืออยู่ในสังคมของภาคเหนือ ถ่ายภาพไปก็เหมือนตกอยู่ใน ภวังค์กันชั่วขณะ เป็นความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน ผมใช้เวลาค่อนข้างนานในการบันทึกภาพและใช้ฟิล์มไปไม่ใช่น้อย แม้ขณะที่ออกจากวัดนี้มาแล้วก็ยังนึกถึงสิ่งที่พึ่งผ่านตาไป เป็นความรู้สึกดีๆที่เห็นศรัทธาของชาวบ้านยังมีต่อวัดคู่บ้านคู่ชุมชนของพวกเค้าอย่างเหนียวแน่น ภาพจากวัดสำคัญๆของเชียงใหม่และที่ลำปาง จะค่อยๆทะยอยนำมาลงในเวป แล้วก็จะเห็นว่าวัดต่างๆที่เราเคยได้ยินอยู่บ่อยๆทั้ง ที่ลำปางหรือเชียงใหม่ มีประเด็นที่น่าสนใจต่างๆมากมาย หลายสิ่งที่ผมไม่เคยรู้ หลายสิ่งที่ไม่เคยเห็น ก็มีโอกาสได้รู้ได้เห็นจาก การถ่ายภาพคราวนี้ ทำให้การมาเที่ยวภาคเหนือคราวนี้คุ้มค่าเกินกว่าที่คาดหมายไว้แยะทีเดียว พลาดไม่ได้นะครับ สำหรับผู้สนใจการถ่ายภาพ โดยเฉพาะผู้สนใจการถ่ายภาพสไลด์รับรองไม่ผิดหวังแน่ เป็นทริปหนึ่งที่มีโอกาสถ่ายภาพสไลด์มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และมีโอกาสได้รีดเอาศักยภาพของฟิล์มชนิดนี้ออกมาได้มากพอควร จนฟิล์มหมดเกลี้ยงกระเป๋าสุดท้ายจึงต้องงัดเอากล้องดิจิตอล Sony ออกมาปิดท้ายรายการที่ตลาดอัศวินในจังหวัดลำปางก่อนเดินทางกลับ ถือว่าพลังงานหลักและพลังงานสำรองได้ใช้ไปจนไม่เหลือหรอ (ภาพชุดแรกของทริปนี้เป็นภาพจาก ม.เชียงใหม่ และชุดต่อไปกำลังจะตามมาในไม่ช้า)
สวัสดีครับ
เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
21 กย.47
|