Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์ Home > Flower & Nature > Part 3    
 
 
Click >>
แนะนำการถ่ายภาพ< คลิก    Home  
ภาพชุด 3 เป็นกล้วยไม้ที่เลี้ยงในสวนผีเสิ้อ จ.เชียงใหม่ ที่เป็นทั้งฟาร์มผีเสื้อ และสวนกล้วยไม้นานาพันธ์ บนเส้นทาง แม่ริม - สะเมิง
 
         
   

กล้วยไม้จากสวนผีเสื้อ เชียงใหม่

               ที่เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเมือง นอกเมือง หรือตามบ้านอยู่อาศัย เรามักจะเห็นดอกไม้สวยๆปลูกประดับกันลานตา หากไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ก็จะเห็นกันดาษดื่นตามสถานที่ต่างๆของทางราชการ เป็นบรรยากาศที่ชวนมองสำหรับผู้พบเห็น ดอกไม้ที่เห็นส่วนใหญ่มักจะเติบโตตามธรรมชาติของดินแดนที่มีอากาศเอื้ออำนวยสำหรับไม้เมืองหนาว ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเร่งเหมือนที่อื่นๆ ยิ่งตามบ้านเรือนที่อยู่อาศัยแล้วก็ต้องบอกว่าซื้อมาปัก ซื้อมาปลูกตรงไหน ก็จะงอกงามไปหมด แม้คนไม่มีความรู้การเกษตรมากนักก็สามารถปลูกจนออกดอกสวยงามให้เจ้าของได้ชื่นชม

ปัจจุบันการปลูกดอกไม้กลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่โต ดอกไม้จากดอยขนส่งลงมายังพื้นราบกันหลายๆตันในแต่ละวัน โครงการหลวงหรือของเอกชนรายอื่นมีการผสมเพาะพันธ์ จนมีดอกไม้ต้นไม้แปลกๆให้เห็นกันเป็นประจำทุกปี

สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ตามดอยส่วนใหญ่แล้วมักใช้ดอกไม้เป็นเสน่ห์ดึงดูดคนให้เข้าไปเที่ยว ไม่ว่าสถานที่นั้นจะเกี่ยวข้องกับต้นไม้ดอกไม้หรือไม่ก็ตาม แต่ก็อาศัยดอกไม้สวยๆเป็นจุดขาย  เพียงแค่เห็นแปลงดอกไม้สวยๆด้านหน้าทางเข้าแล้ว ก็เชื่อได้ว่านักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยต้องเลี้ยวรถเข้าไปถ่ายภาพกันเป็นที่สนุกสนาน

่สวนผีเสื้อที่เชียงใหม่ หากมีแต่ฟาร์มเลี้ยงและเพาะพันธ์ผีเสื้อ คงจะหานักท่องเที่ยวเข้าไปได้ยาก ก็ต้องอาศัยดอกไม้ กล้วยไม้นี้แหละเป็นสิ่งเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปข้างใน ฟาร์มผีเสื้อแห่งนี้จนถึงปัจจุบันก็นับว่าตั้งมานานทีเดียว สิบกว่าปีน่าจะได้ ในตอนนั้นน่าจะพูดได้ว่าเป็นฟาร์มผีเสื้อแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

จากคำบอกเล่าของผู้เดินทางไปเที่ยวด้วยกันเล่าว่า เจ้าของนั้นจบมาจาก มช. ไม่นานก็มาตั้งฟาร์มเลี้ยงผี้เสื้อขาย นำผีเสื้อสวยๆพันธ์ต่างๆมาสต๊าฟใส่กรอบ ทำเป็นของที่ระลึก ปรากฏว่าขายดิบขายดีในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น แม้ราคาค่อนข้างแพงสำหรับคนไทยที่หยิบมาดูแล้วก็ต้องวางลง แต่สำหรับต่างชาติแล้วอาจเห็นว่าราคาไม่แพง ต่างซิ้อไปสะสมหรือเป็นของฝากของที่ระลึกกัน จนฟาร์มผีเสื้อที่นี่โตวันโตคืน เหมือนคนถูกหวย

เพื่อให้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มทุกประเภท ทางสวนผีเสื้อก็ได้ขยายมาปลูกกล้วยไม้กันเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ชนิดติดอันดับต้นๆของเชียงใหม่เลยทีเดียว หากมาเที่ยวที่นี่ก็อย่าได้แปลกใจที่เห็นรถจอดกันจนเต็มพื้นที่

เขียนมาถึงตรงนี้จำได้ว่า ศาสตราจารย์ ดร.ระพี สาคริก ปรมาจารย์ด้านกล้วยไม้ของไทย เคยไปถ่ายทำรายการสารคดี และยังกล่าวชื่นชมการตกแต่งสถานที่แห่งนี้ ที่นำกล้วยไม้ไปปลูกประดับตามต้นไม้น้อยใหญ่ของพื้นที่ป่าบริเวณนั้น โดยไม่มีการตัดต้นไม้เพื่อสร้างเรือนเพาะชำเหมือนที่เห็นกันทั่วไป เพียงแต่ปรับพื้นที่ให้เรียบ แล้วนำกล้วยไม้ไปลูกตามคบไม้ที่เหลืออยู่ ก็ทำให้เกิดความสวยงาม และสร้างความแปลกตาให้กับผู้พบเห็น เป็นอันมาก

ปัจจุบันสวนผีเสื้อ หรือฟาร์มผีเสื้อที่นี่เป็นอย่างไร จะมีสภาพใกล้เคียงกับที่เคยมีชื่อเสียงหรือไม่ ก็ไม่อาจทราบได้ แต่จากที่เห็นโปรแกรมท่องเที่ยวของทัวร์ต่างๆ ยังบรรจุอยู่ในการท่องเที่ยวบนดอย ของเส้นทาง แม่ริม - สะเมิง ก็แสดงว่ายังเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอยู่





เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
7 พฤศจิกายน 2549



สนใจนำภาพจากโฟโต้ออนทัวร์ไปใช้งาน/ซื้อภาพ อ่าน

......................................................................................................................................................................................................................

การถ่ายภาพ

เนื่องจากเป็นการถ่ายในระยะไกลจึงจำเป็นต้องใช้เลนส์ซูม(75-300 มม) พร้อมกับใช้ขาตั้งกล้องในทุกภาพเพื่อป้องกันกล้องสั่นไหว
สภาพในสวนกล้วยไม้เป็นลักษณะปิด ดอกไม้จะอยู่อยู่นิ่งๆ ไม่มีลมมารบกวน จึงพอจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/30-1/60 คู่ไปกับการ
เปิดรูรับแสงให้เล็กเพื่อความชัดลึกของภาพ ส่วนฟิล์มสไลด์ก็เป็น Elite 100 ของโกดักตัวเดิม ที่ให้ความสดใสของสีสันบาดตาบาดใจ
ภาพทั้งหมดนี้ไม่มีการใช้ฟิลเตอร์ใดๆ และเพื่อให้ภาพมีความสดใสขึ้น ควรปรับ EV -1/3 Stop (Under 30 %)

ส่วนการวัดแสงจะวัดตรงกลุ่มของดอกไม้เป็นหลัก โดยซูมเข้ามาทั้งกลุ่ม ได้ค่าเท่าใดก็จะไปปรับในการถ่ายจริงหลังจากที่จัด
องค์ประกอบภาพแล้ว


ดูตัวอย่าง (เน้นแสงตรงกลุ่มดอกไม้เป็นหลัก วัดแบบเฉลี่Center weighted )

หากวัดแสงตามที่จัดองค์ประกอบ (ภาพ 2) จะได้ค่า 1/60 ,F11 หรือสว่างกว่าภาพ (1) เพราะกล้องจะวัดพื้นที่สีดำไปคำนวณด้วย
จึงคำนวณออกมาให้ภาพสว่างขึ้น หากถ่ายภาพตามค่านี้ ภาพอาจสว่างหรือ Over ขาดน้ำหนัก

การวัดแสงแบบเฉพาะจุด (Spot ) สำหรับภาพลักษณะนี้อาจมีความเสี่ยงสูง เพราะจุดที่วัดได้อาจมีหลายค่า เพียงขยับกล้อง
ไปยังพื้นที่ขาวมาก /ขาวน้อย จะได้ค่าที่ต่างกัน เกิดปัญหาว่าจะเลือกค่าไหนดี การวัดแสงวิธี Spot ควรเลือกใช้
ในการณีที่จำเป็นเท่านั้น เพราะโอกาสได้ภาพ Under มีสูงมาก

การเลือกวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลางแล้วใช้ซูมเข้ามา เป็นการถัวเฉลี่ยที่จะได้ค่าแสงที่ใกล้เคียงกับที่ใจต้องการ

แม้ว่าจะเลือกใช้วิธีใด ความเสี่ยงย่อมอาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะดอกไม้สีขาวหรือพื้นวัตถุที่มีสีขาว ทางแก้ก็คือควรถ่ายเผื่อไว้หลายๆ
ภาพ หรือ 3 ภาพ เป็นอย่างน้อย หรือที่เรียกกันว่าถ่ายคร่อม โดยปรับ EV (Exposure Values ) 1/3 หรือ 1/7 Stop ดังนี้

สมมุติเลือกที่ 1/3 Stop
ภาพที่ 1 +1/3 stop (Over)
ภาพที่ 2 + - เป็น 0 (Normal )
ภาพที่ 3 - 1/3 stop (Under )


กล้องบางรุ่นมีระบบถ่ายคร่อมอัตโนมัติ อาจเลือกคำสั่งนั้นได้ แต่ถ้าหากเรารู้หลักการนี้แล้วอาจเลือกปรับกล้องเองตาม
ความพอใจ

ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้ถ่ายควรมีความแน่ใจ และมั่นใจในระดับหนึ่ง ที่จะเลือกค่าใดค่าหนึ่งโดยผลที่ได้ควรจะแม่นยำ ในระดับที่
พอใจ การตัดสินใจด้วยประสพการณ์ของตนเอง มีความเข้าใจและรู้จักอุปกรณ์ที่ใช้ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด การเลือกถ่ายเผื่อหลายๆ
ภาพอยู่บ่อยครั้ง จะทำให้สิ้นเปลือง ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง



.....................................................................................................................................................................................................................













 
     
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved