Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์ Home > Flower & Nature > Part 5    
 
Click >> Home
ทิวทัศน์ริมทางรถไฟสายเหนือ มกราคม 2550
 
           

ภาพทิวทัศน์ในชุด “ หน้าต่างจากรถไฟ “

 


นานๆทีจะมีโอกาสใช้บริการรถไฟไทย หลังจากที่ห่างเหินไปนาน เพราะส่วนใหญ่ใช้รถส่วนตัว แต่คราวนี้ต้องเดินทางไปทำธุระเพียงแค่ 2-3 วัน คิดคำนวณแล้วใช้บริการรถไฟประหยัดค่าน้ำมันไปได้ตั้งเยอะ

นั่งรถไฟไปต่างจังหวัด อาจช้ากว่ารถยนต์ แต่หากไม่รีบไม่เร่งก็น่าเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางไกลที่ดีไม่น้อย หลายคนเลือกที่จะนั่งรถไฟแทนรถทัวร์ เพราะไม่อยากวุ่นวายที่ต้องผจญกับคนจำนวนมากๆตามท่ารถ ไม่ว่าจะเป็นสายเหนือ – อีสาน หรือสายใต้ บางคนก็บอกว่ามันได้บรรยากาศดีหากไม่คำนึงถึงเรื่องเวลา รวมทั้งปลอดภัยกว่าด้วย ซึ่งประการหลังนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมาก บ้านเรากำหนดความเร็วของรถที่วิ่งบนถนนไม่เกิน 120 กม.(แต่วิ่งกัน 140-150) ต่างกับหลายประเทศที่กำหนดไว้แค่ 80 - 90 เท่านั้น เราไปเที่ยวบ้านเค้าจึงรู้สึกว่านั่งสบายปลอดภัยมาก ในทางตรงข้ามคนต่างชาติที่มาเที่ยวบ้านเราก็บอกว่า เมืองไทยขับรถกันน่ากลัว และเร็วมาก ก็บอกว่าคนไทยเชื่อเรื่องดวง

" ดวงดีก็รอดตาย ดวงร้ายก็ตายโหง "

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะเลือกเดินทางโดยรถไฟ แทนการนั่งรถประจำทาง คงคิดว่าปลอดภัยกว่า บางครั้งก็เจอฝรั่งนั่งเกือบเต็มรถไฟตู้นอน จะมีคนไทยอยู่ไม่กี่คน เป็นแบบนี้ทั้งขาไป และขากลับ

คราวนี้ก็เหมือนกัน รถด่วนกรุงเทพ-เชียงใหม่ มีฝรั่งเกินครึ่งตู้นอน เป็นกรุ๊ปทัวร์ไปลงเชียงใหม่ ตอนเช้าๆมีไกด์เดินแจกกาแฟร้อนๆจนหอมไปทั้งตู้ ชวนให้น้ำลายไหล งงเหมือนกันว่าเค้าหิ้วกระติกน้ำร้อนมาด้วยหรือ เอาใจกันขนาดนี้เชียว

นั่งรถไฟมันเหมือนกับย้อนเวลาหาอดีต เพราะทุกอย่างที่ผ่านตายังเป็นภาพเดิมๆ่ไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งออกต่างจังหวัดแล้วก็แทบหาภาพการเปลี่ยนแปลงได้น้อยเต็มที ทั้งที่เหตุการณ์มันผ่านมาหลายปีแล้ว  ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟคันเดิม แต่สภาพเก่ากว่าเท่านั้นเอง สถานีรถไฟบางแห่งก็ดูโทรมๆ รวมถึงบ้านพักของรถไฟ เมื่อก่อนเป็นแบบไร ปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนั้น นี่หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปอีก 20 ปี ก็คงก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก และจากข่าวหนังสือพิมพ์แต่ละครั้งก็มีความรู้สึกว่า พนักงานไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง มักเอาเรื่องทุจริตขึ้นมาอ้างว่านักการเมืองมีผลประโยชน์กับโครงการ ลึกๆแล้วที่ไม่เห็นด้วยก็เพราะไม่ต้องการให้ใครมาทำลายขุมอำนาจตัวเองหรือเปล่า บ่อยครั้งก็เห็นรวมพลังต่อต้านกันแบบมีข้อสงสัยให้กับสังคม

นั่งรถไฟมาคราวนี้ได้พกกล้องมาด้วย พอฟ้าสางกลางป่าก็เริ่มเห็นภาพชนบทริมทาง มีทั้งป่าละเมาะ ทุ่งนา ป่าเขา พอสายหน่อยก็เริ่มเห็นการเดินทางของผู้คน นั่งนานๆกลัวง่วงจึงหยิบเอาล้องมาถ่ายภาพเล่นฆ่าเวลา อีกประการหนึ่งก็คิดว่าสามารถบันทึกเรื่องราวรถไฟด้วยภาพ อาจทำให้บางคนได้รำลึกและหวนกลับมาเก็บบรรยากาศเดิมๆแบบนี้บ้าง

เทคนิคการถ่ายภาพก็มีหลักอยู่อย่างเดียวคือต้องใช้ความเร็วสูงๆ เพราะรถกำลังวิ่ง ถ่ายแบบวิธีธรรมดาๆ ภาพจะไหวหมด วิธีการแ้ก้ไขก็คือต้องปรับโหมดไปที่การถ่ายภาพกีฬา และตั้ง ISO 400 สำหรับกล้องดิจิตอลแบบพกพา ซึ่งกล้องจะปรับความเร็วชัตเตอร์ให้เร็วกว่าปกติ ภาพจะชัดขึ้น หากได้ภาพไม่ชัด หรือภาพไหว ก็ไม่ต้องคิดว่าเป็นภาพเสีย ถือว่าเป็นบรรยากาศรถกำลังวิ่ง ได้มิติไปอีกแบบหนึ่ง

อย่าลืมว่า “ เนื้อหาสาระของภาพย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่น “

อย่าเอากฏเกณฑ์ทั้งหลายทั้งปวงมาตีกรอบความคิด จนขาดอิสระ อยากถ่ายก็ถ่ายไป ชอบอะไรก็ถ่าย นั้นแหละถูกต้องที่สุด ต่อไปก็จะเห็นผลงานของเราว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง ค่อยๆเรียนรู้ไปแบบนี้ เรียกว่าเป็นการเรียนการถ่ายภาพแบบวิธีธรรมชาติ และง่ายที่สุด โดยเฉพาะกับยุคสมัยของกล้องดิจิตอล ถ่ายเสียก็ลบทิ้งเท่านั้นเอง ไม่เสียหายอะไร ขอให้ถือสุภาษิตที่ว่า

“ ถ่ายภาพเสีย ดีกว่าไม่ถ่ายภาพ “

เพราะภาพเสียๆจะเป็นขั้นบันใดให้เราก้าวหน้าอย่างมิต้องสงสัย

“ มันได้ประโยชน์ ไม่ไช่เสียประโยชน์ นะ สิบอกฮ่าย “

ส่วนกล้องที่ประแต่งได้ ประเภท SLR หรือ DSLR ก็ยิ่งสะดวกขึ้น สามารถตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้สูงๆได้ สำหรับภาพบนรถไฟ ควรตั้งไว้ที่ 1/1000 ถือว่าปลอดภัย มีโอกาสชัดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนความไวแสง หรือ ISO ก็ตั้งเพิ่มตามสภาพแสง บางครั้งอาจสูงถึง ISO 800 หรือ 1000 มาถึงตรงนี้ก็อย่าไปพะวงเรื่อง Noise หรือภาพแตก เป็นเรื่องเล็กน้อยหยุมหยิม ตัดทิ้งไปได้ เอาเนื้อหาสาระดีกว่า

เกือบลืมบอกไปว่า รถไฟตู้นอนจะเป็นห้องกระจกติดแอร์ เวลาถ่ายก็ควรเช็คภาพเงาสะท้อนจากกระจก ที่มองเห็นจากกล้อง หรือจอภาพ วิธีแก้ก็ควรให้กล้องอยู่ชิดๆกับกระจกหน้าต่าง หากแก้แล้วไม่หายก็คงต้องใช้วิธีแก้ใน photoshop โดยใช้เครื่องมือ Clone stamp หากสะท้อนมาก และแก้ไขยากก็ปล่อยให้เป็นแบบนั้นไปเถอะ

แต่ท้ายที่สุด ภาพจะดีจะเลว จะสวยไม่สวย ขึ้นอยู่กับตัวผู้ถ่ายว่าทำได้ดีแค่ไหน กล้องดีก็มีโอกาสมากกว่า ส่วนกล้องธรรมดาก็ไช่ว่าจะด้อยเสียทุกทาง ขอให้ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็ได้ภาพดีๆมากมาย จึงไม่มีข้อเสียเปรียบมากนัก



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
30 พฤศจิกายน 2550



..................................................................................................................................................................................................


ข้อมูลการถ่ายภาพ
- กล้อง Nikon D80
- เลนส์ 18 - 135
- ชัตตอร์ 1/1000





ต้องการนำภาพ หรือ บทความ จากโฟโต้ออนทัวร์ไปใช้งาน < คลิก >


   
       
             
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved