การเดินทาง รถทัวร์จากกรุงเทพฯหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะที่อยู่ภายในทะเลอ่าวไทย จึงมีคลื่นลมสงบตลอดทั้งปี ไม่มีปัญหาเหมือนทะเลฝั่งอันดามัน เช่นแถบทางภูเก็ต หรือจังหวัดกระบี่ ที่จะต้องเจอมรสุมในช่วงเดือนเมษายนเป็นประจำทุกปี หมู่เกาะอ่างทองอยู่ใกล้กับเกาะสมุย ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองมักจะมาพัก มาเที่ยวที่เกาะสมุยกันก่อน แล้วจึงพ่วงโปรแกรมเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองในวันถัดไป ซึ่งเป็นโปรแกรมเที่ยวกันทั้งวัน โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละ 145 บาท รวมอาหารกลางวันบนเรือด้วย(ราคาเมื่อปี 2542) ผู้ที่เดินทางมาโดยรถทัวร์ สามารถขึ้นรถทัวร์ที่ท่ารถสายใต้ สายกรุงเทพ - สมุย รถจะออกจากกรุงเทพฯช่วงเย็น และมาถึงเกาะสมุย ในตอนเช้า จากนั้นสามารถลงเรือต่อไปยังหมู่เกาะอ่างทองได้เลยโดยไม่ต้องแวะพักบนเกาะสมุย เมื่อเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองเสร็จในวันนั้น ก็สามารถต่อรถทัวร์กลับกรุงเทพฯได้ทันในเย็นวันเดียวกัน ซึ่งบริเวณท่าดอนสักมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็หาร้านอาหารทานมื้อเย็นแถวๆนั้น ซึ่งยังพอมีเวลาเดินเล่นและซื้อของฝากก่อนขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ ถึงกรุงเทพฯเช้ามืด ก็สามารถทำงานต่อได้เลย อาจสะบักสะบอมกันหน่อยสำหรับผู้ไม่คุ้นเคย แต่ก็เป็นทางออกสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยและต้องการเที่ยวแบบประหยัด
รถส่วนตัว
สำหรับผู้ที่มีรถส่วนตัวสามารถขับรถมาเองได้ โดยขึ้นเรือที่ท่าดอนสัก จากนั้นก็ขับรถลงเรือเฟอร์รี่ลำใหญ ่ นั่งชมวิวบนดาดฟ้าเรือประมาณชั่วโมงเศษๆก็ถึงเกาะสมุย แล้วขับรถเที่ยวเกาะได้เลย พอรุ่งเช้าก็ไปเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองตามที่ติดต่อซื้อทัวร์ไว้แล้ว ถ้าไม่ได้ซื้อเองก็สามารถติดต่อกับโรงแรมที่พักได้ในราคาปกติ
ถ้าอยากมาเที่ยวลักษณะครอบครัวแบบสบายๆไม่รีบเร่งอย่างที่ผมเคยมาเที่ยวแล้ว ก็แนะนำให้ออกจากรุงเทพแต่เช้า แวะพักกลางทางที่ จ.ชุมพร อาจเป็นแถวหาดทุ่งวัวแล่น หรือแถวหาดทรายรีก็สดวกดี เล่นน้ำทะเลช่วงเย็นๆ พอตอนเช้าก็ออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดสุราษฏร์ธานี แล้วมุ่งไปยังท่าเรือดอนสัก ขึ้นเรือเฟอร์รีต่อไปยังเกาะสมุยได้เลย หรือถ้าไม่แวะพักที่ชุมพรก็อาจแวะพักที่โรงแรมในตัวเมืองสุราษฏร์ก็ได้(ถ้าพอมีเวลา) พอตอนเช้าก็ออกเดินทางไปยังท่าเรือดอนสักเพื่อลงเรือเฟอร์รี่ ซึ่งบรรทุกได้ทั้งรถและคน การเตรียมตัว
เนื่องจากการไปเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองจะต้องปีนป่ายภูเขาและบันใดสูง เหนือยแต่ก็สนุกและมันส์ หากมีผู้สูงอายุไปเที่ยวก็อาจแค่ นั่งเรือชมวิวเล่น ซึ่งก็ได้เปิดหูเปิดตามีความสุขตามสมควร แต่ถ้าหากว่าร่างกายไปไหวแล้วก็๋น่าจะลองปีนเขาดู ไปช้าๆไม่รีบเร่ง ก็พอไปได้ ขาไปพกขวดน้ำใบเล็กๆขึ้นไปบ้างก็ดี แล้วจะรู้ว่าน้ำขวดนั้นมีค่ามากกว่าทองคำ ครอบครัวใครมีเด็กไปด้วย ก็จะรู้ว่าผู้ใหญ่นั้นสู้แรงเด็กไม่ได้จริงๆ เห็นตัวเปี๊ยกๆนี้แหละแรงดีนักเชียว การถ่ายภาพ
ช่างภาพประเภทชอบหอบฟาง ฉุกคิดสักนิด ประเภทต้องพกขาตั้ง มีเลนส์โตๆหนักเป็นกิโล อาจต้องฝากเก็บไว้ที่พัก หรือฝากไว้กับคนขับเรือเพราะต้องปีนเขาสูงและมีหินแหลมคมมาก ควรพกแบบสะดวกเบาๆ ไม่เป็นภาระมาก จะได้ถ่ายภาพได้สะดวก และมี ความสุขไปกับการท่องเที่ยว หากมีเลนส์มุมกว้างก็จะมีประโยชน์มาก ฟิล์มควรใช้ฟิล์มไวแสงปกติ 100-200 ISO ซึ่งสามารถถ่ายได้ทั้งสภาพแดดจัดหรือครึ้มฝน Webmaster
Photoontour.Com
|