The Professional photo website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ Home > Gallery >Wat Prathatsuthone   
ดูภาพประวัติและผลงานของหลวงพ่อมนตรี จากหนังสือของวัด   < Page 1>  < Page 2 >  :  อ่านเทคนิคและเบื้องหลังการถ่ายภาพ : แผนที่ Map
 
 
  Wat Prathatsuthone, Denchai, Phare Province  

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี อ.เด่นชัย จ.แพร่
 
ออกจะเป็นเรื่องแปลก น่าอัศจรรย์ หากใครได้มาเห็นวัดพระธาตุสุโทน ที่
อ.เด่นชัย จ.แพร่ แล้วมีคนบอกว่าทั้งหมดที่เห็นนี้เป็นฝีมือของเจ้าอาวาส
ที่อายุเพียง 30 กว่าปี ชื่อหลวงพ่อมนตรี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าครูบาน้อย

บางคนบอกว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ว่าเป็นไปได้ยังไงที่อดีตของพระรูปนี้เป็น
ลูกชาวนาในพื้นที่ อ.เด่นชัย เคยเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย และเรียนหนังสือแค่ชั้น
ประถมปีที่ 7 จากนั้นก็ต้องออกด้วยเหตุผลเพราะต้องการบวช

จนถึงปี 2521(อายุ 18)ก็เริ่มก่อสร้างวัด จากนั้นอีก 17 ปี ก็แล้วเสร็จและ
กลายเป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ชนิดที่ใครมาเห็นแล้วอาจ
คื่นตะลึงกับความสวยงาม ว่้าไม่เคยเห็นที่ใดจะอลังการเท่าวัดนี้

วัดพระธาตุสุโทน ประกอบพิธีฝัง
ลูกนิมิตเมื่อปี 2540 โดยสมเด็จพระบรมฯ
เสด็จแทนพระองค์ เป็นที่ปลาบปลึ้มให้กับประชาชนชาวอำเภอเด่นชัย
และชาวจังหวัดแพร่เป็นอย่างยิ่ง

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี เป็นวัดที่สวยงามตามลักษณะของสถาปัตยกรรม
ล้านนาแบบผสมผสาน ที่หลวงพ่อมนตรีได้จำลองรูปแบบมาจากวัดสำคัญๆ
ของภาคเหนือ และจากประเทศอื่นได้แก่ พม่า จีน และลาว โดยเลือกเอา
จุดเด่นของแต่ละแห่งมารวบรวมไว้ที่วัดนี้

เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ทำให้มีลักษณะต่างจากวัดทั่วไป นอกจากจะนำ
เอาสุดยอดงานด้านพุทธศิลป์ของล้านนาที่มีชื่อเสียงมารวมกันไว้ที่เดียว
แล้ว ยังระดมช่างฝีมือชั้นยอดที่เรียกว่า"สล่า"ของภาคเหนือมาร่วมกัน
ก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดยมีหลวงพ่อมนตรีควบคุม ออกแบบ และลงมิอ
ก่อสร้างด้วยตัวเองในส่วนที่เป็นงานชิ้นสำคัญๆ

บ่อยครั้งที่มีผู้พบเห็นหลวงพ่อกำลังทำงานบนนั่งร้านหลังคาโบสถ์ หรือ
กำลังปั้นโครงพระพุทธรูปก่อนที่จะให้้ช่างฝีมือดำเนินการต่อ ความสามารถ
ในงานพุืทธศิลป์ ได้รับการกล่าวขานจากผู้พบเห็นเป็นอันมาก แม้แต่เจ้า
หน้าที่จากกรมศิลปากรก็เคยมาเห็น และต่างทึ่งในฝีมือเป็นอันมาก โดย
เฉพาะการเขียนลวดลายต่างๆ ไม่มีต้นแบบ ไม่มีแบบร่าง เมื่อจรดดินสอ
บนกระดาษก็วาดลายได้ทันที ต่างกับหลักการร่างลายไทยโดยทั่วๆไป


หลวงพ่อมนตรีมีความรู้ในเชิงช่างมาจากไหน และทำไมถึงเก่งขนาดนี้.....

 

ประวัติ

หลวงพ่อมนตรี เดิมชื่อเด็กชายมนตรี บุญมี เกิด พ.ศ. 2503 มีความสนใจ
พุทธศาสนา และสนใจงานปั้นมาแต่เด็ก ชอบปั้นพระมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
เมื่ออายุได้ 9 ปี เคยปั้นพระหน้าตักกว้าง 3 ศอก ไว้กลางทุ่งนาแถวบ้าน
ป่าหวาย อ.เด่นชัย โดยใช้เวลาปั้นแค่วันเดียว เมื่อบวชเรียนก็ศึกษางาน
ปั้น จากช่างอาวุโส ที่สอนหล่อพระหล่อระฆัง จากคุณตาหมื่น บุญยเวทย์
วัย 85 และคุณตาอยู่ คะณา วัย 80 ปี จากบ้านเตว็จ จังหวัดสุโขทัย
จากนั้นก็ได้รับการถ่ายทอดการปั้นพระและสร้างวิหารจากครูบาคัมภีระ
ปัญญา วัดเฟือยลุง จ.น่าน

การสร้างวัด
หลวงพ่อมนตรี ได้นำเอาจุดเด่นของวัดหลายแห่งมาประยุกต์ไว้ที่วัดนี้
จากการที่ได้ตระเวณตามวัดต่างๆทางภาคเหนือและดินแดนล้านนาใน
มณฑลยูนนานประเทศจีน เมืองเชียงตุง พม่า และจากประเทศลาว เพื่อ
ศึกษารูปแบบของศิลปะล้านนาที่บรรพบุรุษได้สรรสร้างไว้ ทั้งงานปั้น
งานแกะสลัก รวมทั้งจิตกรรมฝาผนัง พร้อมกันนี้ก็ได้เสาะหาช่างฝีมือเอก
ของล้านนามาร่วมงานสร้างวัดพระธาตุสุโทน บนที่ดิน 25 ไร่ ของดอย
ม่อนทอง ที่ได้รับการบริจาคจากชาวบ้าน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ปลูกฝ้าย
มาก่อน

สุดยอดของศิลปะล้านนาจำนวนถึง11 แห่ง ที่นำมาประยุกต์สร้าง
โบสถ์วิหารและสิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในวัดพระธาตุสุโทน ได้แก่


   ซุ้มประตูด้านหน้าโบสถ์ – จากวัดพระธาตุลำปางหลวง
   ซุ้มประตูด้านตะวันออก – จากวัดพระธาตุดอยสุเทพ
   ซุ้มประตูด้านตะวันตก – จากวัดพระธาตุหลวงเวียงจันทร์ซึ่งวัดนี้สร้าง
     จากช่างฝีมือเชียงใหม่ที่พระเจ้าชัยเชษฐาธิราชแห่งลาวเป็นผู้นำไปสร้าง
   ฐานพระอุโบสถรูปซิกแซก – วังประทับพระยามังราย จ.เชียงราย
   ประตูและหน้าต่างลวดลายแกะสลัก – วิหารลายคำวัดพระสิงห์ เชียงใหม่
   ปั้นลมลวดลายเก่าศิลปะทางเหนือ- จากวัดต้นเกวน อ.สเมิง เชียงใหม่
   นาค 7 เศียร แบบขอม / นางอัปสรปูนปั้น – จากวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่
   หอไตร – วัดพระสิงห์ เชียงใหม่
   หอระฆัง – จากวัดพระธาตุหริภูญชัย
   กุฏิหลังใหญ่สร้างจากไม้สักทอง- บ้านไทยสิบสองปันนาประเทศจีน
   พระบรมธาตุ 30 ทัส ศิลปะเชียงแสน - วัดพระธาตุนอ(หน่อ)
     ของพระชนกพระเจ้าเม็งรายมหาราช จากแคว้นสิบสองปันนา


ทางธรรม
หลวงพ่อมนตรีได้ศึกษาบาลีและสมถะกรรมฐาน ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า
จ.ลำพูน และได้ศึกษาอักขระสมัยล้านนาจากครูบาบ้านก๋ง อ.ท่าวังผา
จ.น่าน จนสามารถใช้ภาษาล้านนาได้

ได้รับการสถาปนาให้เป็น "พระครูบา"
ได้เข้าพิธีกรรมยกยอ-สถาปนาเถราภิเษก แต่งตั้งให้เป็นครูบาเมื่อปี
2541 ณ เมืองเชียงตุง ประเทศพม่า ตามราชประเพณีที่สืบทอดมา
จากเมืองศรีลังกา

คำว่าครูบา
ผมได้รับการอธิบายจากหลวงพ่อมนตรีเมื่อครั้งได้มาถ่ายภาพ ปี 2544
ท่านบอกว่าคำว่า ครูบา จริงๆแล้วไม่ไช่นึกอยากเรียกหรือจะขนานนาม
กันได้ง่ายๆเหมือนที่ใช้เรียกกันอยู่ในปัจจุบัน "ครูบา" ม่ได้หมายความว่า
เป็นพระอาวุโส หรือเกจิอาจารย์อย่างที่เข้าใจ


คำว่า ครูบา
ตามประเพณีของล้านนาแล้วจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตาม
จารีตประเพณี โดยจะมีพระเถระเป็นกรรมการ พิจารณาความเหมาะสม
ว่าสมควรได้รับสมณะครูบา นั่นก็คือจะต้องได้รับการยอมรับและผ่าน
ความเห็นชอบจากคณะสงฆ์ว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม และ
นอกจากจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสงฆ์แล้ว ยังต้องได้รับการยอม
รับเห็นพ้องจากสังคมชาวบ้านด้วย ปัจจุบันการแต่งตั้งครูบาในเมือง
ไทยไม่มีแล้ว แต่ที่เชียงตุงยังสืบสานประเพณีโบราณนี้อยู่ และในปันั้น
มีพระจากภาคเหนือและประเทศทางแถบล้านนาได้รับเลื่อนสมณะศักดิ์
เป็นครูบาจำนวน 5 รูป


สถานที่ตั้งวัด
ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 101 เด่นชัย-ลำปาง ห่างจากสี่แยกเด่นชัย
ประมาณ 5 กม. อยู่ห่างจากจังหวัดแพร่ประมาณ 30 กม. ตั้งอยู่ ณ
บ้านห้วยน้ำพริก หมู่ที่5 ต.เด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ สถานที่ใกล้เคียง
ได้แก่ กองพันทหารม้าที่ 12



เวปมาสเตอร์
โฟโตออนทัวร์
5 สิงหาคม 2548   


(ข้อมูล : หนังสือประวัติพระครูบามนตรี และประวัติวัดพระธาตุสุโทนฯ)
 
Map                 แผนที่วัดพระธาตุสุโทน อ. เด่นชัย จ.แพร่
 


การถ่ายภาพ

วัดพระธาตุสุโทน เป็นวัดที่อยู่ติดกับถนนสาย เด่นชัย - ลำปาง ห่างจากสามแยกเเด่นชัยไปไม่ไกลนัก เมื่อราว 6 - 7 ปี ก่อน ผมขับรถผ่านถนนสายนี้
อยู่บ่อยๆ  ถ้ามีโอกาสก็จะแวะเข้าไปถ่ายภาพ  ครั้งสุดท้ายได้แวะเมื่อต้นมกราคม 2544 ครั้งนี้มีโอกาสถ่ายภาพมากกว่าครั้งใดๆ เพราะการก่อสร้าง
ส่วนใหญ่เสร็จไปเกือบหมดแล้ว

ครั้งแรกที่เคยมาถ่ายภาพพระธาตุเจดีย์ 30 ทัส เมื่อราว 7-8 ปัก่อน ครั้งนั้นแทบตะลึง นึกไม่ถึงว่าอำเภอเล็กๆพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าละเมาะจะมีพระเจดีย์
สวยขนาดนี้ ใครมาเห็นก็ต้องรู้สึกเหมือนกันทุกคน ยิ่งเป็นนักถ่ายภาพด้วยแล้วก็ถือว่าเป็นเหมือนรางวัลที่หยิบยื่นให้ต่อหน้าต่อตา และหยิบกล้องออกมา
ถ่ายโดยไม่ชักช้า แต่พอล้าง slide ออกมาแล้ว ปรากฏว่าภาพ under เป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ก็เพราะพระธาตุเจดีย์ที่สะท้อนจนเหลืองอร่ามนั้นทำเอากล้อง
ต้องหรี่เลนส์ให้เล็กลง ภาพจึงมึดกว่าปกติปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นประจำหากเผลอไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน   แสงทองที่สะท้อนผ่าน
เลนส์นั้นค่อนข้างแรง มีผลต่อการวัดแสงค่อนข้างมาก หากใครเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าต้องใจเย็นๆกันหน่อย ขนาดวัดแสงแบบเฉลั่ยมันยังผิดเพี้ยนเอา
มากๆ และยิ่งวัดแสงเฉพาะจุดละก้อรับรองดูไม่จืดแน่ ทางแก้ก็คือต้องเลือกวัดแสงวัตถุอื่นที่พอจะแทนได้เช่นภาพสิ่งปลูกสร้างอื่น หรือจะเอาแบบกัน
เหนียวก็ต้องถ่ายคร่อม เช่น ภาพแรกถ่ายให้พอดีตามที่กะไว้แล้ว ภาพที่ 2 Over +1/3, ภาพที่3 over +1/7, ภาพที่ 4 under -1/3 แค่นี้ก็น่าจะพอมั้ง
แต่ทางที่ดีแล้วควรให้ชัวร์ในภาพเดียวไปเลยจะดีกว่า ไม่งั้นจะเปลืองฟิล์มและทำให้พะวงในเรื่องนี้จนเกินไป

เป็นนักถ่ายภาพบางครั้งก็ต้องยอมเจ็บ พลาดเป็นพลาด แล้วมาแก้ตัวหรือมาปรับปรุงตัวเองให้มีความช่ำชองกันใหม่ แบบนี้จึงจะรู้รสชาติของชีวิต
หลายคนอาจเลือกถ่ายคร่อมกันตลอด ทำให้เห็นว่าขาดความมั่นใจ เอะอะก็เผื่อกันแหลก น่าจะลองทำตัวแบบนักแม่นปืนล่าสังหารประเภทนัดเดียวจอด

มาว่ากันเรื่องภาพถ่ายกันต่อดีกว่า

ฟิล์มที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น Fuji Velvia จะมี E100 VS และ Elite 100 เป็นบางภาพ โดยหลักๆแล้วถ้าต้องการเน้นสีทองให้ได้สีใกล้ของจริงก็จะเลือก
E100 ส่วนภาพทั่วไปจะเลือก Velvia แต่มีจุดหนึ่งที่อยากแจ้งเพื่อทราบ ภาพพระพุทธชินราชจำลองในพระอุโบสถได้ใช้ E100 ซึ่งครั้งก่อนใช้ velvia
แล้ว ภาพออกเขียวๆ มาแก้ตัวครั้งหลังจึงเปลี่ยนมาใช้ E100 ก็ OK

จากนั้นมาถ้ามีโอกาสมาภาคเหนือก็ต้องเลือกที่จะขับรถผ่านมาเส้นทางสายพิษณุโลก เข้าอุตรดิตถ์ เด่นชัย แล้วออกลำปาง เส้นนี้อาจอ้อมบ้างแต่เห็นว่า
มีอะไรน่าสนใจกว่าที่ออกไปทาง กำแพงเพชร ที่เป็นถนนสายหลักของการเดินทางสู่ภาคเหนือ ใครที่ขับรถมาเอง ก็อยากแนะนำเส้นทางสายนี้ มีจุดแวะ
ทานกาแฟสดของเด่นชัยที่มีชื่อ อยู่ใกล้สามแยกเด่นชัย ร้านริมทางไม่ใหญ่นัก ผมแวะมาบ่อยมาก ตั้งแต่ที่ยังไม่เห่อกาแฟกันเหมือนตอนนี้ ปัจจุบันร้าน
ที่ว่านี้ กาแฟก็ยังขมปี๋เหมือนเดิม ชนิดที่กินแล้วก็ไม่ต้องหลับต้องนอนเพราะมันขมแบบสุดๆ ใครไม่เชื่อลองสั่ง espresso ร้อน มาท้าพิสูจน์สักแก้ว
แล้วจะรู้ว่ากาแฟสดๆจากไร่มันสุดฤทธิ์สุดเดชจนต้องจดจำไปชั่วชีวิต

ร้านนี้มีสัญญลักณ์ประจำร้านก็คือ ต้นกล้วยป่ากอใหญ่มาก หากมาแล้วเห็นกอกล้วยที่ว่า ก็ต้องบอกว่า ไช่เลย...นั่นแหละห้องน้ำ....
อยู่ใกล้ๆดงกล้วย... เข้าไปเลย

ภาพชุดวัดพระธาตุสุโทนนี้ ออกจะให้น้ำหนักสีอิ่มตัวพอสมควรเนื้อสีเข้มข้น โดยเฉพาะภาพที่มีท้องฟ้าเป็นฉากหลัง ทั้งนี้ก็เพราะว่าเวลาที่ถ่ายภาพเป็น
ฤดูหนาว ส่วนใหญ่ท้องฟ้าจะโปร่งใส แต่หลักการที่จะทำให้ภาพมีความสดใส ให้สีสันที่มีพลังไม่ดูจืดซึดก็พอจะมีแนวทางที่ขอแนะนำดังนี้
- เลือกใช้ฟิล์มที่มีความละเอียดสูง (ISO ต่ำ)
- ถ้ามีฉากหลังเป็นท้องฟ้าควรใช้ฟิลเตอร์ PL
- กรณีที่ไม่ต้องการใช้ PL ควรปรับให้ under 1/2 stop หรือ 1/3 stop
- เลือกเวลาถ่ายให้เหมาะสม ตอนเช้าไม่ควรเกิน 10.00 น. ตอนบ่าย ควรหลัง 16.00 น.ไปแล้ว

หลักง่ายๆแค่นี้น่าจะพอเป็นแนวทางให้ได้ภาพดั่งใจได้ แต่อย่าลืมว่าเป็นแค่แนวทางเท่านั้น ยังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมอื่นด้วย
เช่น < ภาพนี้ > ถ่ายในเวลาประมาณบ่ายสองโมง

รายละเอียดการถ่ายภาพในชุดนี้ไม่ได้ใส่ไว้เพราะเป็นการถ่ายหลายต่อหลายครั้งจนจำไม่ได้ว่าเป็นฟิล์มอะไรบ้างแต่โดยหลักๆแล้วจะเป็น Velvia



ดูภาพประวัติและผลงานของหลวงพ่อมนตรี จากหนังสือของวัด   < Page 1>  < Page 2 >

 
 
   
Articles  I City Tour  I Events I Photo Services I  Gallery I  Misc. I Free wallpaper

 
Portraits I  Special Photos I Today Talk I  About Us I Site Map  I Home