Photoontour.Com      เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ Home > Gallery >Wat Tahjumpee
 
 
WatTahjumpee, Sunpatong, Chiangmai ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง เชียงใหม่
 
 
   
         
 

วัดท่าจำปี เชียงใหม่
(บันทึกเรื่องราวการเดินทางเมื่อเดือน สิงหาคม 2547)  


                      คำบอกเล่าจากครูบาดวงดี ศิษย์ครูบาศรีวิชัยหรืออีกนามหนึ่งว่านักบุญแห่งล้านนา เล่าให้ฟังถึงเมื่อครั้งได้เห็นการก่อสร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ ด้วยภาษาคำเมืองแท้ๆที่ฟังค่อนข้างยาก และน้ำเสียงทีแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ก็พอจับใจความได้บ้าง

ท่านเล่าว่าเมื่อครั้งยังอยู่กับครูบาศรีวิชัย ประชาชนทั้งไกลและใกล้ต่างศรัทธาครูบาฯมาก เมื่อทราบข่าวว่าท่านจะมาเป็นประธานสร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพเมื่อปี พ.ศ. 2477 ต่างหลั่งไหลกันมาไม่ขาดสาย ใครมีเงินก็บริจาคเงิน ใครมีอุปกรณ์สร้างถนนหนทาง เช่นผลั้ว บุ้งกี๋ จอบเสียมหรือสิ่งของอื่นๆ ก็บริจาคกันมามากมาย

ครูบาศรีวิชัย ท่านต้องออกรับแขกทุกระดับกันตลอดทั้งวัน ในตอนเย็นหลังเลิกงานจะมีคนงานชาวกระเหรี่ยง(เผ่ายาง) และชาวบ้านนำเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างมาเก็บไว้ในห้องเก็บขนาดใหญ่ ที่มีข้าวของกองเต็มไปหมด บรรยากาศในช่วงเย็นจะคลาคล่ำไปด้วยคนงานนับร้อยนับพันคน ทุกคนมาทำงานด้วยแรงศรัทธาล้วนๆ ต้องการเพียงเพื่อมาร่วมทำบุญกับครูบาฯที่ตนเองนับถือ ใครว่างจากภารกิจก็จะชักชวนกันมา

การก่อสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพที่ยากลำบากก็ได้เสร็จสิ้นในระยะเวลาเพียงแค่ 5 เดือนเท่านั้นเอง (พย. 2477 - เมย. 2478) ได้ระยะทางทั้งสิ้น12 กิโลเมตร เริ่มจากเชิงดอยหรือบริเวณน้ำตกห้วยแก้วจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ โดยมีชาวบ้านมาร่วมงานก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 5,000 คน

ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ ในช่วงเวลาที่กำลังมีการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลกันมาจากที่ต่างๆ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งการเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นต้องมาทางรถไฟแต่เพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น ท่านเล่าว่าครูบาศรีวิชัยเป็นคนที่มีบุญบารมีมาก เป็นพระที่ชาวเชียงใหม่และใกล้เคียงรวมทั้งชาวเขาที่อยู่ห่างไกลให้ความศรัทธา ชาวเขาเหล่านี้จะติดตามไปทุกที่เหมือนเป็นกองคาราวาน พร้อมกับจะนำผลิตภัณฑ์ชาวเขาไปวางขายเพื่อหารายได้ให้กับตนเอง

ทุกครั้งที่ครูบาฯเดินทาง ท่านจะนั่งบนเสลี่ยงที่มีคนหาม เมื่อผ่านไปยังหมู่บ้านตำบลใดก็จะมีชาวบ้านออกมาต้อนรับกราบไหว้กันเป็นระยะๆ ถือว่าเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและท้องถิ่น พร้อมกับร่วมบริจาคเงินทอง เพื่อนำไปสร้างถาวรวัตถุเพื่อประโยชน์ของสังคมต่อไป

และเมื่อท่านครูบาฯเดินทางไปที่ใด ข่าวก็จะแพร่สะพัดไปทั่ว ทั้งพ่อค้าประชาชนรวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองบ้านเมืองในจังหวัดนั้นๆต่างพากันมากราบไหว้และร่วมทำบุญ ทำให้ได้รับเงินบริจาคเข้ามาไม่ขาดสาย และก็ไม่เคยมีครั้งใดที่การก่อสร้างจะไม่แล้วเสร็จหรือขาดแคลนวัตถุปัจจัย

สมัยนั้นจึงมีความเชื่อกันว่าถ้าครูบาศรีวิชัยได้ไปสร้างสถานที่แห่งใดแล้ว ก็เป็นหลักประกันว่างานจะต้องแล้วเสร็จอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านต้องรับภาระที่หนักเอาการ ที่ผู้ปกครองบ้านเมืองและฝ่ายฆราวาสขอร้องให้ท่านช่วยเป็นประธานฝ่ายสงฆ์หรือเป็นแม่งานอยู่เสมอๆ ซึ่งในประวัติของท่านก็มีผลงานการสร้างมากถึง 200 แห่ง เกือบจะทั่วทั้งภาคเหนือ ทำให้ชาวล้านนายกย่องและขนานนามให้ท่านเป็นนักบุญแห่งล้านนา

ครูบาดวงดี ท่านได้เจริญรอยตามครูบาศรีวิชัยมาโดยตลอด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และเป็นจ้าภาพบูรณะก่อสร้างศาสนสถาน ศาสนวัตถุอยู่หลายแห่ง ทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งในดินแดนชาวเขาที่อยู่ห่างไกล นอกจากนี้ท่านยังมีส่วนร่วมสร้างสถานที่ราชการในหลายพื้นที่ ล่าสุดได้เป็นเจ้าภาพสร้างอาคารผู้ป่วยสูง 4 ชั้น ขนาด 30 เตียง ให้กับโรงพยาบาลสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ 2548

หลวงปู่บอกว่าเงินที่ได้มาจะไม่เก็บไว้ส่วนตัว ได้มาเท่าไรก็จะนำไปบริจาคสร้างวัดสร้างอาคารจนหมด ท่านบอกว่า

"มันเป็นเงินของชาวบ้านเปิ้น บ่อใจ่เงินของเฮาน้อ..ได้มาเต้าใดก็เอาไปก็ทำบุญฮื้อเขา"

ปัจจุบันหลวงปู่อายุ 100 ปี (พ.ศ. 2548) แม้จะอายุมากแต่ความจำของท่านยังดี เล่าเรื่องราวต่างๆได้อย่างไม่ติดขัด ในวันนั้นนอกจากจะได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่างๆแล้ว หลวงปู่ยังเล่าเรื่องราวในเชิงลึกที่ได้สัมผัสมา ซึ่งผู้มีคุณธรรมระดับสูงเท่านั้นจะเข้าถึงได้

ในแต่ละวันจะมีศรัทธาญาติโยมมาเยี่ยมสักการะครูบาดวงดี อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีชาวต่างประเทศในแถบอาเซี่ยนมากราบไว้ บางรายก็ต้องมารอคอยกันหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้พบท่าน แต่ก็มีไม่น้อยที่ไม่สามารถพบท่านได้

หลวงปู่แม้จะเป็นคนภาคเหนือ แต่ก็ชอบเคี้ยวหมากเหมือนผู้สูงอายุของคนภาคกลางในสมัยก่อน "ชานหมาก" ของหลวงปู่จึงเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ เมื่อได้แล้วก็อาจจะนำไปตากให้แห้งแล้วนำไปใส่กรอบพระแขวนคอ หรืออาจนำไปไว้บนหิ้งบูชา ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่หายากจากพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง วันนั้นผมค่อนข้างโชคดีที่ท่านเรียกให้เข้าไปใกล้ๆ จากนั้นท่านก็คายชานหมากใส่กระดาษทิชชู่แล้ววางบนมือผม เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดและไม่ได้เอ่ยปากขอจากท่านมาก่อน

ผมกราบลาครูบาดวงดีหลังจากที่เห็นว่านานพอสมควรแล้ว และได้เวลาที่ท่านจะต้องพักผ่อน

หากใครมาที่วัดนี้ก็อาจจะต้องแปลกใจ ที่วัดอยู่ลึกเข้ามาในหมู่บ้านประมาณ 2 กม. แต่มีสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตสวยงามมูลค่าหลายร้อยล้านบาทมีเจดีย์ที่สูงจนสามารถมองเห็นในระยะไกล จากถนนสายใหญ่เมื่อเลี้ยวเข้าในที่วัดก็จะต้องผ่านหมู่บ้าน ผ่านไร่นา และสวนลำไยที่กำลังแตกลูกอ่อน

คิดแล้วก็น่าแปลกใจว่าวัดนี้เอาเงินที่ไหนมาสร้างกัน แต่ถ้าทราบประวัติของท่านรวมทั้งได้รู้ถึงกระแสศรัทธาที่มีต่อพระเกจิอาจารย์ท่านนี้แล้วก็คงไม่น่าแปลกอะไร เพราะในแต่ละปีจะมีผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วสารทิศมาร่วมทำบุญบริจาคกับท่านมาก ยิ่งเป็นงานฉลองวันเกิดของท่านแล้วจะเป็นวันที่ผู้คนหลั่งไหลกันมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน จนสถานที่ภายในวัดไม่พอที่จะรองรับคลื่นมหาชน ในงานจะมีขบวนช้างขบวนพิธีที่ยิ่งใหญ่และทุกครั้งที่จัดงานจะมีชาวเขามาร่วมเป็นจำนวนมาก มากินมานอน มาทำบุญ เพื่อถวายแด่ครูบา เป็นความศรัทธาอย่างเหนียวแน่นที่มีมาช้านาน

ท่านครูบาฯเป็นพระที่อารมณ์ดี เห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา ให้ความเป็นกันเองกับผู้มาเยือนด้วยมิตรไมตรีอันดี แม้วัยจะล่วงเลยมาถึงเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม ท่านก็ยังให้ต้อนรับผู้คนอย่างเสมอภาค

ในวันนั้นผมมีโอกาสได้ทานข้าวเหนียวที่เหลือจากฉันท์เพล ซึ่งใส่ไว้ในกระติกน้ำแข็งใบเล็กๆเพื่อทำให้อุ่น ท่านบอกว่ามีคนที่เชียงรายนำมาให้หลายกระสอบๆ และถ้าใกล้จะหมดก็จะเอามาถวายให้อีกเพื่อให้ครูบาฯได้ฉันท์กันทั้งปี วันนั้นท่านบอกให้ผมและญาติๆลองชิม ปรากฏว่าเป็นข้าวเหนียวที่หอมและนิ่มมาก เชื่อว่าหากใครได้ชิมแล้วก็อาจบอกว่าไม่เคยทานข้าวเหนียวชั้นดีแบบนี้มาก่อนในชีวิต

ผมออกจากวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง ในช่วงบ่ายของวันนั้น โดยจะมีโปรแกรมเดินทางต่อไปยังวัดบ้านเด่นที่ อ.แม่แตง ซึ่งเป็นวัดสร้างขึ้นมาใหม่มีครูบาเทืองเป็นเจ้าอาวาส ญาติที่มาด้วยกันบอกว่าต้องไปให้ได้ ถ้าเห็นแล้วจะติดใจ เพราะเป็นวัดที่สวยมาก

จะสวยจะอลังการแค่ไหนก็คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ก็ขอบอกแต่เพียงสั้นๆว่า "เกินบรรยาย" และน่าจะเรียกได้ว่าเป็น Unseen Chiangmai ได้อย่างแท้จริง





 
่เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
21 มิถุนายน 2548
  ข้อมูลครูบาดวงดี :
ชื่อที่เรียกโดยทั่วไป : ครูบาดวงดี สุภัทฺโท
ชื่อตามสมณศักดิ์ : พระครู สุภัทรสีลคุณ
เจ้าอาวาส : วัดท่าจำปี
อำเภอ : สันป่าตอง
จังหวัด : เชียงใหม่
ปัจจุบันอายุ 100 ปี (เมื่อ พ.ศ.2548)
   
 
photoontour.com  copyright © 2004 All images www.photoontour.com, All rights reserved