เขื่อนภูมิพล (ฺBhumipol Dam) อ.สามเงา จ.ตาก (บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 30 ธค.50) เรื่องราวของเขือนภูมิพล คงไม่ต้องจารนัยกันมากนักเพราะเป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศ หลายคนอาจบอกว่าเคยไปเที่ยวแต่ก็นานหลายปี บางคนอาจบอกว่าเป็นเขื่อนเก่าแล้ว สู้เขื่อนไหม่ๆไม่ได้ ใครจะตอบว่าอย่างไรก็ถูกทั้งนั้นแหละครับ และความรู้สึกของผมก็ไม่ต่างกับกับหลายๆคน แต่การนำภาพและเรื่องราวของเขื่อนภูมิพลมานำเสนอครั้งนี้ ต้องบอกว่าพิเศษ และแตกต่างกับทุกครั้งที่มีโอกาสแวะมาเยือน อันดับแรกคือเรื่องของเวลาครับ... วันนี้ผมมีโอกาสเข้ามาในเขื่อนภูมิพลราวตีห้าในสภาพที่งัวเงีย เรียกว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มาถึงในตอนเช้ามืด มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืด แม้รถบัสจอดให้คนลงก็ยังไม่อยากลุกจากที่นั่งเพราะยังง่วงอยู่ ผมออกจากกรุงเทพราว 3-4 ทุ่ม ในคืนวันที่ 30 ธันวาคม 2550 เรียกว่าเป็นคืนที่วิกฤติการจราจรอย่างสุดๆในช่วงสิ้นปี แต่น่าแปลก ถนนกลับโล่งไม่มีติดขัดแม้แต่จุดเดียว ตลอดทางเจอด่านตำรวจ และจุดบริการจากอาสาสมัครที่มาช่วยงานหลายแห่ง ทำให้หลายคนรู้สึกประหลาดใจ ทั้งที่เตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่ารถติดแน่นอน รถวิ่งจากจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดตากตากสำหรับเมื่อคืนนี้ ถือว่าถึงเร็วกว่ากำหนด หลับๆตื่นๆจนได้ยินเสียงไกด์บอกคนขับว่าให้ไปอย่างช้าๆ เพราะกลัวว่าจะไปถึงเขื่อนเร็วเกินไป ระหว่างทางรู้สึกว่ารถจอดแวะปั้มน้ำมันนานกว่าปกติ เดาว่าคงจะหน่วงๆเวลาไว้ ถึงเขื่อนราวตีห้า กว่าจะนวยนาดลงจากรถฟ้าก็เริ่มสาง มีความรู้สึกว่าอากาศเช้านี้ช่างสดชื่นเอามากๆ หนาวนิดๆกำลังดี มองไปรอบๆยังเห็นภาพเลือนลาง รู้สึกว่าบริเวณนี้เป็นเนินสูงๆต่ำๆ เห็นภูเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความรู้สึกในเวลานี้ต้องบอกว่าแตกต่างจากทุกครั้งที่มาเที่ยวเขือนซึ่งมักจะมาถึงในช่วงกลางวันที่แดดร้อน แต่ถ้าหากเข้ามาในเวลาเช้าๆแบบนี้ ก็ต้องบอกว่าสุดยอด บรรยากาศต่างกันชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ หลังเตรียมของใช้ส่วนตัวสำหรับล้างแปรงฟันแล้ว จากนั้นเดินไปที่อาคารร้านอาหารซึ่งเปิดไฟสว่างต้อนรับนักท่องเที่ยว เรียกว่าร้านอาหารที่นี่มีรายได้จากกิจการท่องเที่ยวในทริปล่องเรือสำราญ ที่เริ่มต้นการเดินทางจากบริเวณสันเขื่อน ปาท่องโก๋ร้อนๆพร้อมกาแฟ และข้าวต้มแบบง่ายๆ แค่นี้ก็น่าจะพอเพียงสำหรับมื้อเช้าที่ไม่ต้องการอะไรมากนัก แต่สำหรับปาท่องโก๋ที่นี้พิเศษกว่าที่อื่น จะเห็นงาดำผสมอยู่ด้วย ทำให้มีสีสันน่ากินกว่าปาท่องโก๋ทั่วไป ใครจะจดจำไปทำก็ได้ เรื่องง่ายๆแต่อาจสร้างมูลค่าเพิ่มได้ไม่ยากนัก อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาเที่ยวเขือนและลงเรือสำราญ ต้องบอกว่าใครที่เคยมาเที่ยวเขื่อนแล้วได้ภาพไม่ค่อยถูกใจ แนะนำว่าต้องมาในเวลาเช้าๆ ทางที่ดีก็อาจมานอนพักค้างคืนในบ้านพัก หรือเรือนพักรับรอง ซึ่งมีหลายแบบหลายราคา จะมาเป็นหมู่คณะยกกันมาทั้งบริษัท หรือทั้งองค์กร ก็ทำได้ ที่นี่มีที่พักรองรับได้พอเพียงครับ และไม่ไช่เพียงที่นี่ที่เดียว ทุกเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จะมีบริการแบบนี้เช่นเดียวกัน สภาพที่พักถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว มาเป็นครอบครัวใหญ่ก็สามารถเลือกบ้านพักเป็นหลังๆได้ หรือใครที่ชอบธรรมชาติจริงๆ ก็มีเต้นท์ให้เช่าเช่นเดียวกับไปพักตามอุทยานฯต่างๆ เรียกว่าสะดวกสบายมาก หรือหากมีเต้นท์มาเองก็ยิ่งดีใหญ่เพราะในช่วงเทศกาลแล้วคาดว่าเต้นท์ของทางเขื่อนที่เตรียมไว้คงไม่พอแน่ โดยเฉพาะวันหยุดในเทศกาลสำคัญๆเช่นวันปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวมากันมาก ที่พักแบบต่างๆที่บริการนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะไปชมวิวที่สันเขื่อนภูมิพล ก็อยากพามารู้จักทีมาที่ไปของเขื่อนนี้กันเล็กน้อย เขื่อนภูมิพล เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2496 ในขณะนั้นใช้ชื่อว่า เขื่อนยันฮี ต่อมาในปี พ.ศ. 2500 รัฐบาลได้ตั้งรัฐวิหาหกิจขึ้นมาเพื่อดูแลกิจการของเขื่อนมีชื่อว่า การไฟฟ้ายันฮี โดยมีหน้าที่ควบคุมการก่อสร้างและบริหารจัดการ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสด็จทำพิธีเปิด ต่อมาวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 ได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล ในปี พ.ศ. 2511 การไฟฟ้ายันฮี ได้ควบรวมกับ การลิกไนท์ และ การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. มีผู้ว่าการคนแรกคือนาย เกษม จาติกวณิช หรือ ซูเปอร์เค ที่คนในวงการธุรกิจตั้งฉายาให้ เนื่องจากเป็นบุคคลดีเด่นทางด้านบริหารงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จนเป็นที่เลื่องลือ และยอมรับในต่างประเทศ บางคนก็บอกว่า ก็เพราะซูเปอร์เค คนนี้แหละที่ธนาคารต่างชาติยอมให้ กฟผ.กู้เงินมาลงทุนมาขยายกิจการได้ หากดูจากข้อมูลข้างต้นก็ต้องถือว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีจุดเริ่มต้นมาจากเขื่อนภูมิพล จนถึงปี 2551 ถือว่าเขื่อนภูมิพลมีอายุถึง 44 ปี เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หากจะลองย้อนอดีตไปในปี พ.ศ. 2507 หรือปีที่เริ่มก่อสร้าง เวลานั้นจังหวัดตากน่าจะเต็มไปด้วยป่าไม้โดยเฉพาะไม้สัก การคมนาคมสำหรับทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธินที่ผ่านทางแยกสู่เขื่อนยังเป็นดินลูกรัง รถวิ่งกันฝุ่นตลบ ต้นไม้สองข้างทางแดงเถือกไปด้วยฝุ่นที่เกาะอยู่เต็ม ไม่ต่างกับถนนสายหลักของเขมรในปัจจุบัน (ดูภาพ) จากถนนพหลโยธินที่ตัดแยกเข้ามาสู่เขื่อนในระยะทางประมาณ 20 กม. คงจะเป็นป่าไม้ที่เต็มไปด้วยสัตวป่านานาชนิด ใครได้มาทำงานที่เขื่อน คงไม่ต่างกับเข้ามาทำงานกันในป่าลึก เรียกว่าหลุดโลก กว่าจะออกไปสู่ภายนอกก็คงใช้เวลานาน จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ถือเขื่อนภูมิพลรับใช้ประเทศมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน มีส่วนสร้างความเจริญให้กับประเทศอย่างมากมาย และคงทำหน้าที่นี้ต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพียงพอให้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เขื่อนภูมิพล ชื่อนี้ได้ยินมานานแล้ว หากจะลองหาเวลาย้อนอดีตไปกับบรรยากาศเก่าๆ ก็อาจพบว่าทุกอย่างยังสวยงามดูดีเหมือนเดิม และยังสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ภาพเขื่อนภูมิพลชุดนี้คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือเมืองในหมอก สนใจการท่องเที่ยวในทริปนี้ ก็ติดตามชมในชุดต่อไปซึ่งจะเป็นภาพบนเรือสำราญ Royal Daimond เรือขนาดใหญ่ที่สามารถจุุนักท่องเที่ยวได้นับร้อยๆคน เว็บมาสเตอร์ โฟโต้ออนทัวร์ 18 ตุลาคม 2551