ตลาดดอนหวาย ตอนที่ 1
(บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2551)
อีกครั้งหนึ่งกับตลาดดอนหวายริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม สถานที่หลายคนคงเคยไปกิน ไปเที่ยวกันมาแล้ว หากใครไม่เคยไปโดยเฉพาะผู้ที่อยู่กรุงเทพ หรือพื้นที่ใกล้เคียง ก็ต้องแนะนำว่าหากต้องการหาสถานที่สักแห่งที่มีบรรยากาศแบบไทยๆ เช่นอาหารไทย ขนมไทย ผลไม้ไทยจากสวนโดยตรง พร้อมกับนั่งเรือชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลองที่หาดูหาชมได้ยาก
นี่เลย.. ตลาดดอนหวาย อยู่ใกล้กรุงเทพฯแค่นี้เอง
ผมจำไม่ได้ว่ามาเที่ยวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ รู้แต่ว่าไปบ่อยทีเดียว ไปครั้งแรกเมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว จากนั้นก็กลายเป็นคนทำเที่ยว พาญาติๆและคนรู้จักไปเที่ยวตลาดดอนหวายกัน แรกๆที่ตลาดนี้เปืดตัวดูยังเป็นตลาดชุมชนท้องถิ่น แต่ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ขายของออกไปมาก จนน่าเป็นห่วงว่าหากไม่ดูแลให้อยู่ในร่องในรอยตามเจตนาแต่แรก อนาคตก็คงไม่ต่างกับตลาดนัดธรรมดาๆ ที่ขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ จนความเป็นตลาดชุมชนค่อยๆจางหายไป กลายเป็นใครก็ได้ที่มีเงินค่าเช่าแผง ก็ตั้งร้านขายของได้เลย
ต้องบอกว่ากระแสของตลาดดอนหวายมาแรงตั้งแต่เปิดตัว จึงถึงวันนี้แรงก็ยังไม่ตก จนกลายเป็นต้นแบบให้กับชุมชนดั่งเดิมในจังหวัดอื่นๆที่คิดเอาอย่างบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำลำพญา ตลาดสามชุก ตลาดน้ำอัมพวา หรือตลาดน้ำบางพลีสมุทรปราการ ที่ต่างก็อยากให้เป็นตลาดเพื่อการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน
วัดดอนหวายและตลาดดอนหวาย ในระยะหลังๆนี้เริ่มเห็นความไม่เป็นระเบียบมากขึ้น มองไปทางไหนก็มีแต่ร้านขายของอยู่เต็มวัด แม้แต่ในพื้นที่เขตพระอุโบสถก็ตั้งเต้นท์บูชาพระกันระเกะระกะ ทำให้พระอุโบสถหมดสง่าราศรีไปไม่น้อย และยิ่งในตลาดริมน้ำหากเดินเลยตลาดเก่าทีเป็นอาคารไม้ จะเห็นตึกแถวกำลังก่อสร้างเพื่อรองรับการขยายตัว ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าหากสร้างเสร็จแล้วจะได้บรรยากาศแบบเดิมๆ เหมือนกับร้านเก่าแก่ที่อยู่ในช่วงแรกๆเช่นแถวร้านเป็ดพะโล้นายหนับหรือไม่
ยังไงก็ฝากให้ทางวัดหรือชมรมสมาคมของตลาดดอนหวายได้พิจารณา เพราะหากปล่อยให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ก็ไม่ต่างกับที่เกิดขึ้นกับสถานที่เป็นมรดกโลกของจังหวัดอยุธยา หรือลานหน้าวัดมงคลบพิตร ที่ปล่อยให้ตั้งร้านขายของจนบดบังความสวยงาม ทั้งๆที่บริเวณนั้นอยู่ในความดูแลของหน่วยงานมรดกโลกไทย กรมศิลปากร เทศบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ที่เห็นๆนี้ก็มีถึง 4 หน่วยงานเข้าไปแล้ว แต่เมื่อมีข่าวว่าองค์การยูเนสโกอาจถอนออกจากบัญชีมรดกโลก เนื่องจากปล่อยให้มีสิ่งปลูกสร้างระเกะระกะในเขตอุทยานประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา นั่นแหละหน่วยทั้งหมดก็นั่งก้นไม่ติด รีบออกมาจัดการกันอย่างเร่งด่วน
ก็ฝากให้กับทางวัดและคณะกรรมการที่ดูแลตลาดว่า ควรจัดการปัญหาแต่เนิ่นๆ อย่าหวังแต่เงินค่าเช่าแผง จนลืมนึกถึงความเป็นระเบียบสวยงาม
ของกินในตลาดดอนหวาย
สำหรับของกิน ตลาดดอนหวายยังคงรักษาความดั่งเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะร้านเก่าแก่ที่ตั้งมานาน รายละเอียดค่อยมาว่ากันในดอนหวายภาค 2
เป็นตอนที่ว่าแต่ของหนักท้อง ส่วนภาค 1 นี้ เป็นการฉายภาพรวมๆ ประเภทออร์เดิฟ
เซิร์ฟๆ ไปก่อน หรือชิมขนมไทยไปพลางๆ
ส่วนที่รสชาติเพี้ยนๆก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง เพราะมันไม่ได้เรื่องจนต้องเอามากล่าวถึง
วันนั้นเห็นร้านขายแกงบอน ทึ่ถือว่าเป็นอาหารไทยโบร่ำโบราณที่หาคนทำยาก หรือหากทำมาขายหลายคนก็คงแปลกใจว่าเป็นแกงอะไร ดูมันเละๆ รสออกเปรี้ยวๆ แถมมีใบมะกรูดด้วย
แต่วันเห็นมีอยู่สองร้าน จึงไม่รอช้า ตรงดิ่งไปร้านหนึ่งที่เห็นว่าน่าจะเข้าท่า พร้อมกับซื้อกลับบ้านไปสองถุงใหญ่ๆ ราคาถุงละ 30 บาท กะว่าจะแบ่งปันให้ลูกหลานที่ไม่เคยทานได้ลองชิม แต่ปรากฏว่าแค่ตักเข้าปากคำแรกก็ต้องผิดหวัง (อย่างแรง)
แกงบอน แกงบ้าอะไร(วะ) รสออกหวาน น้ำตาลนำ เสียความรู้สึกจริงๆ
ในที่สุดก็ต้องโยนทิ้งไปทั้งสองถุง นี่หากมีโอกาสได้กินที่ตลาดดอนหวาย ก็คงจะออกมาต่อว่าต่อขานแล้ว ว่าหากแกงไม่เป็นก็อย่ามาเสนอหน้าทำขายจะดีกว่า เสียยี่ห้อของคำว่าตลาดอาหารพื้นบ้านจนหมด
ใครอยู่ที่ดอนหวายก็ขอบอกว่า วานไปบอกร้านที่ว่านี้หน่อยว่าก่อนทำขายก็ควรศึกษา หรือถามผู้รู้เรื่องอาหารไทยหน่อยว่าเค้าทำกันอย่างไร ผมก็ทำไม่เป็นหรอกครับ แต่บังเอิญว่าเคยทานแต่เด็กๆ และยังจำรสชาติดั่งเดิมได้ไม่เปลี่ยนแปลง
แกงบอน หลายคนคงไม่เคยได้ยิน และเชื่อว่าน้อยคนจะเคยทาน เป็นแกงที่เค้าใช้ก้านใบบอนที่ลอกเปลือกคันๆออกหมดแล้ว และต้องดูเป็นว่าเป็นต้นบอนที่กินแล้วไม่คันปาก หากใครดูไม่เป็นและเอาบอนต้นใหญ่ๆที่เรียกว่าบอนพิษมาแกง ก็รับรองว่า คันตั้งแต่ปากลงไปถึงคอ จนถึงกระเพาะอาหารแน่ บางคนแพ้มากก็อาจต้องพึ่งหมอ แต่คนที่แกงส่วนใหญ่รู้ว่าต้องใช้บอนแบบไหน คนรุ่นหลังๆอาจไม่รู้จักต้นนบอน ก็ต้องบอกว่าคล้ายๆกับต้นเผือกแต่มีขนาดเล็กกว่า หากจะถามต่อว่าแล้วต้นเผือกหน้าตาเป็นอย่างไร...ก็ต้องบอกว่า พอแล้วครับ ยิ่งพูดยิ่งยาว อาจเข้าป่าเข้ารกจนกู่ไม่กลับ
แกงบอนดูหน้าตาคล้ายแกงส้มมีน้ำข้นๆออกสีน้ำตาล แต่ไม่แดงจัดหรือรสจัด น้ำพริกแกงก็น่าจะเป็นสูตรเดียวกับที่ทำแกงส้ม แต่จะหนักเครื่องเทศอะไรหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ อาจหนักข่าหรือกระชายเพื่อแก้คัน รสชาติจะออกเปรี้ยวๆเข้าใจว่าใช้น้ำมะขามเปียก แต่ที่แปลกก็คือว่าฉีกใบมะกรูดเข้าไปด้วย ส่วนรสจะออกเปรี้ยวอ่อนๆ และหอมใบมะกรูด เวลาทานก็ควรทานกับพวกปลาทอดเค็มๆเช่นปลาสลิดบางบ่อ หรือปลาช่อนแดดเดียวทอด แค่กับข้าวสองอย่างนี้ก็คงพอเพียงจนไม่ต้องมีกับอย่างอื่นมาแย่งความอร่อย เพราะมันเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ไม่ต่างกับทานแกงส้มกับปลาอินทรีย์ทอด
เริ่มหิวรึยังครับ....
ทริปนี้นอกจากพาเที่ยว ชมตลาด และนั่งเรือชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน จากนั้นก็จะพาไปกินของอร่อยๆในตลาดดอนหวาย ซึ่งมีมากมายหลายอย่าง หากใครมาเที่ยวแล้วไม่หาของกิน บอกเลยว่ามาแล้วเสียเที่ยวอย่างไม่น่าให้อภัย
วันนั้นผมพาคนรู้จักกันที่เป็นชาวใต้มาเที่ยว เห็นร้านเล็กๆร้านหนึ่งขายขนมจีนน้ำยากะทิเหลืองอ๋อย น่าทานมาก แถมมีขนมจีนน้ำพริกให้เลือกด้วย
แรกๆไม่แน่ใจว่าคนใต้เราจะชอบหรือเปล่า เพราะเรื่องขนมจีนน้ำยาก็ต้องถือว่า ภาคใต้นิยมกันมากและเป็นอาหารประจำภาค โดยเฉพาะขนมจีนน้ำยาเมืองสุราษฏร์ธานี เคยทานมาแล้วและขายดีทุกคืน อีกแห่งหนึ่งที่ไม่เหมือนใครก็คือน้ำยาภูเก็ต ใครไปเที่ยวต้องหาทานให้ได้ สูตรของภูเก็ตนี้ต่างจากจังหวัดอื่นๆของภาคใต้ ที่เข้มข้นด้วยเนื้อปลาทะเล กลมกล่อมด้วยรสชาติที่หนักกะทิเรียกว่าถึงเครื่องถึงกะทิกันจริงๆ และสีเหลืองสวยด้วยขมิ้นสด แถมยังทานกับไข่ต้มด้วย ่คนภูเก็ตบอกว่าขนมจีนน้ำยานี้แหละเป็นอาหารเช้ายอดนิยมของท้องถิ่น
พูดแล้วก็หิว อีกแล้วครับท่าน..
วันนั้นพาคนใต้มาเข้าร้านขนมจีนน้ำยา แต่ก็มีขายอย่างอื่น หรือสั่งอาหารจากร้านอื่นมาทานก็ได้ ปรากฏว่าพอเห็นผมทานและบอกว่าอร่อยมาก ก็สั่งตามกันเกือบทุกคน ทีแรกนึกว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน กลัวคนใต้จะผิดหวัง จึงพูดกันท่าไว้ก่อนว่า
อย่ายึดติดเรื่องรสชาติอาหาร แต่ละที่แต่ละแห่งก็มีดีไม่ต่างกัน สูตรน้ำยาปักษ์ใต้ก็เป็นแบบหนึ่ง ส่วนของภาคกลางก็เป็นแบบภาคกลาง ความอร่อยก็ต่างกัน อย่าเอารสชาติที่ตัวเองชอบมาเป็นบรรทัดฐาน
ปรากฏว่าคนปักษ์ใต้ทานแล้วติดใจ ชมเปาะเลยว่ารสดีมาก (โล่งอก)
ก็แนะนำว่าใครมาเที่ยวที่นี่แล้วพลาดไม่ได้ครับ ขนมจีนน้ำยาร้านเล็กๆ มีแค่ประมาณ 6-7 โต๊ะเท่านั้น แต่รสชาติอร่อยชนิดที่ติดอกติดใจกันเลยทีเดียว ร้านนี้ปิดเร็วหน่อย ราวบ่ายโมงกว่าๆก็เก็บร้านแล้ว ผิดกับร้านเป็ดพะโล้นายหนับที่คนแน่นมาก
สรุปว่า ผมพาทุกท่านท้องร้องกันเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่แกงบอน และขนมจีนน้ำยา
ก็ขอจบตลาดดอนหวาย หรือตลาดน้ำดอนหวายในภาคแรกแต่เพียงเท่านี้ก่อน ใครหิวก็ใจเย็นๆหน่อยครับ ได้ทานแน่ และเห็นหน้าตาแต่ละร้านที่กล่าวถึงกันอย่างไม่ปิดบัง เป็นบรรยากาศที่น่าเที่ยว น่าทาน และน่าซ๊อปซื้อของกลับบ้าน แต่ก่อนจะซื้อของก็ควรนั่งเรือชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนให้เย็นตาเย็นใจกันก่อน เส้นทางนี้จะผ่านบ้านโกโบริ ทหารญี่ปุ่นที่มาพบรักในไทย บ้านโกโบริ ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล อยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนนี้เอง ส่วนอังศุมารินจะอยู่ในบ้านนี้หรือไม่ก็ต้องตามดู
เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
4 สิงหาคม 2551
การเดินทางมาตลาดดอนหวาย และ วัดไร่ขิง
ขับรถมาเอง
เส้นทางที่หนึ่ง
จากสะพานปิ่นเกล้า มุ่งตรงไป ถนนปิ่นเกล้า - นครชัยศรี แล้วใช้ถนนยกระดับไปจนสุดทางลง (ก่อนถึงพุทธมณฑล) จากนั้นขับผ่านสี่แยกพุทธมณฑล แล้วชิดซ้ายให้วิ่งในเส้นทางคู่ขนาน จากนั้นจะเจอสี่แยก (ไม่มีสะพานตัดข้ามทางแยก)
สังเกตป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าพุทธมณฑลสาย 5 (ถนนสายรอง) ขับมาประมาณ 1 กิโลเมตร
ก็จะเจอสี่แยก(มีป้ายวัดดอนหวาย-วัดไร่ขิง) ให้เลี้ยวขวา มุ่งตรงสู่วัดดอนหวายหรือวัดไร่ขิงตามป้ายบอกทาง
มีข้อแนะนำว่าให้ใช้ถนนยกระดับ (ถนนบพระบรมราชนนี) หลังเลยแยกปิ่นเกล้ามาแล้ว แล้วขับชมวิวไปจนสุดทางลง ซึ่งถึงถนนตัดแยกเข้าพุทธมณฑล/ม.มหิดล (หรือวงแหวนทางแยก) ตรงนี้เรียกว่าแยก ถ.พุทธมณฑลสาย 4 พอพ้นแยกนี้ไปแล้วให้ชิดซ้ายเข้าช่องทางคู่ขนาน เพื่อเตรียมตัวเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 5 (สามแยกเล็กๆ) อย่าลืมว่าถนนพุทธมณฑลสาย 5 เ็ป็นถนนสายรอง หรือถนนท้องถิ่น สายเล็กๆ หากไม่สังเกตให้ดีอาจขับเลยไปก็ได้ (เหมือนผม) แต่ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะจากแยกนี้ไปไม่ไกลนักจะมีถนนสายเล็กๆอีกสายหนึ่งให้เลี้ยวซ้ายไปยังวัดดอนหวายได้เช่นเดียวกัน (ดูแผนที่ประกอบ)
เส้นทางที่สอง
ใช้เส้นทาง ถนนเพชรเกษม จากสี่แยกท่าพระ ตรงมาเรื่อยๆ ผ่าน บางแค หนองแขม ผ่านทางแยกเข้าพุทธมณฑลสาย 4
ตรงมาเรื่อยๆ เมื่อถึงทางแยกถนนพุทธมณฑลสาย 5 เลี้ยวขวา ตรงมาระยะทาง 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายมุ่งตรงสู่วัดดอนหวาย และหากขับเลยจุดนี้ไปก็สามารถยูเทิร์นใต้สะพานข้างหน้าได้ครับ (ดูแผนที่ประกอบ)
นั่งรถเมล์ - รถตู้ประจำทาง
 รถตู้ปรับอากาศ เมอรี่คิงส์ปิ่นเกล้า - วัดดอนหวาย - วัดไร่ขิง ราคา 40 บาท ใช้เวลาประมาณ 20 -40 นาที
  ถนนเพชรเกษม สามารถใช้บริการ รถโดยสารปรับอากาศสาย ปอ. 84 ลงตรงปากทางเข้าวัดไร่ขิง
(ให้สังเกตุสวนสามพราน ก็ลงป้ายถัดไปได้เลย) และต่อรถสองแถวประจำทาง เข้ามาวัดดอนหวาย
 หรือไม่ทันใจ...ก็สามารถใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์คิว ( 40 -50 บาท) ได้เลย.
  สถานีขนส่งสายใต้ คุณสามารถใช้บริการรถโดยสารที่จะไปยัง จังหวัด นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี
( ตอนขึ้นบอกกับพนักงานซักนิด "จะไปดอนหวาย ช่วยจอดปากทางเข้าหน่อยนะค่ะ/ ครับ"
เมื่อถึงปากทางคุณก็สามารถใช้บริการรถสองแถวได้ทั้งสองฝั่ง ทั้งทาง ถนนเพชรเกษมและถนนปิ่นเกล้านครชัยศรี..
แผนที่วัดดอนหวาย แผนที่วัดไร่ขิง (ต้องการดูภาพใหญ่ หรือ Save ภาพ ให้คลิกที่ภาพแผนที่)
แผนที่ดอนหวาย แผนที่ตลาดน้ำดอนหวาย แผนที่ตลาดดอนหวาย แผนที่วัดดอนหวาย วัดไร่ขิง แผนที่วัดไร่ขิง การเดินทางมาตลาดดอนหวาย เส้นทางพุทธมณฑล แผนที่ ม.มหิดล ศาลายา แผนที่พุทธมณฑล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 แผนที่สวนสามพราน การเดินทางมาสวนสามพราน

|