วัดพระธาตุลำปางหลวง (ตอนที่ 3)
วัดพระธาตุลำปางหลวงในตอนที่ 3 นี้ เป็นบรรยากาศของงานบุญในวันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยที่ทุกวัดจะมีการประกอบพิธีทางศาสนา โดยตอนเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตร พอสายหน่อยก็จะสรงน้ำพระ แต่ในบางท้องที่ก็อาจมีพิธีรดน้ำน้ำผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งเป็นที่นับถือของชุมชนไปพร้อมๆกันด้วย
ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง นอกจากจะมีพิธีทางศาสนาทำบุญตักบาตรแล้ว ก็ยังมีพิธีสรงน้ำพระธาตุเจดีย์และสรงน้ำพระแก้วมรกต ที่ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีที่สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลาอันนาน ทั้งชาวบ้านใกล้เคียงและที่อยู่ห่างไกลต่างก็ตั้งใจกันเดินทางมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก
ประเพณีสรงน้ำพระแก้วมรกตจะกระทำกันในวันที่ 13 เมษายนของทุกๆปี โดยอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่บริเวณสวนสาธารณะห้าแยกหอนาฬิกาในเมืองลำปาง เพื่อให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำ จากนั้นก็จะอัญเชิญกลับมายังวัดพระธาตุลำปางหลวงในวันเดียวกัน เพื่อให้ชาวบ้านตำบลลำปางหลวงและใกล้เคียงได้ทำพิธีสรงน้ำตามประเพณีของท้องถิ่น
วันที่ 14 เมษายน 2548 ผมเดินทางไปที่วัดลำปางหลวง ก็ตั้งใจไปถ่ายภาพพิธีสรงน้ำพระแก้วมรกต ซึ่งคาดว่าจะมีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญกัน กันมาก แต่ปรากฏว่าไปไม่ทัน พิธีมีขึ้นในตอนเช้า แต่ผมไปเอาบ่าย เลยอดถ่ายภาพมาให้ดู
แต่ถึงแม้จะไม่ทันพิธีการตอนเช้าแต่บรรยากาศในช่วงบ่ายก็มีความคึกคักและมีสิ่งน่าสนใจไม่น้อย
ประเพณีสรงน้ำพระแก้วที่วัดลำปางหลวงนี้อาจแตกต่างจากวัดอื่นๆ เนื่องจากชาวบ้านถือว่าน้ำที่ผ่านการสรงพระแก้วมรกตเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ " น้ำขี้พระเจ้า " ที่คนเฒ่าคนแก่เรียกกัน เมื่อเสร็จพิธีแล้วชาวบ้านก็จะนำน้ำนี้ไปทำพิธีกันต่อที่บ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวและญาติมิตรที่นิยมกันก็จะนำไปผสมกับน้ำอาบหรือนำมารดศรีษะหลังจากสระผมมาแล้วใหม่ๆ ซึ่งการสระผมในวันสงกรานต์นี้เป็นประเพณีของไทยที่ถือปฏิบัติกันมาแต่อดีต เพื่อให้ร่างกายสะอาดผ่องใส ต้อนรับสิ่งดีๆในวันขึ้นปีใหม่ ปัจจุบันประเพณีนี้แทบจะไม่มีการพูดถึงกันอีกแล้ว
น้ำที่ใช้สรงพระแก้วเรียกว่าน้ำส้มป่อย โดยใช้น้ำสะอาดผสมกับฝักส้มป่อยที่ลนไฟจนหอม เพื่อให้เกิดกลิ่นหอมและให้น้ำมีสีเหลืองสวยงาม พร้อมกันนี้ก็จะโรยด้วยเกษรดอกไม้ น้ำส้มป่อยนี้ชาวบ้านทางภาคเหนือแต่ก่อนมักจะทำกันทุกครัวเรือน เพื่อใช้สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ และใช้รดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ตามประเพณี
( ส้มป่อยเป็นไม้มงคลและเป็นสมุนไพรของทางภาคเหนือ มีหลายชื่อ เช่น เมืองแพร่เรียกว่า เอกราช, แม่ฮ่องสอนและชาวไทยใหญ่เรียกว่า ส้มขอนฝักส้มป่อยมีรสเปรี้ยว มีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง ส่วนใบ นำมาแกงกับปลา ออกรสเปรั้ยวๆ )
วันนั้นมาไม่ทันพิธีสรงน้ำพระแก้ว ก็เลยไปเข้าคิวต่อแถวเพื่อปิดทองพระแก้วมรกตที่ทางวัดอัญเชิญลงมาให้ประชาชนสักการะ
ปิดทองพระแก้วมรกต
ทำเอาผมงงไม่น้อยที่รู้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ทางวัดค่อนข้างจะหวงแหนและเฝ้าระวังกันเต็มที่ ซึ่งในอดีตก็เกือบถูกโจรกรรมมาหลายครั้ง ปัจจุบัน ก็ต้องเก็บรักษาใน กุฏิพระเแก้ว ที่มี ลูกกรงเหล็ก ป้องกันแน่นหนาถึงสองชั้น แต่วันนี้ได้อัญเชิญให้ประชาชนสักการะและปิดทอง จึงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย และไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ของวัดว่า เป็นพระแก้วองค์จริงหรือไม่ ก็ได้รับยืนยันว่าไช่ และยังบอกว่ามีองค์นี้องค์เดียว
ไม่เชื่อ ผมนึกในใจ
ผมต่อแถวเพื่อเข้าไปปิดทององค์พระแก้วมรกต ซึ่งประดิษฐานอยู่ในซุ้มที่มีรั้วกัน แต่เมื่อเข้าไปด้านในแล้วก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง ที่เห็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลภายในนั้นบอกผู้มาปิดทองว่าเขียนชื่อของตนเองลงตรงฐานพระได้(ผิวเนื้อหินมรกต) โดยใช้ปากกาที่ทางวัดได้เตรียมไว้ให้
" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองทำกันแบบนี้หรือ "
จะเป็นองค์จริงหรือจำลองก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องไม่บังควร เพียงแค่ได้ปิดทองก็น่าจะพอเพียงสมควรแก่ประเพณีแล้ว แต่นี่เล่นกันจนน่าเกลียด
ปีนี้เขียนชื่อกันได้ ปีต่อไปจะมีอะไรเพื่อตอบสนองผู้คนกันอีกก็ไม่ทราบได้ วิธีการแบบนี้ถือเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์พระแก้วมรกต และยังเป็นการปลูกฝังความเชื่อความศรัทธาแบบผิดๆให้กับประชาชน จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์คงไม่ไช่ กรรมการของวัดซึ่งเป็นคนใกล้ชิดพระศาสนาน่าจะรู้ดี ว่าควร หรือไม่ควร การลงชื่อหรือขีดๆเขียนๆกับพระพุทธรูป ถือว่าล้ำเส้นจนเกินงาม ที่อื่นมีแต่คนภายนอกมาทำลาย แต่นี่คนในวัดกลับ เป็นผู้ทำลายเสียเอง
เขียนมาถึงตรงนี้ก็ไม่ไช่จะมาใส่ความกับทางวัด เพราะ ภาพถ่าย ก็มีให้ดูเป็นเครื่องยืนยัน
ผมเดินต่อเข้าไปในเขตวัดที่เป็นเขตศาสนสถานสำคัญ พอพ้นประตูก็เห็นผู้คนมากมายกำลังเขียนชื่อตนเองลงในผ้าจีวรผืนยาวเพื่อนำไปห่มพระ ธาตุ ซึ่งก็เหมือนตามเจดีย์ต่างๆที่มีผ้าเหลืองพันไว้โดยรอบในช่วงเทศกาลงานบุญ บริเวณนี้มีผู้ให้ความสนใจกันเยอะ จะเขียนอวยพรให้ตนเอง มีความสุข หรือเขียนเพื่อครอบครัวและญาติมิตร ก็เขียนกันๆได้บนผ้าเหลืองที่ปูไว้บนโต๊ะยาว เด็กๆมาเขียนกันเป็นที่สนุกสนาน แต่ก็มีพวกมือบอนวาดรูปการ์ตูนลงไปด้วย จนทางวัดต้องมีป้ายเตือน
ส่วนทางด้านองค์พระธาตุเจดีย์ก็มีการสรงน้ำพระธาตุ ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ มีการชักรอกนำน้ำส้มป่อยขึ้นไปสรงพระธาตุกันตลอดเวลาไม่มีหยุดหย่อน
การสรงน้ำพระธาตุเจดีย์ของวัดพระธาตุลำปางหลวงนี้ ถือเป็นแห่งแรกของทางภาคเหนือ เป็นประเพณีที่จัดให้มีขึ้นทุกปีในเทศกาลสงกรานต์ และสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน จนปัจจุบันวัดต่างๆได้นำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย
ในเทศกาลสงกรานต์ วัดลำปางหลวงจะเป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนเดินทางมาสักการะกันมากเป็นพิเศษ ทั้งคนท้องถิ่น คนลำปางที่อยู่ต่างอำเภอรวมไปถึงนักท่องเที่ยวอีกเป็นจำนวนมาก หากใครผ่านมาที่อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ก็ไม่ควรพลาดโอกาส เพราะสถานที่นี้นอกจากเป็นวัดเก่าแก่แล้วก็ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ล้านนา เป็นจุดพลิกผันของการสู้รบในประวัติศาสตร์ระหว่างไทย(ล้านนา) กับพม่า และเป็น ต้นกำเนิดของต้นตระกูลเชื้อเจ็ดตน อันเป็นราชสกุลยุคสุดท้ายของเมืองล้านนาก่อนที่จะรวมกับอาณาจักรไทยในเวลาต่อมา
เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
26 มีนาคม 2549
e-mail : webmaster_photoontour@yahoo.com
|