โฟโต้ออนทัวร์ Home > Gallery > Makabucha Day
d80,กล้องนิคอน D80 ,Nikon D80 ,nikon d80 ทดสอบกล้อง Nikon D80, ภาพจากกล้อง Nikon D80 , การถ่ายภาพกลางคืน,เลนส์ นิคอน , Nikon Lens , lens 18-135 mm., ทดสอบเลนส์ 18-135 มม.ม ภาพ portrait ,
ภาพดารา พิมพ์ ชาช่า , ข้อมูลการถ่ายภาพ , ภาพกฃางคืน,เทคนิคการถ่ายภาพกลางคืน,ภาพวัดสระเกศ,ภาพพระ,ภาพเวียนเทียน,วันมาฆะบูชา,ภาพไวแสง 1600 ISO, กล้องดิจิตอล, หลักการถ่ายภาพ , ภาพดิจิตอล,
กล้องดิจิตอล SLR, Digital SLR ,DSLR ,ตัวอย่างภาพ Nikon D80 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณ ) ,โหลดภาพฟรี ,ทดสอบกล้อง,ทดสอบ nikon d80, ภาพ d80, d80, D80, nikon d80, กล้อง d80,
Click  > Makabucha Day, Wat Sraket  :   เวียนเทียนในวันมาฆะบูชาที่วัดสระเกศ ราชวรวิหาร  :  เทคนิคการถ่ายภาพ
     
 
 
   
   
  Makabucha Day

Makabucha Day is a Buddhist holiday which takes
place annually on the night of the full moon during
the third lunar month of the year.

It first took place during the time of Lord Buddha over 2500 years ago when 1,250 monks all of whom were ordained by Lord
Buddha himself decided to come back to see Lord Buddha at Weluwan Wanaram without prior appointment on the night of the full
moon of the third lunar month after traveling around to teach about Buddhism. Because it was the first assembly of a large group of
Buddhist monks, Lord Buddha gave them Owata Patimok which is considered the firstconstitution for all the laws of Buddhist monks.
The 3 core teachings are:
1. Refrain from committing all kinds of wickedness
2. Be good and do good
3. Purify the mind

Activities of the Day

To allow Buddhists in Thailand an opportunity to perform religious activities on this special day, the Thai government makes
Makabucha Day a national holiday. There are many activities in which people can choose to participate.

- Early in the morning Buddhists give food to the monks. They may make merit by freeing fish and birds.
- During the day they listen to the teaching of Lord Buddha and practise meditation.
- The evening they perform a religious activity called Wian Tian by walking clockwise 3 timesaround the Bot or the main building of
the temple.They carry   a lighted candle, 3 incense sticks and flowers in their hands. The first round of the walk is to think of Lord Buddha, the founder of Buddhism (Phra Phut) .   The second round is to think of the teachings of Lord Buddha (Phra Tham) and the
last round is to think of monks (Phra Song) who carry on and  practise   the teachings of Lord Buddha.



source : http://www.isb.ac.th/Makabucha_Day

   
     
 

เวียนเทียนวันมาฆะบูชา วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร



วันสำคัญทางศาสนาพุทธ ในปีๆหนึ่งนั้น หากจะนับไล่ลำดับกันก็มีเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง ได้แก่วันมาฆะบูชา วันวิสาขบูชา
วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ถ้าจะถามว่าในวันสำคัญที่ถือว่าเป็นหัวใจของพุทธศาสนาเหล่านี้ จะมีใครสักกี่คนที่เห็นความ
สำคัญเข้าวัดเข้าวาเพื่อปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนได้อย่างภาคภูมิใจ ก็คงต้องบอกว่ามีน้อยเต็มที หลายคนก็อาจพูดแบบไม่อายใครว่าตลอดทั้งปี
ไม่ได้เข้าวัดเลย บางคนก็อาจบอกว่าเข้าวัดเพื่อไปร่วมงานศพเท่านั้น

พุทธศาสนาในเมืองไทยจึงเหมือนเป็นศาสนาแห่งความสมัครใจในลักษณะแบบไทยๆ จะเข้าวัด จะไหว้พระ ก็แล้วแต่โอกาสจะอำนวย ไม่ได้มี
กฏกติกาเหมือนศาสนา อื่นๆ ที่ต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ หรือต้องทำพิธีละหมาด กันวันละหลายๆครั้ง คำว่าศาสนาในความรู้สึกของคนไทย
หลายๆคนจึงเข้าใจว่า จะมีก็ได้ จะไม่มีก็ได้ เพราะทุกวันนี้ในเรื่องศาสนา ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ในปีๆหนึ่งจะยกมือไหว้พระ ก็นับครั้ง
ได้ บางคนก็อาจไปนับถือสิ่งอื่นๆแทนการนับถือพระหรือคำสอน

การเข้าวัดอาจไม่ไช่เครื่องชี้วัดว่าพุทธศาสนิกชนเป็นผู้ใฝ่ธรรมหรือใฝ่รู้อย่างแท้จริง หลายคนเข้าวัดด้วยเหตุผลต่างๆ บางคนก็ได้ประโยชน์
ที่มีโอกาสพาตัวเองและตรอบครัวเข้าสู่บรรยากาศแห่งงานบุญงานกุศล ได้สวดมนต์ไหว้พระ เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆก็อาจได้ความรู้สึกที่ดีขึ้น
เป็นการเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจให้อยู่ในศีลในธรรมต่อไปในอนาคต

ในตรงกันข้ามบางคนเข้าวัดแต่ก็อาจได้กิเลสพอกหนากลับไป ทั้งนี้ก็ด้วยความเข้าใจผิด เชื่อแบบผิดๆ บางวัดก็เอาบุญมาขาย หากินกับคำว่าบุญ
ประเภทอยากได้บุญเพื่อเสริมบารมีก็ต้องทำบุญ ต้องจ่ายกันมากๆ หนักกว่านั้นก็ยั่วยุให้ทำบุญกันถึงชาติหน้า ภพหน้า โดยที่ไม่รู้ว่า ภพหน้า
ชาติหน้านั้นมันเป็นอย่างไร มันอยู่ตรงไหน คนที่กลัวลำบากในชาติหน้า หรืออยากสบายในชาติหน้า จึงจำต้องควักกระเป๋าจ่ายกันไม่น้อย และ
ต้องตกอยู่ในความเชื่อแบบนี้ตลอดไป

ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้มีการซื้อขายบุญ แต่สอนให้เข้าใจในหนทางสว่างแห่งชีวิต ให้เข้าใจในหลักการและเหตุผล เช่นทำสิ่งใดก็จะได้รับผล
จากการกระทำนั้นๆ ซึ่งเป็นหลักในทางวิทยาศาสตร์ที่ทุกคนยอมรับ แต่พระพุทธเจ้าสอนลงลึกถึงจิตใจ เมื่อจิตใจคิดดี ที่เรียกว่ามโนธรรม ก็จะ
ควบคุมการการกระทำอื่นให้ดีตามไปด้วยอันได้แก่ วจีกรรม(พูดดี) และกายกรรม(การกระทำทางกาย) ในทางตรงข้ามหากคิดไม่ดีแล้ว
การกระทำอื่นๆก็จะส่งผลเลวร้ายให้กับผู้กระทำ ตามที่เห็นตัวอย่างกันอยู่ทั่วไป

” จตุคามรามเทพ “ ที่กำลังโด่งดังอยู่ขณะนี้ น่าจะเป็นเครื่องชี้วัดว่าสังคมไทยมีความเข้าใจในสาระสำคัญของพุทธศาสนาได้ดีแค่ไหน
คนหลายหมื่นจากทั่วประเทศเดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช เพียงเพื่อต้องการซื้อวัตถุมงคลขององค์จตุคามฯไปบูชา โดยเชื่อว่ามี
ฤทธานุภาพ ขลัง และศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับขุนพันธ์รักษ์ ราชเดช ที่อยู่ยงคงประพันธ์ และเป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวขององค์จตุคามรามเทพ
จนเกิดกระแสคลั่งไคล้ไปทั่วประเทศ

การมีปัญญาในทางพุทธศาสนา ก็เพื่อต้องการให้รู้เท่าทันชีวิต มีเหตุมีผล เข้าใจสรรพสิ่งอย่างถูกต้อง ไม่ตกเป็นเครื่องมือ หรือตกอยู่ใน
ความเชื่อแบบขาดเหตุผลและขาดสติ

คำสอนหรือสัจจธรรม อันเป็นความจริงแท้แน่นอน ได้ออกจากพระโอษฐ์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว ในวันขึ้น
15 ค่ำเดือน 8 ต่อหน้าปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ที่ป่าอิสิปตนะ เมืองพาราณสี จากนั้นคำสอนอันเป็นต้นแบบแห่งการดำเนินชีวิตชนิดหลุดพ้นจากความ
ทุกข์ทั้งปวง ก็ได้รับการเผยแพร่ทั่วชมภูทวีป มีผู้มาบวชเพื่อปฏิบัติในแนวทางของพระพุทธเจ้ากันมากขึ้น และบรรลุเป็นพระอรหันต์กันมาก
จนเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 บรรดาพระสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าบวชให้จำนวน 1250 รูป ก็ได้มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์
โดยมิได้นัดหมาย ซึ่งพระสงฆ์จำนวนดังกล่าวนี้ล้วนบรรลุเป็นพระอรหันต์ทุกพระองค์ และวันประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนานี้เรียกว่า
" วันมาฆะบูชา "

ความหมายของคำว่า มาฆะบูชา จึงเป็นเหตุการณ์พิเศษที่ประกอบด้วยองค์ 4 หรือที่เรียกว่า “ จาตุรงคสันนิบาต “ ได้แก่

1. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน 1250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
2. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
3. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุกๆองค์
4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง

ที่วัดสระเกศในวันที่มีโอกาสเวียนเทียนในวันที่ 3 มีนาคม 2550 พระคุณเจ้า สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณ ) รักษาการณ์สมเด็จ
พระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำพุทธศาสนิกชนเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ วันมาฆะบูชาปีนี้อาจมีผู้มา
เวียนเทียนน้อยกว่าทุกปี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะข่าวคราวการวางระเบิดจากผู้ไม่หวังดีที่ปล่อยข่าวจะวางระเบิดในกรุงเทพในวันสำคัญนี้
แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี





เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
11 มีนาคม 2550






 
 


การถ่ายภาพ

อุปกรณ์
้- กล้อง Nikon D80 (Digital SLR)
- เลนส์ 18-135 mm (F 3.3 -5.6 )ซึ่งเป็นเลนส์ Kit ที่มาพร้อมกล้อง
้- เลนส์ 85 mm F1.8 เป็นเลนส์ AF และเป็นเลนส์ไวแสง สำหรับถ่ายในสภาพแสงน้อยๆ
- ขาตั้ง ไม่ใช้
- แฟลช Built in จากตัวกล้อง

Shutter
1/30 สำหรับภาพนิ่งๆ
1/60 สำหรับภาพที่เคลื่อนไหวเล็กน้อย
1/125 สำหรับหยุดการภาพเคลื่อนไหว
ต่ำกว่า 1/30 กรณีแพนกล้องและต้องการให้เห็นการเคลื่อนไหว

Mode ที่ใช้
เลือก Mode S เพื่อต้องการควบคุมความเร็ว โดยที่กล้องจะเลือกรูรับแสงเอง

ISO
- 1600 ISO เป็นพื้นฐาน
- 800 ISO สำหรับเลนส์ 85 mm. ในบางภาพ ที่มีสภาพแสงพอเพียง

Metering การวัดแสง
- เลือก Center weight สำหรับภาพทั่วไปทุกภาพ
- เลือก Spot Metering สำหรับภาพดวงจันทร์(ภาพสุดท้าย)

Noise
เกิดแน่สำหรับภาพ 1600 ISO แต่ไม่ไช่สิ่งน่ารังเกัยจและถือเป็นเรื่องปกติสำหรับภาพกลางคืน
ที่ต้องการให้เห็นบรรยากาศแบบธรรมชาติ



(ข้อมูลถ่ายภาพอยู่ใต้ภาพทุกภาพแล้ว)

....................................................................................................................................................................................................................


วันนี้มาถ่ายภาพรู้สึกว่าตัวเบากว่าทุกครั้ง เพราะถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลที่มีน้ำหนักพร้อมเลนส์ไม่มากนัก ไม่ต้องพกขาตั้ง ส่วนแฟลชก็อาศัย
จากที่ติดมากับตัวกล้อง เลนส์ที่ใช้ก็เป็นเลนส์ 18-135 mm.ที่เรียกว่า Lens Kit ขายเป็น set พร้อมกล้อง เป็นเลนส์ราคาประหยัด
รูรับแสงอาจจะเล็กหน่อย สำหรับการถ่ายภาพกลางคืน จึงต้องพกเลนส์ 85 mm. F.1.8 อีกตัวหนึ่งสำหรับแสงน้อยและต้องการผล
เฉพาะอย่าง

กล้องดิจิตอลที่เป็น SLR มีข้อดีหลายอย่าง สามารถรองรับการทำงานของกล้องฟิล์มได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการ วัดแสงที่หลากหลายระบบ
รวมทั้งเลือกการถ่ายภาพได้หลายๆ Mode เช่นเดียวกับกล้องฟิล์ม ส่วนที่พิเศษและทำให้การถ่ายภาพมีความคล่องตัว ก็เป็นเรื่องของการ
เลือก ISO ที่มีให้เลือก จาก 100 - 3200 นับว่าพอเพียงต่อการใช้งาน รองรับการถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยๆได้สะดวกมาก ส่วนข้อเสียเมื่อ
เทียบกับกล้องฟิล์มก็คงมีเรื่องของขนาดไฟล์ภาพที่ยังไม่สามารถเข้ามาเทียบกับฟิล์มได้ กล้องดิจิตอลยังมีปัญหาเรื่องความนาแน่นของสี
เรื่องความคมชัด เรื่องการขยายใหญ่ แม้ว่าจะใช้กล้องดี เลนส์ดี ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องเหล่านี้

กล้องในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่สำคัญกว่านั้นก็คือผู้ที่ถือกล้องจะต้องมีความชำนาญและใช้อุปกรณ์ต่างๆให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด คำว่า " ฝีมือ" ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะเลือกใช้กล้องประเภทไหน หากขาดสิ่งนี้แล้ว กล้องราคาแพงๆก็ไม่มีความหมาย
ใดๆกับผู้ถ่าย

ภาพเวียนเทียนในตอนกลางคืนนับว่าท้าทายช่างภาพทุกระดับ พื้นที่แคบๆภายในรอบพระอุโบสถแต่ก็อาจให้มุมมองทึ่แตกต่างกันในแต่ละคน
ภาพการเวียนเทียนจึงอาจเป็นเวทีทดสอบความรู้ความชำนาญของช่างภาพ ตั้งแต่การเลือกเลนส์ การเลือก ISO การเลือกมุมถ่ายภาพ
หรือจังหวะในการถ่ายภาพ จะใช้ขาตั้งหรือสายลั่นชัตเตอร์หรือไม่ จะใช้แฟลชช่วงไหน จะว่าไปก็ปวดหัวเหมือนกันในสถานการณ์ที่ต้องคิด
ต้องทำหลายๆอย่าง

แต่ก็น่าสนุกสำหรับผู้ที่พึ่งจะมาถ่ายภาพลักษณะนี้เป็นครั้งแรก ส่วนคนที่มีประสบการณ์มากหน่อยก็คงไม่ได้ติดอะไรมาก หัวจิตหัวใจคงจะ
ไปอยู่ที่หามุมภาพดีๆ หรือถ่ายแบบพื้นฐานทั่วไปให้เป็นภาพที่ดี แค่นี้ก็น่าจะพอเพียง

สิ่งที่อยากแนะนำให้กับช่างภาพที่ยังเอาดีไม่ค่อยได้สำหรับการถ่ายภาพลักษณะนี้ก็คือเรื่องความกล้า

แนะนำว่าทุกครั้งที่กำลังถ่ายภาพหรืออยู่ในเหตุการณ์อยู่นั้น เราต้องเข้าถึงจุดที่เรียกว่าไฮไลท์ของเหตุการณ์ให้ได้ จะทำตัวแบบเกรงใจ
ไม่กล้า หรือทำตัวเป็นอีแอบประเภทอยู่ห่างๆ คงทำไม่ได้ ต้องคิดเสมอว่าพร้อมจะยกกล้องเล็งถ่ายภาพได้ในทุกๆจุด และทุกคน ตัดความ
เกรงใจออกไปให้หมดเจอมุมไหน เจอใครที่เห็นว่าน่าถ่าย ขอให้เข้าไปเลย อย่าถาม อย่าเอ่ยปากขออนุญาต ถ่ายเสร็จแค่พยักหน้า
หรือกล่าวขอบคุณเบาๆ

ในสถานการณ์แบบนี้ช่างภาพหลายคนอาจคิดเกรงใจ หรือคิดมากว่าไปละเมิดสิทธิคนอื่น ก็ต้องบอกว่าอย่าคิดมาก เราไม่ได้ทำลายใคร
ไม่ได้ทำให้ใครต้องเสียหาย หากคิดมากในเรื่องนี้ก็ฟันธงเลยว่า อนาคตในการถ่ายภาพมีแต่มืดมน

ต้องพยายามสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้มากๆ จะเป็นใบเบิกทางให้ทำงานสะดวก

สุดท้ายเรื่องการแต่งกายและการวางตัว บุคคลิกดี อ่อนน้อมสุภาพ แต่งกายสุภาพเหมาะสมกับกาละเทศะ ใครๆก็ให้ความร่วมมือด้วยดีทั้งนั้น
หากลากรองเท้าแตะนุ่งขาสั้นเข้าวัด ก็ดูไม่เหมะสม ทำให้ขาดความมั่นใจ




 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved