ทริปสาย Unseen บนถนนหมายเลข 108 เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน (บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 31 ธค.50) หลังนั่งอยู่บนเรือ Royal Diamond มาทั้งวันกับ 1 คืน ก็มาถึงดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ตอนเช้ามืด จากนั้นก็เก็บข้าวเก็บของมาขึ้นรถตู้ แล้วก็เดินทางต่อตามถนนหมายเลข 108 เส้นทางเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หรือถนนสาย Unseen ที่จะผ่านสถานท่องเที่ยวหลายแห่งไปจนถึงแม่ฮ่องสอน ฉายาเมืองในหมอก เราไช้เวลาไม่มากนักก็มาถึงอุทยานแห่งชาติ ออบหลวง เวลานี้ราว 8.30 น. แต่มีผู้คนคนหนาตามาก สาเหตุก็เพราะเป็นวันสิ้นปี 2550 ในอุทยานมีผู้มากางเต้นท์นอนพักกันมาก กระจายอยู่ตามริมห้วย ช่องหินขาด หรือ ออบหลวง ก็แล้วแต่จะเรียกกัน เป็นส่วนที่แคบสุดของแม่น้ำแม่แจ่ม และน่าจะเป็นต้นน้ำทีกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่อยู่ตอนล่าง สมัยก่อนน้ำในแม่น้ำคงจะมากจนมีชื่อว่า แม่น้ำแม่แจ่ม แต่ปัจจุบันน้ำน้อยมาก น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นลำห้วยแม่แจ่มน่าจะเข้ากับสภาพที่เป็นจริงในเวลานี้ บริเวณนี้หากย้อนไปเมื่อราวเกือบ 100 ปีก่อน จะเป็นพักของคนงาน หรือคนทำไม้ของบริษัท บอเนียว บริษัทต่างชาติที่เข้ามารับสัมปทานป่าไม้ทางภาคเหนือในหลายจังหวัดโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดลำปาง จากการที่บริษัทนี้มีประสบการณ์ทำไม้ในประเทศพม่าสมัยที่ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ บริษัท บอเนียว ซึ่งเป็นธุรกิจของคนอังกฤษ ก็เข้ามารับทำไม้ในประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วย อาจมีผู้สงสัยว่าทำไมต้องเป็นบริษัทต่างชาติ ก็ตอบว่าเดิมทีหน่วยงานตัดไม้เป็นของทางราชการ แต่เนื่องจากระบบราชการทำให้การดำเนินการมีความล่าช้า จึงต้องหาเอกชนที่มีประสบการณ์เข้ามาจัดการ ส่วนทางราชการก็ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานขายไม้ในนามของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว คนงานหรือคนทำไม้เข้ามาอาศัยอยู่ในภายในเขตอุทยานออบหลวง (ซึ่งก่อนนั้นยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตอุทยาน) ก็เพราะว่าไม้สักที่ตัดจากป่ามาเป็นท่อนซุง เมือไหลมาตามน้ำแล้วก็จะติดอยู่วังน้ำวนตรงบริเวณช่องหน้าผา หรือช่องเขาขาด จึงต้องอาศัยคนงานช่วยพลักช่วยดันให้ไม้หลุดออกมาให้ได้ ออบหลวง คำว่า ออบ เป็นภาษาท้องถิ่นแปลว่า ช่องแคบ ที่มีน้ำไหลผ่าน ( Gorge) คำว่า หลวง เป็นภาษาท้องถิ่นแปลว่าใหญ่ คำว่า ออบหลวง ความหมายที่แท้จริง หมายถึงเฉพาะช่องแคบเขาขาดเท่านั้น หุบผาตรงช่องเขาขาดนี้มีความสูงราว 50 เมตร ส่วนแคบสุดกว้างเพียง 2 เมตร และส่วนที่เป็นแก่งหินวกวนนี้มีความยาวประมาณ 300 เมตร นับว่าเป็นความน่าทึ่งของธรรมชาติที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักในประเทศไทย อุทยานแห่งชาติออบหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอฮอดและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศน์ทุกประการ ทั้งมีความสวยงามและความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ มีคุณค่าทางโบราณคดี ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ทางธรณีวิทยาและคุณค่าทางสถาปัตยกรรมทางธรรมชาติ เหมาะแก่การ ศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความสวยงามอย่างยิ่ง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 630 ตารางกิโลเมตร หรือ 393 , 750 ไร่ ออกจากออบหลวง เราได้แวะสวนสนบ่อแก้ว ในเขตเชียงใหม่ เป็นสวนสนทั้งเป็นป่าธรรมชาติ และเป็นป่าสนที่ปลูกขึ้นมาใหม่ ที่นี่เป็นที่ตั้งของหน่วยค้นคว้าทดลองวิจัยสนพันธ์ต่างๆของประเทศ แวะสวนสนได้ไม่นานก็เดินทางต่อไปยังอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงแม่สะเรียงก็ได้เวลาอาหารเที่ยง แม่สะเรียง ได้ยินชื่อมานานแล้ว แต่ไม่เคยมา ที่นี่เป็นอำเภอเล็กๆ มีบรรยากาศออกไปทางพม่า ทั้งบ้านอาศัยและวัดวา สร้างตามแบบพม่าทั้งสิ้น หากดูตามแผนที่แล้วก็คงไม่แปลกใจ เพราะทั้งทิศเหนือและทิศตะวันตกติดต่อกับรัฐกระเหรี่ยงและรัฐกะยาประเทศพม่า เรียกว่าเป็นอำเภอชายแดนอำเภอหนึ่งที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย เช่นเดียวกับอีกหลายอำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ติดชายแดนพม่าเช่นกัน แม่สะเรียง เดิมมีชื่อว่า เมืองยวม ถิ่นฐานอาศัยของชนเผ่าดั้งเดิมคือ ละว้าและกะเหรี่ยง ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 ทางราชการได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเรียกชื่อว่า อำเภอเมืองยวม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2467 ทางราชการได้พิจารณาเห็นว่าชื่ออำเภอเมืองยวมนั้นไปพ้องกับอำเภอขุนยวมซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอแม่สะเรียง ตามชื่อของลำน้ำแม่สะเรียงที่ไหลผ่านอำเภออีกสายหนึ่งแทน สรุปว่า เมืองยวมคือชื่อเดิมของอำเภอแม่สะเรียง ส่วนอำเภอเมืองยวม เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอนนี้นั่งรถเข้าใกล้จังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้วละครับ 168 กม.จากแม่สะเรียงมาถึงแม่ฮ่องสอน อาจดูไม่ไกลนัก แต่สำหรับเส้นทางสายยอดดอยเส้นทางนี้ต้องบอกว่า โหดมันส์ แต่ฮาไม่ออก เพราะวกวนบนเขาชนิดที่คนนั่งข้างหลังพะอืดพะอมกันเป็นแถวๆ น่าแปลกที่รถบัส บขส. กรุงเทพ-แม่ฮ่องสอน คันใหญ่ๆ ก็ต้องผ่านเส้นทางนี้เช่นกัน ทั้งที่ถนนก็คับแคบมาก หากให้คะแนนกับถนนโหดสุดของประเทศ ผมก็ต้องยกให้เส้นทางสายเชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอนนี่แหละที่ให้คะแนนสูงสุด และโดยเฉพาะวันนี้ที่เป็นวันสิ้นปี 2550 คงไม่ต้องบอกว่าจะมีรถรามากมายขนาดไหน ถึงแม้ว่าจะเป็นเส้นทางผ่านเขาทีสูงชัน มีโค้งหักศอก อยู่ตลอดเส้นทาง แต่กลับไม่พบอุบัติเหตุแม้แต่รายเดียว แม่ฮ่องสอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และมีบรรยากาศที่แปลกตาต่างกับจังหวัดอื่นๆ จะเป็นอะไรบ้างนั้นก็ต้องติดตามตอนต่อไปนะครับ เว็บมาสเตอร์ โฟโต้ออนทัวร์ 18 พฤศจิกายน 2551 แผนที่ทางภูมิศาสตร์ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน