Home : Site Update : Articles : City Tour : Events : Flowes & Nature : Gallery : Outbound tour : Portrait & People : Royal Photos : Today Talk : Photo Service : Guest : Free Wallpaper : About site : Misc.
ภูเก็ต 53 ตอนที่ 7 นั่งช้าง และ ขึ้นเขาชมพระองค์ใหญ่ ( พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี) (เดินทางเมื่อ 16 มีนาคม 2553) เที่ยวภูเก็ต 2553 ได้มาถึงตอนที่ 7 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ชุดนี้จะพาไปเที่ยวบนเขาในเส้นทางสู่หาดกะรน เมื่อนั่งรถออกจากตัวเมืองได้ไม่นานก็มีทางแยกไปหาดกะรน เส้นทางนี้ยังพอเห็นสวนยางที่ขึ้นหนาแน่น เจ้าของคงยังไม่อยากขายหรือใช้ที่ดินไปทำธุรกิจอื่นๆ เนื่องจากราคายางขณะนี้มีราคาดีมาก คนมีสวนยางรวยไปตามๆกัน ชาวสวนบางคนที่มีทุนรอนก็ขยายธุรกิจไปในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ทำให้ผู้มีอาชีพทำนาหันมาปลูกยางกันยกใหญ่ หากเป็นแบบนี้ต่อไปแล้วใครจะปลูกข้าวให้เรากิน หรือต้องไปซื้อข้าวจากเขมรหรือเวียดนามแทน น้ำขึ้นให้รีบตัก ก็รีบๆกันหน่อย คนมันจะรวยอะไรก็ฉุดไม่อยู่ สวนยางที่เห็นในภูเก็ตยังมีอยู่มาก ก็เพราะราคายางที่ทำกำไรให้เจ้าของสวนอย่างเป็นกอบเป็นกำ หากราคายางตกค่ำสวนยางก็ไม่เหลือ คงกลายเป็นสถานประกอบการจนหมด ธุรกิจนั่งช้าง หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าปัจจุบันในภูเก็ตและจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ สร้างรายได้ให้เจ้าของธุรกิจนั่งช้างได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ฟังๆจากผู้ที่อยู่ในวงการนี้บอกว่า รวยกันไม่รู้เรื่อง และรวยกันแบบเงียบๆ ใครได้ยินแล้วอาจตกใจว่าแค่นั่งช้างนี้มันทำเงินได้มากมายขนาดนั้นเลยหรือ ผมจำตัวเลขไม่ได้ เพราะลืมหมดแล้ว แกบอกว่าธุรกิจนี้มีหลายแห่งในภูเก็ต คนไทยอาจไม่ค่อยรู้จักหรือให้ความสนใจ เพราะช้างเดินให้เห็นกันเต็มบ้านเต็มเมือง ในกรุงเทพก็ยังเห็นอยู่ แต่ช้างกรุงเทพกินแต่กล้วยน้ำว้าที่เจ้าของเดินเร่ขายหาเงิน หากช้างในเมืองหลวงพูดได้ มันคงบ่นว่ากินแต่กล้วยทั้งปีทั้งชาติ ใครบอกว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่ แต่เทียบกับช้างคงไม่ได้ เพราะช้างกินทั้งวัน ไม่ต่างกับหมีแพนด้าที่กินใบใผ่กันชนิดปากไม่มีหยุด มาวันนี้ก็พึ่งรู้ว่าการเลี้ยงช้าง หรือการทำธุรกิจนั่งช้างในภูเก็ตนี้ต้องขออนุญาตจากทางการด้วย นึกจะทำธุรกิจก็ขนเอาช้างมาจากสุรินทร์แล้วเรียกแขกหาลูกค้าได้เลย ทำไม่ได้นะครับ เพราะเค้ามีกฏหมายอยู่ว่าต้องขออนุญาต ต้องขึ้นทะเบียนว่ามีช้างกี่เชือก มีควานช้าง หรือคนดูแลช้างมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ที่กินจุ ป่าไม้หรือแหล่งอาหารช้างในภูเก็ตมีอยู่จำกัด หากมีช้างมากป่าก็อาจหมดไปได้ เผลอๆอาจบุกรุกไปกินพืชไร่เช่นสัปปะรดในที่ดินของคนอื่นตามที่เป็นข่าวว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และที่กุยบุรี มีช้างป่าเข้ามากินอาหารพืชไร่ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำ ถามว่าเป็นความผิดของใคร ช้าง หรือ คน ตอบแบบฟันธงว่าชาวบ้านผิดแน่นอน เพราะชาวบ้านไปบุกรุกป่าไม้ที่เคยเป็นแหล่งอาหารช้าง จนช้างเดือดร้อนและต้องหลบไปอยู่ในปาไกลๆ วันดีคืนดีช้างเหล่านั้นก็กลับมาหาอาหารในถิ่นเดิมของตนเอง แบบนี้จะไปโทษช้างได้อย่างไร ธุรกิจนั่งช้างในภูเก็ตมีทั้งถูกกฏหมายและผิดกฏหมาย ธุรกิจนี้ค่อยๆรุกเงียบโดยไม่หวือหวา แต่ทำเงินกันชนิดที่ใครรู้ก็อยากจะทำด้วย ฟังแล้วเหมือนกับว่าต้นทุนทางธุรกิจสำคัญๆก็มี เรื่องอาหารช้างเป็นเรื่องหลัก และเป็นปัญหามาก ช้างเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นหลัก และกินจุมาก ตามสูตรแล้วช้างจะกินอาหารคิดเป็นร้อยละ 10 ของน้ำหนัก หรือประมาณ 200-400 กิโลต่อตัว มีช้าง 10 ตัว ก็ต้องหาอาหารให้ได้วันละประมาณ 2000- 4000 กิโล หรือ 2- 4 ตัน คิดแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ จะหาอ้อย หาต้นสัปปะรด หรือหากล้วยที่ไหนมาเลี้ยงช้าง จะพาช้างเข้าป่าไปหาอาหารเองก็คงทำไม่ได้ อัตราค่าบริการ ค่านั่งช้างในภูเก็ตมีราคา 1000-1300 บาท/ คน / ครึ่งชั่วโมง หรือ 45 นาที ส่วนเด็กราคาประมาณ 500-700 นับว่าราคาไม่ถูกสำหรับคนไทย แต่ฝรั่งบอกว่าประเทศไอไม่มีช้าง ไอไม่เคยขี่ช้าง ราคาขนาดนี้ไม่แพง ภูเก็ตนอกจากจะมีชายหาดสวยงามมีเกาะแก่งที่น่าประทับใจแล้ว เรื่องการขี่ช้างก็เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับชาติตะวันตก และคำว่า ช้างไทย ก็ยังเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวที่ทำให้หลายชาติหลังไหลกันมาเมืองไทย นั่งช้างไปกลับในรอบเล็กใช้เวลาประมาณ 40 นาที ขณะที่นั่งก็อดนึกถึงการเดินทัพของทหารไทยในอดีตไม่ได้ว่าจะไปได้ช้าแค่ไหน ยิ่งสมัยกรุงศรีอยุธยายกทัพไปรบกับพม่า คงเดินทัพกันเป็นแรมปีกว่าจะประดาบกับข้าศึกได้ จากช้างศึกในอดีต และเคยเป็นพาหนะคู่บารมีของกษัตริย์ ผู้เฒ่าผู้แก่เคยบอกว่าสมัยก่อนบางเชือกมียศมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าพระยา แต่มาวันนี้ช้างไทยกลายเป็นสัตว์ใหญ่ที่ดูไร้คุณค่า เจ้าของพาเดินตระเวณรอบกรุงเพื่อหาเงิน บางครั้งควานช้างก็กระทำทารุณกรรม เป็นข่าวอยู่เนืองๆ ที่ภูเก็ตก็มีข่าวเช่นที่ว่า บางครั้งช้างไม่ยอมเดินจนถูกควานช้างทุบตี ฟังแล้วก็หดหู่ จากปางช้างก็นั่งรถขึ้นเขาต่อ ไปชมพระองค์ใหญ่ที่มีชื่อว่า พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี สร้างไว้บนยอดเขานาคเกิด เมื่อไปถึงก็เกือบมืด จึงได้ภาพในบรรยากาศของพระอาทิตย์ตก พระองค์ใหญ่สีขาวที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สภาพโดยรอบก็ยังไม่เรียบร้อย แต่ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้ความสนใจกันมาก โดยเฉพาะต่างชาติมีมากกว่าคนไทย บางคนไม่กล้าเดินเข้าไปในศาลาชั่วคราวที่มีพระพทธรูปให้กราบไหว้ แกคงคิดว่าไม่ได้เป็นชาวพุทธ แต่พอผมบอกว่าถอดรองเท้าแล้วเข้าไปได้แกก็ดีใจ พระองค์ใหญ่ หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นพระพุทธรูปประจำเมืองภูเก็ต คาดว่าอีกราว 1 ปีก็น่าจะสร้างเสร็จ หลังจากนั้นก็คิดว่าน่าจะเป็นสถานปฏิบัติธรรมและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พระพทธมิ่งมงคลฯ เป็นพระพุทธรูปศิลปะร่วมสมัย ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร ความสูง 45 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว สุริยกันต (สุริยกันตะ) จากพม่า น้ำหนักเฉพาะหินอ่อน หยกขาวประมาณ 135 ตัน ประดิษฐาน ณ บนยอดเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศตะวันออก อนาคตคาดว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของภูเก็ต (เว็บไซต์พระพุทธมิ่งมงคลฯ) หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก็ได้เวลากลับที่พัก เที่ยวภูเก็ตปี 2553 รวมทั้งหมด 7 ตอน ได้จบลงเรียบร้อยแล้ว และตามที่บอกไว้แต่แรกว่ามาภูเก็ตคราวนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว แต่มางานศพญาติ จึงมีเวลาถ่ายภาพค่อนข้างจำกัด เมื่อมีเวลาก็ซอกแซกหาเรื่องราวที่น่าสนใจมานำเสนอ ความรู้สึกที่มีโอกาสมาเยือนภูเก็ตครั้งนี้ก็พอจะมองเห็นว่าธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตนับวันแต่จะมีอนาคตทีสดใส ชายหาดและท้องทะเลไทยยังเป็นที่ต้องการของต่างชาติ โดยเฉพาะคณะทัวร์จากจีนและเกาหลีมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชื่อเสียงของเกาะพีพี และเกาะภูเก็ตยังขายได้ ต่างประเทศยังให้การยอมรับอยู่มาก แต่อีกมุมหนึ่งก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ภูเก็ตในอนาคตอาจเป็นเมืองที่ตอบสนองแต่ชาวต่างชาติ กิจการท่องเที่ยวเกือบทุกอย่างจะมุ่งแต่คนต่างชาติเป็นหลัก นักท่องเที่ยวคนไทยอาจกลายเป็นบุคคลชั้นสอง ไปทางไหนก็คงบ่นว่าแพง สู้ราคาไม่ไหว ถึงเวลานั้นก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง จากนั้นคนไทยก็หนีไปเที่ยวต่างประเทศกันแทน เพราะถูกกว่า สนุกกว่า และตื่นเต้นกว่าด้วย อนาคตคำว่าไทยเที่ยวไทย ก็คงไม่มีใครกล่าวถึงกันอีกต่อไป ภาพท่องเที่ยวปักษ์ใต้ในชุดต่อไป จะพาไปเที่ยว สงขลา หาดใหญ่ ในช่วงวันแม่แห่งชาติ 15 สิงหาคม 2553 มีอะไรน่าสนใจก็ต้องติดตามชมนะครับ โฟโต้ออนทัวร์ 23 สิงหาคม 2553 ............................................................................................................................................................... ภาพชุดภูเก็ต 53 ในตอนที่ผ่านๆมา ตอนที่ 1 : ตอนที่ 2 : ตอนที่ 3 : ตอนที่ 4 : ตอนที่ 5
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ