www.photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์   Home > Gallery > Wat Chumphon  
Wat Chumphon , Bangpa-in , Ayudthaya : วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร อ.ปางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา  
เว็บรวมภาพพระ พระพุทธรูป พระประธาน ภาพวัด ภาพวัด ภาพโบสถ์ ภาพวิหาร ภาพเจดีย์ ภาพจิตกรรมฝาผนัง ลงรักษ์ปิดทอง
 
ภาพลายไทย ภาพฝาผนัง ภาพวาด จิตกรรมฝาผนัง ภาพเรือพาย ภาพแท่น้ำ ลำคลอง ลายปูนปั้น หน้าบัน บานประตูพระอุโบสถ หน้าต่างพระอุโบสถ
    วัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร    


เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2549 มีโอกาสมาที่บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมงานรดน้ำศพญาติผู้ใหญ่ที่วัด
ชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร เรียกสั้นๆว่า " วัดชุมพล " ขณะพื้นที่ในแถบนั้นยังเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ก็พอดีวันนั้นได้พกกล้อง
ดิจิตอลมาด้วย

หลังจากรดน้ำศพในช่วงเย็นแล้วก็ยังพอมีเวลาเหลือก่อนจะมีพิธีสวดอภิธรรมตอนกลางคืน จึงถือโอกาสถ่ายภาพบริเวณท่าน้ำหน้าวัด และภายในพระอุโบสถที่บังเอิญเดินผ่านมา จึงแง้มประตูเข้าไปดู หลวงพ่อที่ดูแลพระอุโบสถกำลังจะปิดไฟปิดประตูหน้าต่าง
เนื่องจากได้เวลาแล้ว แต่เมื่อเห็นมีคนมาจึงเปิดไฟให้สว่าง ทำให้เห็นความสวยงามภายในพระอุโบสถได้ชัดเจน จนแทบไม่เชื่อว่า
วัดเล็กๆที่ดูจากภายนอกเหมือนวัดทั่วไปแต่กลับมีสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การเข้ามาชมเป็นอย่างมาก

" ภาพจิตกรรมและพระประธานนี้สวยมากเลยครับ ไม่น่าเชื่อเลยว่ามองจากภายนอกเหมือนเป็นวัดเล็กๆ แต่ภายในนี้ต่างกับที่คิดไว้
ีเยอะเลย"

" อาตมาถือว่าเป็นวันที่โชคดีและเป็นบุญของโยมนะ เพราะน้อยคนนักที่จะรู้จักวัดนี้ โดยเฉพาะยิ่งมีโอกาสเข้ามาในพระอุโบสถ
นี้แล้วถือว่าเป็นคนที่มีบุญ เพราะสถานที่แห่งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่หลายคนไม่รู้จัก "

"แสดงว่าวัดนี้สร้างมานานแล้วซิครับ"

"ตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2175 หรือสมัยกรุงศรัอยุธยาตอนปลายโน่นนะ "

"ตั้งหลายร้อยปีเลยทีเดียว แต่มองจากภายนอกเหมือนเป็นวัดใหม่ "

" ก็มีการบูรณะซ่อมแซมอยู่หลายครั้ง ตั้งแต่ รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 แต่ก็เก่ามากแล้วละโยม ดูที่โคนเสานี้ซิ เศษปูน และ
สีจากภาพเขียนนี้หลุดลอกออกมาทุกวัน อาตมาก็กวาดทิ้งทุกวันเลย เสียดายนะ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง"

จากนั้นผมก็เริ่มบันทึกภาพ ขณะที่หลวงพ่อก็เล่าความเป็นมาของวัดชุมพลให้ฟัง ว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทยสมัย
กรุงศรีอยุธยา ได้แก่พระเอกาทศรถ และพระเจ้าปราสาททอง ผู้สร้างวัดชุมพลแห่งนี้

ถ่ายภาพไปได้ไม่นานก็เห็นทีจะต้องขอตัวหลวงพ่อเพราะญาติโทรมาบอกว่าให้ไปทานข้าวมื้อเย็นที่ร้านอาหารหน้าวัด จากนั้นก็ร่ำลาหลวงพ่อ แต่ก็บอกว่าจะมาถ่ายภาพอีกครั้งในวันฌาปนกิจหรือวันเผาในอาทิตย์ถัดไป

นี่เป็นจุดเริ่มหรือที่มาที่ไปของภาพชุดนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่บังเอิญมีกล้องติดตัว(เสมอ) และพบเห็นสิ่งที่ทรงคุณค่าแก่การเผย
แพร่ให้บุคคลทั่วไปได้รู้จักมากขึ้น วันนั้นได้ภาพไปไม่มากนักเพราะมีเวลาจำกัด แต่ก็กลับมาถ่ายเพิ่มอีกในอาทิตย์ถัดไปโดยเตรียม
ขาตั้งกล้องมาด้วยเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนมากขึ้น

อำเภอบางปะอิน ในวันที่เดินทางมานั้น ยังเห็นระดับน้ำปลิ่มๆตามริมถนน บางพื้นที่ก็ท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านต้องขน
สัมภาระมากองไว้ตามเต้นท์ข้างถนน รถราที่เคยจอดในบ้านก็ต้องมาจอดข้างถนนแทน เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้หากเป็นช่วงเวลา
สั้นๆก็คงไม่เดือดร้อนนัก ที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้นกันเป็นประจำ แต่ครั้งนี้หนักหนากว่ามาก เพราะท่วมขังกันนานหลายเดือน

ญาติเล่าว่าคุณป้าวัย 94 ปี เสียชีวิตเนื่องจากโรคชรา ไม่สามารถเอาศพออกมาจากบ้านได้เพราะน้ำท่วมทั้งในบ้านและนอกบ้าน
ต้องเรียกให้มูลนิธิมาจัดการให้ กว่าจะนำออกมาที่วัดได้ก็ทุลักทุเลพอสมควร กลางค่ำกลางคืนก็ต้องระมัดระวังเพราะแถวนี้งูเห่า
ชุมมาก

วัดชุมพล เป็นวัดอยู่ติดริมแม่น้ำ ตั้งอยู่ที่หัวเกาะบางปะอิน ตำบลบางเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัย
กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สมัยพระเจ้าปราสาททอง หรือ สมเด็จพระศรีสรรเพ็ชญที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2175 ซึ่งในปีดังกล่าวทรงขุดสระ
เพื่อสร้างพระราชนิเวศน์ (พระราชวังบางปะอิน) ต่อมาได้สร้างวัดชุมพลขึ้น เพื่อทดแทนบุญคุณให้กับมารด

หากใครมาเที่ยวพระราชวังบางปะอิน ก็สามารถแวะมาเที่ยววัดชุมพลได้ เพียงขับรถมาตามกำแพงวังสูงๆ แล้วอ้อมมาทางด้านหลัง
เลยมาอีกประมาณ 2 กม.ก็ถึงวัด สังเกตง่ายๆจะเห็นต้นยางและไม้ฉำฉาขนาดใหญ่ 2-3 ต้น อยู่ตรงหัวโค้งหน้าวัดพอดี ร้านอาหาร
นี้เป็นร้านเก่าแก่ และมีชื่อของอำเภอบางปะอิน ชื่อว่า "ยางเดี่ยว"

หัวโค้งหน้าวัดชุมพล หรือเรียกว่า หัวเกาะ มีความหมายทางประวัติศาสตร์ที่ยังอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านแถบนั้น และยังบอก
ต่อให้ลูกหลานได้ทราบถึงที่มาที่ไปของวัดชุมพลและพระราชวังบางปะอินว่า บริเวณวัดชุมพลนี้ เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาใช้เป็น
ที่รวมพล หรือประชุมไพร่พลก่อนออกรบ คำว่า " วัดชุมพล " ก็มาจากคำว่าชุมพลทางทหารสมัยกรุงศรีอยุธยา

ส่วนคำว่า "บางปะอิน"นั้นตั้งชื่อตาม"นางอิน" หญิงสาวชาวบ้าน ที่ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชาของสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราช เคยเสด็จพระราชดำเนินลงไปทางใต้แล้วเสด็จกลับ เกิดพายุพัดหนัก ทำให้เรือพระที่นั่งล่มตรงบริเวณเกาะบาง
ปะอิน ( บริเวณหัวโค้งร้านอาหารยางเดี่ยวในปัจจุบัน ) สมเด็จพระเอกาทศรถทรงว่ายน้ำขึ้นมาบนเกาะนี้ พบบ้านหลังหนึ่งที่
ี่เจ้าของกำลังนั่งผิงไฟอยู่ พระองค์จึงเข้าไปขออาศัยผิงไฟด้วย ได้ทอดพระเนตรเห็นหญิงสาวชาวบ้านรูปงามชื่อ "อิน" จึงต้อง
พระทัยและได้เสด็จอยู่ด้วยกับหญิงชาวบ้านคนนั้น 1 คืน ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับในวันรุ่งขึ้น

ต่อมาหญิงนั้นมีครรภ์และคลอดลูกเป็นชาย ครั้นโตขึ้นก็ได้รับราชการในตำแหน่งมหาดเล็ก ต่อมาได้รับสถาปนาให้สูงขึ้นตามลำดับ
ได้แก่ จมื่นศรีสรรักษ์ พระมหาอำมาตย์ และออกญาศรีวรวงศ์ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่รับราชการ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของ
สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (พระเจ้าแผ่นดินในสมัยนั้น) จนได้รับเลื่อนเป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ และได้รับปราบดาภิเษกขึ้นเป็น
พระเจ้าแผ่นดินเมื่อปี พ.ศ.2172 ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 5 ต่อมาได้รับสถาปณา
เป็นพระศรีสรรเพ็ชญที่ 5 แล้วทรงสถาปนาราชวงศ์ใหม่เป็นราชวงศ์ปราสาททอง พระองค์มีพระราชโอรส และพระราชธิดารวม
เจ็ดพระองค์

ในปี พ.ศ.2175 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พร้อมทั้งหมู่พระราชนิเวศน์ ขึ้นที่บ้านบางปะอิน
อันเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์ สำหรับไว้เป็นที่แปรพระราชฐาน เพื่อเป็นที่สำราญพระราชหฤทัยของราชตระกูล ประกอบ
ไปด้วยพฤกษชาติร่มรื่น จากนั้นได้ทรงโปรดให้สร้างอารามคู่กับพระราชนิเวศน์ โดยสร้างในบริเวณพระราชเคหสถานเดิมของ
พระองค์ และได้สร้างพระอุโบสถตรงบริเวณที่เผาศพพระมารดา (คำบอกเล่าจากชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้น)

ภายในพระอุโบสถวัดชุมพล มีภาพจิตกรรมฝาผนัง บานประตูพระอุโบสถและเสาพระอุโบสถที่งดงามมาก ภาพเขียนเหล่านี้เขียนโดย
ช่างจีนและช่างไทย มีทั้งลวดลายไทยและจีนผสมผสานกัน แตกต่างจากที่อื่น และที่โดดเด่นเห็นจะเป็นพระประธานจำนวน 7 องค์
ปิดด้วยทองจังโก หรือแผ่นทองสมัยใหม่ เหลืองอร่ามสวยงามทุกพระองค์

ส่วนพระเจดีย์จะอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ(ด้านที่ติดถนน) รูปทรงเป็นแบบเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สูงประมาณ 15 วา ซึ่ง
น.ณ ปากน้ำได้เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง " ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา" ว่า

" เกี่ยวกับเรื่องพระเจดีย์วัดชุมพลนิกายารามนี้ เราจอดเรือที่ท่าวัดชุมพลนิกายาราม เพียงมองเห็นเจดีย์ใหญ่ตั้งอยู่คู่กันริมกำแพงวัด
อันเป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง รูปทรงอ้วนแบบนี้ เคยเห็นเจนตาที่วัดไชยวัฒนาราม บริเวณหน้าพระอุโบสถเป็นทรวดทรงที่
แปลกผิดกับที่อื่น รู้ได้ทันทีว่าเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองของ พระเจ้าปราสาททอง "

จากที่ไปร่วมงานฌาปนกิจในวันนั้น และได้พกกล้องตัวเล็กๆติดตัวไปด้วย จึงเป็นที่มาของภาพในชุดนี้ โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่า
วัดชุมพลนิกายาราม ที่เคยขับรถผ่านไปมาอยู่หลายครั้ง จะมีสิ่งที่มีคุณค่า บอกถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของอำเภอบางปะอิน
และเรื่องราวของกรุงศรีอยุธยาไว้น่าสนใจ หากเรื่องราวเหล่านี้ได้รับการเผยแพร่ ก็จะทำให้อีกหลายๆคนเข้าถึงคำว่า "ประวัติศาสตร์ "

ใครจะรู้ว่า สถานที่เรายืนอยู่นั้นพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตเคยว่ายน้ำขึ้นฝั่งเพื่อหนีพายุฝน

ใครจะรู้ว่าพระอุโบสถที่เห็นสวยงามนั้น ได้สร้างทับลงบนที่เผาศพของมารดาของพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อทดแทนบุญของผู้ให้กำเนิด ที่มีฐานันดรศักดิ์เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น




เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
8 กุมภาพันธ์ 2550




ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล Sony Digital DSC - P10 ( 5.0 ล้าน )





copyright © 2007 www.photoontour.com, All rights reserved