ชุมชนริมน้ำจันทบูร บ้านเก่าจันทบุรี ตึกแถวโบราณ ตลาดเก่า ตลาดล่าง ชุมชนตลาดลุ่ม ย่านท่าหลวง แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒธรรม เที่ยวจันทบุรี

Search in site
 
Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
 
          
Home   Home  :  Gallery  :  Chantaburi part 3
Chanthaburi Part 3  เที่ยวเมืองจันท์ ตอนที่ 3 :  เที่ยวสวนผลไม้เมืองจันท์















 
 
     
   
 
 

ตำแหน่งที่ตั้งจังหวัดจันทบุรี แผนที่จังหวัดจันทบุรี (1980*2910) คลิกที่ภาพ            แผนที่จังหวัดจันทบุรีและสถานที่ใกล้เคียง คลิกที่ภาพ

      




เที่ยวเมืองจันท์ ตอนที่ 3 สวนผลไม้เมืองจันทบุรี
(เดินทาง เมษายน 54)


ภาพชุดท่องเที่ยวเมืองจันท์ หรือเมืองจันท์บุรีตอนที่ 3 นี้ คงถึงเวลาที่ต้องพาเข้าสวนผลไม้กันเสียที หลังจากตะลอนพาเที่ยวที่อื่นกันไปแล้วสองตอน  ส่วนตอนที่ 4 หรือตอนถัดไปจะพาไปเที่ยวแถวๆอ่าวคุ้งกระเบนที่แหลมเสด็จ  สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี  

จังหวัดจันทบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ  270 กม.  อาจไกลไปหน่อยสำหรับคนกรุงเทพฯที่จะเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ  ต่างกับจังหวัดนครนายกฯที่เป็นเมืองผลไม้  และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 105 กม.  ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นเมืองผลไม้ด้วยกันทั้งคู่  เพียงแต่จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองผลไม้ที่มีชื่อเสียงมานาน  หรือเรียกว่านานนมเลยที่เดียว  ส่วนจังหวัดนครนายกฯ เป็นเมืองผลไม้ที่มาโด่งดังกันในภายหลัง และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้

ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะราว พ.ศ.2525  เป็นต้นไป มีทุเรียนพันธ์ชะนีจากจังหวัดนครนายกออกขายกันเกลื่อนเมืองตั้งแต่เหนือจรดใต้  ซึ่งต่อมาก็มีผลไม้ชนิดอื่นๆทะยอยกันออกมาสู่ตลาด และขายกันในราคาถูก  เช่นกระท้อนลูกโตๆ  รวมทั้งผลไม้ชนิดอื่นๆอีกหลายอย่าง

ยังพอจำได้ว่าก่อนนั้นทุเรียนที่ขายในกรุงเทพส่วนใหญ่มาจากระยอง หรือจันทบุรี ที่แพงหน่อยก็เป็นทุเรียนนนท์  แต่พอทุเรียนจากจังหวัดนครนายกออกสู่ตลาดกันมาก ทำให้ราคาถูกลง ไม่แพงเหมือนเช่นปีก่อนๆ

น่าแปลกที่จังหวัดนครนายกเป็นเมืองผลไม้  ทั้งที่ภูมิประเทศก็ไม่เอื่ออำนวยเท่าใดนัก  จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างกับอากาศทางภาคอีสาน  จังหวัดนี้เคยไปเที่ยวอยู่ 2-3 ครั้ง ก็รู้สึกว่าอากาศที่นี่มันร้อนเอาเรื่อง  ไม่ค่อยจะชุ่มชื่นเหมือนกับจังหวัดจันทบุรีที่มีฝนตกชุก

จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องผลไม้มานาน ถือว่าเป็นศูนย์รวมผลไม้ของไทยเลยก็ว่าได้  เมืองจันท์ในอดีต นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องบ่อพลอยแล้ว ก็มีผลไม้นี้แหละที่ทำให้ใครต่อใครได้รู้จักเมืองจันท์กันมากขึ้น  โดยเฉพาะจากตำราเรียนสมัยเป็นเด็กๆ

มาเที่ยวเมืองจันท์ในคราวนี้ เป็นช่วงปลายเดือนเมษายน ปี 54  หากเป็นปีก่อนๆก็จะเป็นช่วงฤดูร้อน  แต่ปีนี้กลายเป็นการย่างก้าวเข้าฤดูฝนอย่างเต็มตัว ระหว่างเดินทางก็ไม่ต่างกับหน้าฝน  ยิ่งมาถึงเมืองจันท์แล้วก็ไม่ต้องพูด  เห็นเมฆฝนลอยละล่องเต็มท้องฟ้า ทั้งชุมฝนและมีน้ำเป็นแอ่งๆตามข้างทาง

บรรยากาศของเมืองจันท์ที่มาเที่ยวคราวนี้ก็ไม่ต่างกับครั้งก่อนๆคือเจอแต่ฝน  แต่คราวนี้บังเอิญเป็นฤดูผลไม้ของเมืองจันท์   เรียกว่ามาถูกเวลา  ขณะนั่งรถผ่านไปตามที่ต่างๆเห็นความคึกคักของเมืองผลไม้อย่างชัดเจน  เช่นเมื่อเข้าเมืองจันท์ก็เห็นสวนผลไม้สองฝากทาง  ที่พอจะเดาออกก็เป็นสวนทุเรียนซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่  ริมทางมีตลาดผลไม้เป็นระยะๆ  โดยเฉพาะเงาะ มังคุด  มะไฟ ระกำ สละ ดูจะโดดเด่น  ไปทางไหนก็เห็นกองพะเนิน 

ยังนึกดีใจที่พื้นที่การทำสวนผลไม้ยังทำเงินทำทองให้เกษตรกรอย่าง
เป็นล่ำเป็นสัน ต่างจากอีกหลายๆจังหวัดที่คนรุ่นหลังๆเริ่มหันหลังให้กับอาชีพนี้ สวนที่เป็นมรดกตกทอด ถูกขายเพื่อนำไปทำรีสอร์ตหรือแบ่งขายเป็นพื้นที่จัดสรร หรืออาจเป็นเพราะว่าเมืองจันท์ไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหล่านายทุนจากต่างถิ่นเข้ามากว้านซื้อที่ดินในราคาสูงๆ สวนเมืองจันท์จึงไม่ถูกขายเหมือนสวนเมืองนนท์ ที่ชาวสวนรุ่นลูกรุ่นหลานไม่สามารถทนต่อการเย้ายวนของนักเก็งกำไรที่ดินได้ ที่ดินที่มีค่าดุจดั่งทองคำ และเป็นแหล่งดินที่เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียนที่ดีที่สุดในโลก แต่กลายเป็นที่ดินเพื่ออยู่อาศัย


ปัจจุบันผลไม้เมืองจันท์เกือบทุกชนิดยังได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในประเทศไทย

ลองซื้อมังคุดมาทานจากร้านริมทาง ขายกันโลไม่กี่บาท ลูกสวยบ้างไม่สวยบ้าง  แต่ไม่น่าเชื่อว่าหวานฉ่ำเกือบทุกลูก  ต่างกับมังคุดที่ซื้อในกรุงเทพ  หลายคนที่ทานต่างติดอกติดในคุณภาพที่ต้องบอกว่า “คุณภาพคับแก้ว”

ผลไม้บ้านเราโดยเฉพาะที่ขายกันในกรุงเทพฯนั้นมาจากทุกทิศทุกทาง หรือมาจากหลายๆจังหวัด รสชาติและความอร่อยก็แตกต่างกันไป   แต่ถ้ามาเที่ยวเมืองจันท์แล้ว  ก็แนะนำว่าต้องชิมต้องทานกันให้ได้  ซื้อแล้วทานกันตรงนั้นเลย  จะได้ความสดใหม่ที่พึ่งมาจากสวน  

ช่วงปลายเมษานี้  เมืองจันทบุรีมีความคึกคักในเรื่องผลไม้มาก  รถบรรทุกผลไม้ผ่านไปคันแล้วคันเล่า ระหว่างทางเห็นบริษัทรับซื้อผลไม้ มีรถบรรทุกทุเรียนจอดอยู่หลายคัน  ดูแล้วน่าจะเป็นธุรกิจที่ส่งทุเรียนไปขายยังต่างประเทศ  ไม่ต่างกับธุรกิจโรงสีข้าวที่รับซื้อข้าวจากชาวนา

ในแต่ละปีทุเรียนไทยส่งไปขายยังต่างประเทศเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะประเทศจีนที่กำลังฮือฮามาก เรียกว่าส่งไปขายเท่าไหร่ก็ไม่พอ บางแห่งก็แปรรูปนำไปทำไอศครีมรสทุเรียน สร้างความแปลกใหม่ให้กับธุรกิจนี้

ทุเรียนได้ชื่อว่า “เป็นราชาของผลไม้ “ ส่วนราชินีของผลไม้รู้สึกว่ายังไม่ใครจัดอันดับ  แต่ดูแล้วน่าจะยกให้ “ มังคุด ”  เพราะผลไม้สองชนิดนี้ถือว่าเกิดมาคู่กันอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ หรือเป็นคู่พระคู่นางมาแต่ไหนแต่ไร

ทุเรียนนั้นเป็นผลไม้ที่เรียกว่าเป็น “ธาตุร้อน”  ทานแล้วจะทำให้มีพลังงานมาก มีกลิ่นฉุน  บางคนถึงขนาดแพ้กลิ่นจนทานไม่ได้ หรืออาจทนไม่ได้ บางคนทานแล้วก็ถึงกับเป็นลมเป็นแล้งกันไปเลยทีเดียว  ไม่ต่างกับคนที่ทานอาหารทะเลแล้วเกิดแพ้   คันหรือขึ้นผื่นแดงตามตัว

ส่วนผลไม้ที่ถือเป็นธาตุเย็นและมักทานคู่กับทุเรียนก็คือมังคุด คนสมัยก่อนๆมักจะบอกว่า  “ทานทุเรียนแล้วก็ต้องทานมังคุดไปพร้อมๆกัน “ ไม่ต่างกับเป็น " หยิน – หยาง " ที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกาย 

ใครที่คิดว่าทานทุเรียนแล้วกลัวคอเรสเตอรอลถามหา  ก็ต้องทานมังคุดไปด้วยกัน  จะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา

มาเมืองจันท์คราวนี้เห็นป้ายโฆษณาเทศกาลผลไม้ติดไว้ตามที่ต่างๆ  เทศกาลนี่น่าจะมีขึ้นราวกลางเดือนพฤษภาคมของแต่ละปี หรือในช่วงที่ผลไม้กำลังออกสู่ตลาด  และในช่วงเวลาเดียวกันนี้เจ้าของสวนผลไม้หลายแห่งเปิดสวนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ไปดูของจริง พร้อมเด็ดชิมกันไม่อั้น

บรัวชัวร์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี ที่วางไว้ในโรงแรมที่พัก ระบุว่ามีสวนผลไม้ที่สามารถเข้าชมได้ราว 4-5 แห่งในเทศกาลผลไม้ของปีนี้ ดูแล้วน่าสนใจ  แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นบางสวนยังไม่เปิดรับ  เนื่องจากผลไม้ยังไม่ออกแต็มที่  แต่บางสวนก็เปิดแล้ว   ใครคิดจะไปเที่ยวสวนผลไม้เมืองจันท์ควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน  แต่แนะนำให้ไปกับกลุ่มทัวร์ที่เค้าจัดน่าจะดีกว่า 

วันนั้นกว่าจะรู้ว่าสวนไหนเปิด  หรือสวนไหนยังไม่เปิด  ก็ทำเอาเจ้าหน้าที่ของโรงแรมต้องติดต่อสอบถามไปหลายแห่ง  ซึ่งความจริงแล้วทางโรงแรมก็น่าจะทราบตารางเวลาในช่วงเทศกาลสำคัญนี้   และน่าจะตอบคำถามนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี  แต่ทางโรงแรมที่ผมมาพักกลับไม่เป็นอย่างนั้น  ดีที่ว่าช่วยบริการโทรแทนเรา  พร้อมกับจัดหารถบริการให้ (รถสองแถว)

ทริปเที่ยวสวนเมืองจันท์จึงเริ่มขึ้นที่โรงแรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ติดหาดเจ้าหลาว  รถบริการก็เป็นรถสองแถวธรรมดาๆ  คนขับเป็นชายวัยสี่สิบกว่าปี ตกลงราคากันแบบเหมาในราคา 500 บาท ถือว่าถูกมาก ขณะเดียวกันก็แนะนำร้านอาหารที่ขึ้นชื่อในเส้นทางที่ผ่านสำหรับมื้อเที่ยงนี้
จากนั้นก็พาเที่ยวสวนผลไม้ 

ปรากฏว่าแกพาหลงทางครับ

ผมและผู้เดินทางก็ไม่สามารถจะแนะนำหรือชี้แนะอะไรให้ได้  เพราะไม่ไช่คนแถวนี้  ปัญหาก็คือว่า  ป้ายทางแยกต่างๆนั้นมันไม่ชัดเจน  มันบอกอะไรเราไม่ได้มากนัก 

แกขับรถวนไปวนมาอยู่ตั้งนาน  รวมทั้งสอบถามคนท้องถิ่นอยู่หลายครั้ง จนต้องโทรถามเจ้าของสวนว่าอยู่ตรงไหน  หรืออยู่หมู่บ้านไหน  และคงจะคุยกันไม่เข้าใจ  ที่สุดแล้วเจ้าของสวนต้องขี่มอเตอร์ไซด์ออกมารับยังถนนทางแยก จากนั้นก็พาเข้าสวน

ยังนึกโมโหคนขับรถว่าเป็นคนท้องถิ่นแท้ๆยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร  อาชีพแกก็ขับรถสองแถว  ขณะเดียวกันก็มีงานพิเศษพานักท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ   แต่ก็ต้องทำใจเพราะถือว่าเรื่องการท่องเที่ยวที่นี่อาจไม่ตื่นตัวเหมือนจังหวัดอื่นๆมากนัก  เทศกาลผลไม้ก็จัดแค่ปีละครั้ง และเป็นช่วงสั้นๆเพียงแค่ 1-2 เดือน เรื่องข้อมูลว่าสวนไหนอยู่ตรงไหน  คนขับรถก็อาจไม่คุ้นเคย

สวนผลไม้ที่เราไปเที่ยวกันนี้ปลูกผลไม้หลากหลายมาก   บางชนิดก็กำลังออกลูกและสอยทานกันได้เลย   บางชนิดก็เห็นเป็นลูกเล็กๆ  ที่ทานกันได้สดๆจากต้นก็ได้แก่มังคุด  มะไฟ และทุเรียน  เพียงแค่นี้ก็จุกแล้วครับ  โดยเฉพาะมังคุดนั้นเลือกสอยกันตามใจชอบ  เราสอยบ้าง  เจ้าของสวนสอยบ้าง  ทานกันจนพุงกาง 

ค่าเข้าชมสวนที่นี่คิดเป็นรายหัว  มาถึงตอนนี้จำราคาไม่ได้แล้วครับ  แต่ก็ไม่แพงมาก  เดาๆก็น่าจะคนละ 75 บาท วันนั้นไปเที่ยวราว 7-8 คน  ทานกันจนไม่มีท้องจะใส่  แถมปิดท้ายรายการด้วยทุเรียนพันธ์พื้นเมืองที่เจ้าของผ่าให้ทานด้วยความชำนาญ  แต่ไม่ไหว  บอกขอแค่ลูกเดียวก็พอ

เจ้าของสวนบอกว่าสวนแห่งนี้เป็ด "ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน" เป็นสถานที่จัดอบรมให้กับเกษตรกรและผู้สนใจ โดยสอนทั้งภาคทฤษฏีและปฎิบัติ  ในบริเวณบ้านก็มีอาคารอบรมที่จุได้ราว 30-40 คน พร้อมจัดให้เป็นโฮมสเตย์สำหรับผู้มาอบรม  เจ้าของสวนบอกว่าที่พักจะมีบริการแบบเต้นท์  เลือกนอนได้ตามใจชอบในสวนผลไม้  และคิดค่าอบรมในราคาถูก

ออกจากสวนก็มุ่งหน้ากลับที่พัก ระหว่างทางเห็นสวนระกำและสละออกลูกสีแดงเต็มต้น จึงแวะถ่ายภาพ เนื่องจากสวนที่เราแวะก่อนหน้านี้ไม่มีทั้งระกำและสละ

หลังจากขออนุญาตแล้วก็เข้าไปในสวน ต้นระกำที่ออกลูกดกเต็มต้นดูแล้วน่าตื่นตา และอยากทาน เจ้าของสวน (แต่ดูแล้วน่าจะเป็นคนดูแลมากกว่า) แกตัดระกำขายให้ในราคาถูกๆ เพื่อชิมกันสดๆพร้อมกับซื้อมาเป็นของฝาก โดยไม่ต้องใช้ตราชั่งให้เสียเวลา ตัดมาแล้วก็ตีราคาขายกันเป็นพวงๆ

คนดูแลสวนแกคงดีใจที่ได้เงินเข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องจ่ายให้กับเจ้าของสวนสักบาท

สวนเมืองจันท์ทุกแห่ง เจ้าของสวนเค้ายินดีที่จะให้เราเข้าไปชมและซื้อผลไม้จากสวน พบเห็นสวนที่ไหนถูกใจก็แวะเข้าไปได้นะครับ




โฟโต้ออนทัวร์
9 มกราคม 2554





 
 
     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ