ชุมชนริมน้ำจันทบูร บ้านเก่าจันทบุรี ตึกแถวโบราณ ตลาดเก่า ตลาดล่าง ชุมชนตลาดลุ่ม ย่านท่าหลวง แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒธรรม เที่ยวจันทบุรี
ภาพชุดท่องเที่ยวเมืองจันท์ หรือเมืองจันท์บุรีตอนที่ 3 นี้ คงถึงเวลาที่ต้องพาเข้าสวนผลไม้กันเสียที หลังจากตะลอนพาเที่ยวที่อื่นกันไปแล้วสองตอน ส่วนตอนที่ 4 หรือตอนถัดไปจะพาไปเที่ยวแถวๆอ่าวคุ้งกระเบนที่แหลมเสด็จ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 270 กม. อาจไกลไปหน่อยสำหรับคนกรุงเทพฯที่จะเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ ต่างกับจังหวัดนครนายกฯที่เป็นเมืองผลไม้ และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 105 กม. ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นเมืองผลไม้ด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองผลไม้ที่มีชื่อเสียงมานาน หรือเรียกว่านานนมเลยที่เดียว ส่วนจังหวัดนครนายกฯ เป็นเมืองผลไม้ที่มาโด่งดังกันในภายหลัง และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะราว พ.ศ.2525 เป็นต้นไป มีทุเรียนพันธ์ชะนีจากจังหวัดนครนายกออกขายกันเกลื่อนเมืองตั้งแต่เหนือจรดใต้ ซึ่งต่อมาก็มีผลไม้ชนิดอื่นๆทะยอยกันออกมาสู่ตลาด และขายกันในราคาถูก เช่นกระท้อนลูกโตๆ รวมทั้งผลไม้ชนิดอื่นๆอีกหลายอย่าง ยังพอจำได้ว่าก่อนนั้นทุเรียนที่ขายในกรุงเทพส่วนใหญ่มาจากระยอง หรือจันทบุรี ที่แพงหน่อยก็เป็นทุเรียนนนท์ แต่พอทุเรียนจากจังหวัดนครนายกออกสู่ตลาดกันมาก ทำให้ราคาถูกลง ไม่แพงเหมือนเช่นปีก่อนๆ น่าแปลกที่จังหวัดนครนายกเป็นเมืองผลไม้ ทั้งที่ภูมิประเทศก็ไม่เอื่ออำนวยเท่าใดนัก จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างกับอากาศทางภาคอีสาน จังหวัดนี้เคยไปเที่ยวอยู่ 2-3 ครั้ง ก็รู้สึกว่าอากาศที่นี่มันร้อนเอาเรื่อง ไม่ค่อยจะชุ่มชื่นเหมือนกับจังหวัดจันทบุรีที่มีฝนตกชุก จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องผลไม้มานาน ถือว่าเป็นศูนย์รวมผลไม้ของไทยเลยก็ว่าได้ เมืองจันท์ในอดีต นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องบ่อพลอยแล้ว ก็มีผลไม้นี้แหละที่ทำให้ใครต่อใครได้รู้จักเมืองจันท์กันมากขึ้น โดยเฉพาะจากตำราเรียนสมัยเป็นเด็กๆ มาเที่ยวเมืองจันท์ในคราวนี้ เป็นช่วงปลายเดือนเมษายน ปี 54 หากเป็นปีก่อนๆก็จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่ปีนี้กลายเป็นการย่างก้าวเข้าฤดูฝนอย่างเต็มตัว ระหว่างเดินทางก็ไม่ต่างกับหน้าฝน ยิ่งมาถึงเมืองจันท์แล้วก็ไม่ต้องพูด เห็นเมฆฝนลอยละล่องเต็มท้องฟ้า ทั้งชุมฝนและมีน้ำเป็นแอ่งๆตามข้างทาง บรรยากาศของเมืองจันท์ที่มาเที่ยวคราวนี้ก็ไม่ต่างกับครั้งก่อนๆคือเจอแต่ฝน แต่คราวนี้บังเอิญเป็นฤดูผลไม้ของเมืองจันท์ เรียกว่ามาถูกเวลา ขณะนั่งรถผ่านไปตามที่ต่างๆเห็นความคึกคักของเมืองผลไม้อย่างชัดเจน เช่นเมื่อเข้าเมืองจันท์ก็เห็นสวนผลไม้สองฝากทาง ที่พอจะเดาออกก็เป็นสวนทุเรียนซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ริมทางมีตลาดผลไม้เป็นระยะๆ โดยเฉพาะเงาะ มังคุด มะไฟ ระกำ สละ ดูจะโดดเด่น ไปทางไหนก็เห็นกองพะเนิน ยังนึกดีใจที่พื้นที่การทำสวนผลไม้ยังทำเงินทำทองให้เกษตรกรอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ต่างจากอีกหลายๆจังหวัดที่คนรุ่นหลังๆเริ่มหันหลังให้กับอาชีพนี้ สวนที่เป็นมรดกตกทอด ถูกขายเพื่อนำไปทำรีสอร์ตหรือแบ่งขายเป็นพื้นที่จัดสรร หรืออาจเป็นเพราะว่าเมืองจันท์ไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหล่านายทุนจากต่างถิ่นเข้ามากว้านซื้อที่ดินในราคาสูงๆ สวนเมืองจันท์จึงไม่ถูกขายเหมือนสวนเมืองนนท์ ที่ชาวสวนรุ่นลูกรุ่นหลานไม่สามารถทนต่อการเย้ายวนของนักเก็งกำไรที่ดินได้ ที่ดินที่มีค่าดุจดั่งทองคำ และเป็นแหล่งดินที่เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียนที่ดีที่สุดในโลก แต่กลายเป็นที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ปัจจุบันผลไม้เมืองจันท์เกือบทุกชนิดยังได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในประเทศไทย ลองซื้อมังคุดมาทานจากร้านริมทาง ขายกันโลไม่กี่บาท ลูกสวยบ้างไม่สวยบ้าง แต่ไม่น่าเชื่อว่าหวานฉ่ำเกือบทุกลูก ต่างกับมังคุดที่ซื้อในกรุงเทพ หลายคนที่ทานต่างติดอกติดในคุณภาพที่ต้องบอกว่า คุณภาพคับแก้ว ผลไม้บ้านเราโดยเฉพาะที่ขายกันในกรุงเทพฯนั้นมาจากทุกทิศทุกทาง หรือมาจากหลายๆจังหวัด รสชาติและความอร่อยก็แตกต่างกันไป แต่ถ้ามาเที่ยวเมืองจันท์แล้ว ก็แนะนำว่าต้องชิมต้องทานกันให้ได้ ซื้อแล้วทานกันตรงนั้นเลย จะได้ความสดใหม่ที่พึ่งมาจากสวน ช่วงปลายเมษานี้ เมืองจันทบุรีมีความคึกคักในเรื่องผลไม้มาก รถบรรทุกผลไม้ผ่านไปคันแล้วคันเล่า ระหว่างทางเห็นบริษัทรับซื้อผลไม้ มีรถบรรทุกทุเรียนจอดอยู่หลายคัน ดูแล้วน่าจะเป็นธุรกิจที่ส่งทุเรียนไปขายยังต่างประเทศ ไม่ต่างกับธุรกิจโรงสีข้าวที่รับซื้อข้าวจากชาวนา ในแต่ละปีทุเรียนไทยส่งไปขายยังต่างประเทศเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะประเทศจีนที่กำลังฮือฮามาก เรียกว่าส่งไปขายเท่าไหร่ก็ไม่พอ บางแห่งก็แปรรูปนำไปทำไอศครีมรสทุเรียน สร้างความแปลกใหม่ให้กับธุรกิจนี้ ทุเรียนได้ชื่อว่า เป็นราชาของผลไม้ ส่วนราชินีของผลไม้รู้สึกว่ายังไม่ใครจัดอันดับ แต่ดูแล้วน่าจะยกให้ มังคุด เพราะผลไม้สองชนิดนี้ถือว่าเกิดมาคู่กันอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ หรือเป็นคู่พระคู่นางมาแต่ไหนแต่ไร ทุเรียนนั้นเป็นผลไม้ที่เรียกว่าเป็น ธาตุร้อน ทานแล้วจะทำให้มีพลังงานมาก มีกลิ่นฉุน บางคนถึงขนาดแพ้กลิ่นจนทานไม่ได้ หรืออาจทนไม่ได้ บางคนทานแล้วก็ถึงกับเป็นลมเป็นแล้งกันไปเลยทีเดียว ไม่ต่างกับคนที่ทานอาหารทะเลแล้วเกิดแพ้ คันหรือขึ้นผื่นแดงตามตัว ส่วนผลไม้ที่ถือเป็นธาตุเย็นและมักทานคู่กับทุเรียนก็คือมังคุด คนสมัยก่อนๆมักจะบอกว่า ทานทุเรียนแล้วก็ต้องทานมังคุดไปพร้อมๆกัน ไม่ต่างกับเป็น " หยิน หยาง " ที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ใครที่คิดว่าทานทุเรียนแล้วกลัวคอเรสเตอรอลถามหา ก็ต้องทานมังคุดไปด้วยกัน จะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา มาเมืองจันท์คราวนี้เห็นป้ายโฆษณาเทศกาลผลไม้ติดไว้ตามที่ต่างๆ เทศกาลนี่น่าจะมีขึ้นราวกลางเดือนพฤษภาคมของแต่ละปี หรือในช่วงที่ผลไม้กำลังออกสู่ตลาด และในช่วงเวลาเดียวกันนี้เจ้าของสวนผลไม้หลายแห่งเปิดสวนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ไปดูของจริง พร้อมเด็ดชิมกันไม่อั้น บรัวชัวร์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี ที่วางไว้ในโรงแรมที่พัก ระบุว่ามีสวนผลไม้ที่สามารถเข้าชมได้ราว 4-5 แห่งในเทศกาลผลไม้ของปีนี้ ดูแล้วน่าสนใจ แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นบางสวนยังไม่เปิดรับ เนื่องจากผลไม้ยังไม่ออกแต็มที่ แต่บางสวนก็เปิดแล้ว ใครคิดจะไปเที่ยวสวนผลไม้เมืองจันท์ควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน แต่แนะนำให้ไปกับกลุ่มทัวร์ที่เค้าจัดน่าจะดีกว่า วันนั้นกว่าจะรู้ว่าสวนไหนเปิด หรือสวนไหนยังไม่เปิด ก็ทำเอาเจ้าหน้าที่ของโรงแรมต้องติดต่อสอบถามไปหลายแห่ง ซึ่งความจริงแล้วทางโรงแรมก็น่าจะทราบตารางเวลาในช่วงเทศกาลสำคัญนี้ และน่าจะตอบคำถามนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่ทางโรงแรมที่ผมมาพักกลับไม่เป็นอย่างนั้น ดีที่ว่าช่วยบริการโทรแทนเรา พร้อมกับจัดหารถบริการให้ (รถสองแถว) ทริปเที่ยวสวนเมืองจันท์จึงเริ่มขึ้นที่โรงแรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ติดหาดเจ้าหลาว รถบริการก็เป็นรถสองแถวธรรมดาๆ คนขับเป็นชายวัยสี่สิบกว่าปี ตกลงราคากันแบบเหมาในราคา 500 บาท ถือว่าถูกมาก ขณะเดียวกันก็แนะนำร้านอาหารที่ขึ้นชื่อในเส้นทางที่ผ่านสำหรับมื้อเที่ยงนี้ จากนั้นก็พาเที่ยวสวนผลไม้ ปรากฏว่าแกพาหลงทางครับ ผมและผู้เดินทางก็ไม่สามารถจะแนะนำหรือชี้แนะอะไรให้ได้ เพราะไม่ไช่คนแถวนี้ ปัญหาก็คือว่า ป้ายทางแยกต่างๆนั้นมันไม่ชัดเจน มันบอกอะไรเราไม่ได้มากนัก แกขับรถวนไปวนมาอยู่ตั้งนาน รวมทั้งสอบถามคนท้องถิ่นอยู่หลายครั้ง จนต้องโทรถามเจ้าของสวนว่าอยู่ตรงไหน หรืออยู่หมู่บ้านไหน และคงจะคุยกันไม่เข้าใจ ที่สุดแล้วเจ้าของสวนต้องขี่มอเตอร์ไซด์ออกมารับยังถนนทางแยก จากนั้นก็พาเข้าสวน ยังนึกโมโหคนขับรถว่าเป็นคนท้องถิ่นแท้ๆยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร อาชีพแกก็ขับรถสองแถว ขณะเดียวกันก็มีงานพิเศษพานักท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ แต่ก็ต้องทำใจเพราะถือว่าเรื่องการท่องเที่ยวที่นี่อาจไม่ตื่นตัวเหมือนจังหวัดอื่นๆมากนัก เทศกาลผลไม้ก็จัดแค่ปีละครั้ง และเป็นช่วงสั้นๆเพียงแค่ 1-2 เดือน เรื่องข้อมูลว่าสวนไหนอยู่ตรงไหน คนขับรถก็อาจไม่คุ้นเคย สวนผลไม้ที่เราไปเที่ยวกันนี้ปลูกผลไม้หลากหลายมาก บางชนิดก็กำลังออกลูกและสอยทานกันได้เลย บางชนิดก็เห็นเป็นลูกเล็กๆ ที่ทานกันได้สดๆจากต้นก็ได้แก่มังคุด มะไฟ และทุเรียน เพียงแค่นี้ก็จุกแล้วครับ โดยเฉพาะมังคุดนั้นเลือกสอยกันตามใจชอบ เราสอยบ้าง เจ้าของสวนสอยบ้าง ทานกันจนพุงกาง ค่าเข้าชมสวนที่นี่คิดเป็นรายหัว มาถึงตอนนี้จำราคาไม่ได้แล้วครับ แต่ก็ไม่แพงมาก เดาๆก็น่าจะคนละ 75 บาท วันนั้นไปเที่ยวราว 7-8 คน ทานกันจนไม่มีท้องจะใส่ แถมปิดท้ายรายการด้วยทุเรียนพันธ์พื้นเมืองที่เจ้าของผ่าให้ทานด้วยความชำนาญ แต่ไม่ไหว บอกขอแค่ลูกเดียวก็พอ เจ้าของสวนบอกว่าสวนแห่งนี้เป็ด "ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน" เป็นสถานที่จัดอบรมให้กับเกษตรกรและผู้สนใจ โดยสอนทั้งภาคทฤษฏีและปฎิบัติ ในบริเวณบ้านก็มีอาคารอบรมที่จุได้ราว 30-40 คน พร้อมจัดให้เป็นโฮมสเตย์สำหรับผู้มาอบรม เจ้าของสวนบอกว่าที่พักจะมีบริการแบบเต้นท์ เลือกนอนได้ตามใจชอบในสวนผลไม้ และคิดค่าอบรมในราคาถูก ออกจากสวนก็มุ่งหน้ากลับที่พัก ระหว่างทางเห็นสวนระกำและสละออกลูกสีแดงเต็มต้น จึงแวะถ่ายภาพ เนื่องจากสวนที่เราแวะก่อนหน้านี้ไม่มีทั้งระกำและสละ หลังจากขออนุญาตแล้วก็เข้าไปในสวน ต้นระกำที่ออกลูกดกเต็มต้นดูแล้วน่าตื่นตา และอยากทาน เจ้าของสวน (แต่ดูแล้วน่าจะเป็นคนดูแลมากกว่า) แกตัดระกำขายให้ในราคาถูกๆ เพื่อชิมกันสดๆพร้อมกับซื้อมาเป็นของฝาก โดยไม่ต้องใช้ตราชั่งให้เสียเวลา ตัดมาแล้วก็ตีราคาขายกันเป็นพวงๆ คนดูแลสวนแกคงดีใจที่ได้เงินเข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องจ่ายให้กับเจ้าของสวนสักบาท สวนเมืองจันท์ทุกแห่ง เจ้าของสวนเค้ายินดีที่จะให้เราเข้าไปชมและซื้อผลไม้จากสวน พบเห็นสวนที่ไหนถูกใจก็แวะเข้าไปได้นะครับ โฟโต้ออนทัวร์ 9 มกราคม 2554