 |
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
 |
 |
 |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
|
|
|
 |
| |
|
|
ทริป เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง (บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน กรกฏาคม 2551) |
|
| |
หลวงพระบางตอนที่ 9 ตลาดนัดบนถนนคนเดิน
พาเที่ยวหลวงพระบางตอนนี้เป็นตอนที่ 9 ดูท่าดูทางแล้วเหมือนเดินทางมาไกล จนใกล้จะจบแล้ว แต่ถ้าดูจากภาพในสต๊อคแล้วยังเหลืออีกมาก สงสัยว่าทริปหลวงพระบางคงว่ากันอีกหลายตอน ที่น่าสนใจก็ยังมีเรื่อง วัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านช้าง เมื่อครั้งที่หลวงพระบางเป็นราชธานี
หากเปรียบเทียบกับเมืองไทยแล้วหลวงพระบางก็ดูไม่ต่างกับเชียงใหม่ ราชธานีเก่าของอาณาจักรล้านนา เมืองหลวงพระบางอยู่ทางตอนเหนือของลาว ขณะเดียวกันเชียงใหม่ก็อยู่ทางภาคเหนือของไทย คนเชียงใหม่หรือคนล้านนา ซึ่งรวมถึงจังหวัดภาคเหนือตอนบน มีนิสัยอ่อนโยน มีภาษาเป็นของตนเอง และผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีผิวพรรณดี
คนที่หลวงพระบางก็จะมีส่วนละม้ายคล้ายกัน สาวภาคเหนือของไทยส่วนใหญ่มีผิวขาวเพราะภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา และมีอากาศดี สาวเมืองหลวงพระบางก็ทำนองเดียวกัน ภูมิประเทศเป็นภูเขา อากาศเย็นสบาย และสาวหลวงพระบางจะมีผิวพรรณดีกว่าคนลาวในภาคอื่นๆ
หลวงพระบางทุกวันนี้ยังรักษาวัฒนธรรมได้ดี ซึ่งอาจเป็นเพราะการเดินทางลำบาก การเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆจึงเป็นไปค่อนข้างช้า ความเป็นอดีตจึงยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
ใครมาเที่ยวก็ชื่นชอบและอยากให้หลวงพระบางรักษาความดีงามเหล่านี้ไว้ให้นานที่สุด เพราะที่นี่คือเมืองแห่งวัฒนธรรมที่ยังเหลืออยู่เป็นแหล่งสุดท้ายของลาว
หลวงพระบางเปรียบเสมือนสาวน้อยที่มีรูปร่างบอบบาง และต้องการความคุ้มครอง หากยูเนสโกไม่เข้ามาช่วยเหลือจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็ไม่ทราบว่าป่านนี้ สาวน้อยผู้นี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร แน่นอนว่าคงไม่อาจต้านทานกระแสทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาได้ และหลวงพระบางคงเปลี่ยนโฉมไปมากกว่านี้อย่างแน่นอน
ยูเนสโกจึงมีส่วนช่วยปกป้องหลวงพระบางเอาไว้ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ของเอเชีย เช่นเดียวกับเมืองฮอยอันในประเทศเวียดนาม
สำหรับเมืองไทยแล้วคาดว่าไม่มีที่ใด ตำบลใดจะได้รับเกียรติเช่นนี้ เพราะความเจริญรุกคืบเข้าชุมชน จนไม่อาจรักษาสภาพเดิมๆเอาไว้ได้
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
 |
|
 |