 |
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
 |
 |
 |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
|
|
 |
| |
|
|
ทริป เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง (บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน กรกฏาคม 2551) |
|
| |
8 ถึงหลวงพระบาง เที่ยวน้ำตกตาดกวงสี (Tad Kouang Si Waterfall)
หลังออกจากวังเวียงมาตั้งแต่เช้า ก็มาถึงหลวงพระบางในเวลาราว 4 โมงเย็น ดูเวลาแล้วก็อาจคิดว่าเดินทางกันหลายร้อยกิโลเมตร แต่ความจริงเพียงแค่ 250 กม. เท่านั้นเอง เหตุที่ใช้เวลากันนาน ก็เพราะเป็นช่วงฤดูฝน มีน้ำป่าไหลหลากเป็นช่วงๆ ทำให้รถต้องวิ่งช้าลง ระหว่างเดินทางอยู่บนภูเขาก็มีดินถล่มลงมาหลายจุด จุดหนักสุดก็ต้องรอคอยกันนานราว 45 นาที จึงจะผ่านไปได้
ทั้งฟ้าฝน น้ำท่วม ดินถล่ม หมอกลงจัด เป็นอุปสรรคที่ทำให้การเดินทางมาเที่ยวหลวงพระบางในวันเข้าพรรษานี้ ค่อนข้างสะบักสบอม แต่ก็ถือเป็นรสชาติของการเดินทางที่น้อยคนจะได้สัมผัส เรียกว่าครบทุกรสชาติ
จากนั้นรถได้พามาถึงหลวงพระบางเป็นที่เรียบร้อยหลังลงจากเขาสู่ทางราบได้ไม่นาน
ยังแปลกใจว่าถึงแล้วหรือ หลวงพระบางอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง และเป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม ทำไมจึงเป็นเมืองเล็กเพียงแค่นี้ เทียบกับเมืองไทยก็แค่ระดับอำเภอ
ใครมาเที่ยวหลวงพระบางก็อย่าได้คาดเดาอะไรมากนัก เพราะที่นี่เหมือนภาคเหนือของไทยในอดีตที่อาจย้อนยุคไปหลายสิบปี บางคนก็อาจเปรียบเทียบว่าไม่ต่างกับเชียงใหม่เมื่อ 50-60 ปีก่อน
หลวงพระบางอาจแตกต่างไปจากเมืองอื่นๆของลาว ความเจริญคืบคลานเข้ามาได้ช้ากว่า อันเนื่องจากการเดินทางที่แสนไกล และยากลำบากกว่าเมืองใดๆ ในบรรดาสามเมืองใหญ่ๆของแต่ละภาค ที่นี่จึงยังรักษาวัฒนธรรมได้ไม่ต่างจากอดีตมากนัก
หลวงพระบางตั้งอยู่ในเขตตอนเหนือของลาว มีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาอันสลับซับซ้อน
หากเปรียบเทียบกับบ้านเรา ก็คงคล้ายๆกับเชียงใหม่เมืองหลวงเก่าของล้านนา
ส่วนหลวงพระบางเป็นเมืองหลวงเก่าของล้านช้าง
ทั้งล้านนาและล้านช้างจึงมีประเพณีและวัฒนธรรมที่ดูคล้ายกัน
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
 |
|
 |