Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว      Home > Outbound Tour > Sipsongpanna  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
      Home
เชียงของ
ห้วยทราย
เส้นทาง R3a
เชื่อม 3 ประเทศ
เมืองกาหลั่นป้า
หมู่บ้านไทลื้อ
สวนป่าม่านทิง
วัดพุทธป่าเจ
สวนปาดิบ
สวนป่านกยูง
สวนลิง
อดีตวังเก่า
บ่อหาน
ประตูสู่ลาว-ไทย
บ่อเต็น
ชายแดนลาว
ห้วยทราย
เชียงของ

 

ท่องต่างแดน >

 

ย้อนอดีตเมืองล้านนาของไทย Sipsongpanna (Jinghong)
เชียงรุ่ง เชียงรุ้ง (จิ่งหง ในภาษาจีน) หรือสิบสองปันนา อาจกล่าวได้ว่าเป็นเมืองคู่แฝดกับล้านนาของไทยที่มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง ทุกคนที่ได้ไปเห็นต่างแปลกใจที่ภาษาไทลื้อ ก็คือภาษาคำเมืองที่ใช้กันในอดีต หรือจารึกอยู่ในคัมภีร์ใบลาน หรือแม้ภาษาพูดของชาวไทลื้อในปัจจุบัน ก็ยังพอสื่อสารกันเข้าใจ ชาวไทลื้อที่สิบสองปันนา ถือว่าเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมล้านนา ที่ยังรักษา และไม่ได้สูญหายไปเหมือนกับของไทย บางคนกล่าวว่า หากต้องการเห็นภาพในอดีตทางภาคเหนือของไทย ก็ต้องไปเที่ยวสิบสองปันนา ..ไปพูดคุยกับชาวไทลื้อ ไปทานอาหารเหนือ ไปดูสาวๆกางจ้อง และดูบ้านไม้หลังใหญ่ของชาวไทลื้อที่เห็นอยู่มากมาย

 
           
 
   














 



สิบสองปันนา ตอนที่1
(การเดินทางระหว่างวันที่ 15 -19 มีนาคม 2551)

ไม่กี่ปีมานี้คนไทยเริ่มคุ้นหูและให้ความสนใจกับคำว่า สิบสองปันนา เขตปกครองตนเอง ที่อยู่ทางตอนใต้ในมณฑลยูนนานประเทศจีน เหตุที่ได้รับความสนใจก็เพราะแคว้นสิบสองปันนา ถือเป็นต้นกำเนิดหรือเป็นบรรพบุรุษของชาวล้านนา ก่อนจะอพยพลงมาตามลำน้ำโขง จนมาสู่ลุ่มน้ำปิงดินแดนแห่งขุนเขา ที่มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง เมื่อหลายร้อยปีก่อน

ชนชาติไทยมาจากไหน ปัจจุบันยังมีทฤษฏีที่หลากหลาย และยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ แต่ถ้าจะถามว่า คนล้านนาที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยมาจากไหน เรื่องนี้ตอบได้ทันทีว่ามาจากสิบสองปันนา ดินแดนของชาวไทลื้อแน่นอน ใครอยากเห็นต้นตระกูลล้านนา อยากชิมอาหารเหนือต้นตำรับก็ต้องหาโอกาสไปเที่ยวเมืองเชียงรุ้ง ในแคว้นสิบสองปันนา
(ภาคเหนือตอนบนหรือดินแดนล้านนาประกอบด้วย 8 จังหวัดได้แก่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง)

ไปเที่ยวเมืองเชียงรุ้ง เมืองใหญ่ของสิบสองปันนาแล้วก็นึกเสียดายเมืองเชียงใหม่ เมืองใหญ่ทางภาคเหนือของไทย ที่เจริญเติบโตอย่างไร้ขอบเขต ขาดการยับยั้งและอนุรักษ์ให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ จนวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์สูญหายไปเกือบหมดสิ้น ผิดกับสิบสองปันนา ที่ทางการจีนได้ออกกฏหมายอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาวไทลื้อไว้หลายๆอย่าง รวมทั้งผู้คนในสิบสองปันนายังดำเนินชีวิตแบบดั่งเดิม ซึ่งเป็นการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมได้อย่างน่าชื่นชม เรียกว่าล้านนาของไทยมีขนบประเพณีอะไร สิบสองปันนาก็มีไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าที่สิบสองปันนายังมีรูปแบบเดิมๆ ่ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากอดีตมากนัก

การมาเที่ยวสิบสองปันนา บางคนถึงกับบอกว่าเป็นการย้อนยุคสู่บ้านเกิดเมืองนอนของคนล้านนาไทยในอดีต บางคนกล่าวว่าไม่ต่างกับไปเที่ยวเชียงใหม่เมื่อสักราว 40-50 ปีก่อน

ก่อนที่จะทำความรู้จักกับสิบสองปันนา ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเชียงรุ้ง หรือเชียงรุ่ง ตามภาษาท้องถิ่นเดิม ก็จะขอตั้งต้นการเดินทางจากประเทศไทยที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นอำเภอริมฝั่งโขง มีเขตติดต่อกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว หรือ สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียกย่อๆว่า สปป.ลาว

การเดินทางจากไทยสู่ดินแดนสิบสองปันนา เป็นการท่องเที่ยวไปตามเส้นทางสายใหม่ เชื่อม 4 ประเทศ ได้แก่ไทย ลาว จีน และพม่า มีชื่อว่าถนนสาย R3 เป็นเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างกัน โครงการนี้ได้เริ่มมาเมื่อปี พ.ศ. 2546 จนมาถึงปี พ.ศ. 2550 ก็เริ่มเห็นรูปร่างเป็นถนนลูกรัง แต่ก็สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้แล้ว และการเดินทางในครั้งนี้ (มีต.51) อาจเรียกว่าเป็นปฐมฤกษ์ของเส้นทางสาย R3a เขตประเทศลาว ที่พึ่งสร้างเสร็จกันหมาดๆ ชนิดแกะกล่องกันทีเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน ได้ยินว่าถนนยังสร้างไม่เสร็จ รถวิ่งกันฝุ่นตลบไปตลอดทาง หากเป็นช่วงฤดูฝนก็ลุยโคลนกันเละเทะ

ภาพจากทริปสิบสองปันนาในภาคแรกนี้ เป็นการเดินทางจากเชียงของ แล้วข้ามแม่น้ำโขงด้วยเรือข้ามฝากไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้วของลาว เมื่อเช้าวันที่ 16 มีนาคม 2551 และการเดินทางแบบนี้ในอนาคตก็จะไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะตามโครงการสร้างถนนสาย R3a (ผ่านไทย-ลาว-จีน) จะต้องสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 คาดว่าไม่เกิน 3 ปีน่าจะเสร็จเรียบร้อย ภาพการนั่งเรือข้ามฝากไปยังแดนลาวครั้งนี้ก็จะกลายเป็นภาพแห่งอดีตไป ใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ก็ต้องรีบๆวางแผนเดินทางกันแต่เนิ่นๆ

การข้ามโขงด้วยเรือข้ามฝากที่ออกจะดูย้อนยุค แบบชนบท ในบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับสายน้ำและธรรมชาติ แตกต่างจากการข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศลาวจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ที่จังหวัดหนองคาย และ แห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร

คนไทยที่ไปเที่ยวสิบสองปันนาด้วยทางรถยนต์ ก็ต้องเริ่มต้นการเดินทางกันที่เชียงของเป็นจุดแรก ก่อนจะไปสิ้นสุดที่เมืองเชียงรุ้ง ในแคว้นสิบสองปันนาของจีน ซึ่งยังมีระยะทางอีกยาวไกล

และไม่ว่าจะเดินทางมาจากที่ใดก็ต้องให้มาถึงเชียงของกันตอนเช้ามืด อาบน้ำล้างหน้าล้างตา ทำธุระส่วนตัวกันตามโรงแรมหรือที่พัก พร้อมทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ต้องเดินทางไปที่แม่น้ำโขงเพื่อผ่านพิธีการที่ ตม.หรือ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีสำนักงานอยู่บริเวณริมตลิ่ง เสร็จเรื่องพิธีการแล้วก็นั่งเรือข้ามฝากที่จอดรออยู่หลายสิบลำ

ที่เชียงของ มีโรงแรมขนาดใหญ่ในระดับจังหวัดชื่อว่า น้ำโขงริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว มีห้องพักประมาณ 50 ห้อง เราไม่ได้พักที่นี่หรอกครับ แต่ใช้เป็นที่ล้างหน้าล้างตาและทานอาหารเช้ากันหลังเดินทางมาจากกรุงเทพในตอนหลางคืน

รถพามาถึงเชียงของตอนเช้ามืด มองออกไปนอกรถก็ยังดูมืดมิด เวลานี้น่าจะราวตีห้า งัวเงียตื่นขึ้นมาก็ยังสงสัยว่า พามาที่ไหนกันนี่ เพราะแถวนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยแบบต่างจังหวัด ถนนก็คับแคบ กว่ารถบัสใหญ่จะจอดได้อย่างลงตัวก็โยกหน้าโยกหลังกันหลายรอบ ยังแปลกใจว่าทำไมโรงแรมถึงมาสร้างกันอยู่แถวนี้ ช่างไม่เหมือนกับโรงแรมทั่วไปเอาเสียเลย

แต่พอลงจากรถก็หายสงสัย เพราะรถมาจอดด้านหลังของโรงแรม ส่วนด้านหน้าจะหันออกไปทางแม่น้ำโขง เมื่อเดินเข้ามาข้างในแล้วจึงพบว่าโรงแรมนี้ตั้งอยู่บนตลิ่งที่ดูสูง มองเห็นแม่น้ำโขงอยู่เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน ส่วนเมืองเล็กๆที่เห็นดวงไฟเป็นจุดๆทางฝั่งตรงกันข้ามนั้นเป็นบ้านห้วยทราย เขตประเทศลาว

พอฟ้าเริ่มสาง ภาพที่ปรากฏทางฝั่งลาวก็ค่อยๆชัดขึ้น และยังโชคดีที่เห็นพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาทางฝั่งลาว มองจากฝั่งไทยไปจะเห็นเป็นภาพที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่าโรงแรมนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เห็นทิวทัศน์สวยงาม บรรยากาศโดยรอบดูเป็นธรรมชาติ และหาดูแบบนี้ได้ยาก

คณะเรานั่งทานกาแฟและอาหารเช้ากันที่นี่ ทำเอาหลายคนไม่อยากลุกไปขึ้นรถ หลังมีเสียงเรียกจากไกด์ เพราะอยากจะเพลิดเพลินทีนี่กันให้นานๆ

นั่งรถจากกรุงเทพเพียงข้ามคืนก็มาเจอกับบรรยากาศแบบนี้ ช่างคุ้มค่ากับการเดินทางมาก เรียกว่าเปลี่ยนภาพจากเมืองหลวงมาสู่บรรยากาศของชนบทที่เห็นแต่ธรรมชาติ สงบ เงียบ ไม่วุ่นวาย

หลังนั่งเรือข้ามโขงมายังฝั่งลาวแล้วก็จะเห็นความแตกต่างไปจากบ้านเราค่อนข้างมาก ทั้งการดำเนินชีวิต การแต่งกาย นิสัยใจคอของผู้คน หากใครมีโอกาสมาที่นี่และมีเวลาพอ ก็น่าจะลองสัมผัสกับชาวลาว ด้วยการเดินเข้าไปในซอกในซอยแถวๆนี้ อาจจะเห็นการต้อนรับ เชื้อเชิญให้เข้าไปนั่งในบ้านในฐานะแขกผู้มาเยือน ด้วยน้ำใจที่ใสซื่อ ให้ความไว้วางใจ ไม่มีท่าทางหวาดระแวงเหมือนสังคมบ้านเรา

การไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ หากเราทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวแบบทั่วๆไป ประเภทอยู่แต่ในรถ หรือในโรงแรม ไม่ทำตัวซอกแซกไปที่ต่างๆบ้างก็อาจไม่เห็นสภาพที่แท้จริงก็เป็นได้ ควรปลีกวิเวกออกไปโน่นไปนี่บ้างเท่าที่เวลาจะอำนวย จะเห็นว่ามีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ทำให้ได้เปรียบกว่านักท่องเที่ยวที่มาด้วยกัน เพราะส่วนใหญ่จะทำตัวแบบชะโงกทัวร์ ไม่ค่อยจะนอกลู่นอกทาง เที่ยว กิน และเข้านอนในโรงแรม ตรงตามเวลา เรียกว่าทำตามกฎกติกามารยาทอย่างเคร่งครัด

ภาพจากการเดินทางในต่างแดนที่ได้นำเสนอไปหลายเรื่องหลายราว ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งนั้นเป็นการออนทัวร์ที่นอกรายการ แต่ทุกอย่างก็อยู่ในเวลาที่ไกด์ได้กำหนด หากใครคิดจะทำตามบ้างก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เช่น

โดยทั่วไปก็จะนัดกันเช่น 6 7 8 คือทางโรงแรมจะตั้งเวลาปลุก(อัตโนมัติ) หรือ Morning call ในเวลา 6 โมงเช้า 7 โมงไปทานข้าวที่ห้องอาหาร 8 โมงล้อหมุนหรือออกเดินทาง ซึ่งเป็นที่รู้ๆกันสำหรับผู้ที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ

เราก็อาศัยช่วงนี้แหละครับที่ทำตัวนอกโปรแกรม โดยตื่นก่อนที่โรงแรมจะปลุก จะตื่นเอง หรือตั้งปลุกเองก็แล้วแต่สะดวก จากนั้นก็รีบทำธุระแล้วลงมาข้างล่าง วางกระเป๋าเดินทางไว้ที่เค้าเตอร์ เสร็จก็ออกไปนอกโรงแรมเพื่อทำการสำรวจพื้นที่

ถึงตรงนี้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมบางแห่งอาจแปลกใจว่าทำไมอีตาตนนี้มันลงมาแต่เช้ามืด ห้องอาหารก็ยังไม่เปิด หรือบางครั้งเราอาจเห็นภาพแปลกๆ เช่นเจ้าหน้าที่โรงแรมนอนห่มผ้าอยู่บนโซฟาอย่างมีความสุข พอเห็นลูกค้าลงมาก็ตาลีตาเหลือกลุกขึ้นมาเปิดไฟ หรือบางครั้งพอลงมาชั้นล่างก็เหมือนโรงแรมร้าง ไม่มีผู้คน เปิดไฟไว้แบบริบรี่ หากเจอแบบนี้เข้าก็ไม่ต้องแปลกใจ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว 4 ดาว เจอมาหมดแล้วครับ

หากตื่นแต่เช้าและทำธุระส่วนตัวได้รวดเร็วก็จะทำให้มีเวลาออกมาเดินเล่นแถวๆหน้าโรงแรมได้มากขึ้น บางแห่งก็มีสิ่งน่าสนใจจนทำให้ต้องเดินไปเรื่อยๆอีกค่อนข้างไกล ยามนี้แหละครับที่จะเห็นกิจกรรมยามเช้าของชาวเมืองนั้นๆได้อย่างชัดเจน และหากโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากตลาดสดก็น่าจะเดินไปดู เพราะตลาดสดไม่ว่าจะเป็นเมืองใดประเทศใด จะมีสีสันที่น่าดูน่าชมทั้งนั้น เผลอๆอาจมีโอกาสได้ลิ้มลองของกินแปลกๆของท้องถิ่น เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากโปรแกรมทัวร์ทั่วๆไป

สิบสองปันนาตอนที่ 1 ถือว่าเป็นการแนะนำเบื้องต้น ก่อนที่พาไปสู่เรื่องราวที่เข้มข้น พร้อมกับภาพสวยๆมากมาย และที่สำคัญจะเห็นหน้าตาของตนไต หรือชาวไทลื้อในสิบสองปันนา ว่าจะแตกต่างไปจากคนภาคเหนือหรือไม่ และภาษาที่ใช้กันนั้น คนไทยอย่างเราๆจะพูดคุยกันเข้าใจหรือไม่

น่าสนใจ และน่าติดตามกันที่เดียว เขียนมาถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าจะแบ่งเรื่องราวเป็นกี่ตอน เพราะยังไม่ได้จัดแยกภาพ เดาๆก็น่าจะราว 10 ตอน หากมากไปก็อาจจะบีบร่นให้สั้นลง จะได้แบ่งเวลาไปเขียนเรื่องราวประเทศอื่นๆบ้าง ตอนนี้มีการบ้านอีกหลายประเทศที่อยากพาไปเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเกาะแกร์ ประเทศเขมร หรือเขมรนอกคอกที่เคยมีบันทึกในประวัติศาสตร์ ใครไปเที่ยวนครวัดนครธมแล้วติดใจก็น่าจะหาโอกาสไปเที่ยวเกาะแกร์ ที่อยู่ห่างจากเสียมเรียบไปราว 80 กม. ไปเที่ยวย่านนี้ไม่ต่างกับเข้าป่าเข้ารก หลุดโลกทีเดียวครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องราวของประเทศจีนในมณฑลต่างๆที่รอการนำเสนอต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกุ้ยหลิน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ พูดไปแล้วก็ไม่ทราบว่าจะมีเวลาเขียนบทความได้ทันหรือไม่ แต่ละแห่งที่ไปเที่ยวก็มีภาพสวยๆทั้งนั้น เรียกว่า พกกล้องตัวเดียวแต่เที่ยวกันอุตหลุด เรื่องภาพไม่ต้องพูดถึง ว่าถ่ายมากันเป็นพะเรอเกวียน จนต้องบอกว่าถ่ายจนกล้องนี้เดี้ยง ส่งไปซ่อมแล้วทางศูนย์ก็แจ้งว่า อาการที่เป็นมีสาเหตุมาจากการทำงานเกินมาตรฐานของกล้องในรุ่นนั้นๆ หรือ Over Lifetime เรียกว่าถ่ายจนคุ้ม....

สรุปว่าต้องจ่ายค่าซ่อมที่แพง ก็เท่านั้นเองครับ.....

 

เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
29 เมษายน 2552



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                      แผนที่ถนน R3a การเดินทางจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่านลาว สู่ บ่อเต็น ชายแดนลาว
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)







 
 
   
   
          copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ