Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว      Home > Outbound Tour > Sipsongpanna 8  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
      Home
เชียงของ
ห้วยทราย
เส้นทาง R3a
เชื่อม 3 ประเทศ
เมืองกาหลั่นป้า
หมู่บ้านไทลื้อ
สวนป่าม่านทิง
วัดพุทธป่าเจ
สวนปาดิบ
สวนป่านกยูง
สวนลิง
อดีตวังเก่า
บ่อหาน
ประตูสู่ลาว-ไทย
บ่อเต็น
ชายแดนลาว
ห้วยทราย
เชียงของ

 

ท่องต่างแดน >

 

ย้อนอดีตเมืองล้านนาของไทย Sipsongpanna (Jinghong)
เชียงรุ่ง เชียงรุ้ง (จิ่งหง ในภาษาจีน) หรือสิบสองปันนา อาจกล่าวได้ว่าเป็นเมืองคู่แฝดกับล้านนาของไทยที่มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง ทุกคนที่ได้ไปเห็นต่างแปลกใจที่ภาษาไทลื้อ ก็คือภาษาคำเมืองที่ใช้กันในอดีต หรือจารึกอยู่ในคัมภีร์ใบลาน หรือแม้ภาษาพูดของชาวไทลื้อในปัจจุบัน ก็ยังพอสื่อสารกันเข้าใจ ชาวไทลื้อที่สิบสองปันนา ถือว่าเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมล้านนา ที่ยังรักษา และไม่ได้สูญหายไปเหมือนกับของไทย บางคนกล่าวว่า หากต้องการเห็นภาพในอดีตทางภาคเหนือของไทย ก็ต้องไปเที่ยวสิบสองปันนา ..ไปพูดคุยกับชาวไทลื้อ ไปทานอาหารเหนือ ไปดูสาวๆกางจ้อง และดูบ้านไม้หลังใหญ่ของชาวไทลื้อที่เห็นอยู่มากมาย

 
           
   














 



สิบสองปันนา ตอนที่ 8 บ่อเต็น (ฺBoten) เมืองชายแดนลาว
(เดินทาง 15 -19 มีนาคม 2551)




หลังเสร็จพิธีการผ่านแดนทางฝั่งจีนที่เมืองบ่อหานแล้ว จากนั้นก็นั่งรถอีก 3-4 กม. ข้ามมาเมืองบ่อเต็นทางฝั่งลาว

บ่อเต็น สปป.ลาว กับบ่อหานของจีน หากเป็นภาพยนต์ก็คงต้องเรียกว่าเป็นหลังคนละม้วน ระหว่างเมืองที่พึ่งสร้างเสร็จ มีความสะอาดและสวยงาม แต่อีกเมืองหนึ่งที่ยังมีสภาพแบบชนบท ลาวกับจีน มีความแตกต่างกันแค่ไหน ด่านลาวกับด่านจีน ก็แตกต่างไม่แพ้กัน

ลาวกับจีนมีความใกล้ชิดและมีสัมพันธไมตรีต่อกันค่อนข้างดี หลายคนอาจไม่ทราบ หากไม่มาเที่ยวประเทศลาว

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คงต้องบอกว่าลาวได้รับความช่วยเหลือจากจีนค่อนข้างมาก ทั้งถนนหนทาง สาธารณูปโภค และความช่วยเหลือด้านอื่นๆอีกมากมาย ไม่นานนี้ลาวก็เป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ และสนามกีฬาที่ทำพิธีเปิด-ปิด ก็เป็นการลงทุนแบบให้เปล่าจากประเทศจีน

หลายสิ่งหลายอย่างที่จีนให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศลาวโดยไม่หวังผล แต่ลึกๆแล้วก็ต้องบอกว่า เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าของจีนทั้งนั้น เพราะจะได้อาศัยเป็นทางผ่านเพื่อระบายสินค้าออกสู่อินโดจีน

บ่อเต็น หากใครไปเที่ยวสิบสองปันนา หรือผ่านไปแถวนั้นในช่วงปี 50-51 ก็คงจะเห็นว่าตลอดระยะทางของถนนสายใหม่ หรือ R3 ในประเทศจีน และ R3a ในเขตลาวที่มีจีนรับเป็นเจ้าภาพสร้างให้ ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนไปมาก โครงการต่างๆของจีนที่เกี่ยวเนื่องกับถนนสายใหม่ หรือประตูสู่อินโดจีน มีการพัฒนาไปพร้อมๆกัน

ไกด์จีนเล่าให้ฟังว่า จีนยังมีโครงการอีกมากมายเพื่อรองรับธุรกิจการค้าจากคุนหมิง (Kunming) ที่จะผ่านลงมายังเมืองต่างๆ และออกไปยังประเทศลาว โดยเฉพาะในอนาคต จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาเล่นพนันที่บ่อเต็นกันเป็นจำนวนมาก และยังบอกว่า อนาคต เมืองหล้า(เมืองล้า หรือเมืองลา) จะเป็นจุดแวะพักของผู้คนที่มาจากคุนหมิง ก่อนที่จะข้ามไปยังฝั่งลาว

ทางฝั่งลาวก็กำลังก่อสร้างเมืองใหม่ที่บ่อเต็น ซึ่งเป็นเมืองติดชายแดนจีน แต่จะให้ลาวลงทุนกับสิ่งก่อสร้างที่ต้องใช้งินมหาศาลก็คงทำไม่ได้แน่ รัฐบาลจีนจึงยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องโดยขอเช่าพื้นที่บางส่วนของบ่อเต็น เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์การค้า และบ่อนกาสิโน ใครไปเห็นบ่อเต็นในตอนนี้ก็ไม่ต่างกับอยู่เมืองจีน

ประเทศจีนมีกฏหมายห้ามเล่นการพนัน ในประเทศจีนจะไม่มีบ่อนการพนัน คนจีนอยากจะเล่นการพนันก็ต้องเดินทางออกไปนอกประเทศ เช่นฮ่องกง และมาเก้า เป็นต้น

น่าแปลกที่รัฐบาลจีนไม่ยอมรับเรื่องการพนันในประเทศแต่กลับเป็นผู้ผลักดันให้นักลงทุนจีนมาสร้างบ่อนกาสิโนในต่างประเทศ อาจเรียกว่า เกลียดตัวแต่กินไข่ เกลียดปลาไหลแต่กินน้ำแกง

เรียกว่าไม่เกลียดจริง หรือประเภท ปากว่าตาขยิบ

แต่บ่อนกาสิโนคงไม่ไช่ประเด็นสำคัญสำหรับการเปิดประตูสู่อินโดจีน เรื่องการค้าขาย และการระบายสินค้าจากจีนต่างหากที่เป็นความหวังของรัฐบาลจีน

สรุปว่า การช่วยเหลือด้านต่างๆแก่รัฐบาลลาว ก็คงมีเรื่องธูรกิจการค้าแฝงอยู่ในความช่วยเหลือเหล่านั้น ไม่มากก็น้อย

และนับจากนี้ไป หากใครไปเที่ยวลาวแล้วเห็นความเจริญด้านต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็คงไม่ต้องแปลกใจ รัฐบาลจีนและนักธุรกิจจีน อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทั้งนั้น

นักธุรกิจไทยหลายคนอาจเล็งแล้วเล็งอีกว่า จะไปลงทุนในลาวดีไม๊ บางคนอาจคิดว่าลาวอาจไม่มีศักยภาพพอที่จะอุดหนุนสินค้าจากไทย พูดตรงๆก็คือคนลาวยังมีรายได้น้อย แต่จีนกลับไม่คิดแบบนี้

การที่รัฐบาลจีนเปิดประตูสู่ลาวน่าจะใช้คำว่ามาเป็นแพคเกจ หรือเป็นชุดระบบสำเร็จรูป

โดยรัฐบาลเป็นหัวหอกช่วยปูทางให้ และดำเนินนโยบายระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ต่อจากนั้นนักธุรกิจจีนก็ตามกันมา จีนไม่ได้มองว่าจะให้ลาวเป็นลูกค้า หรือมาซื้อสินค้า แต่จีนต้องการให้ลาวเป็นสะพานเชื่อมเพื่อระบายสินค้า และบริการ ออกสู่ประเทศอื่นๆมากกว่า

และสิ่งที่น่าแปลกเมื่อครั้งที่เดินทางไปเที่ยวหลวงพระบางเมื่อเดือนกรกฏาคม 2551 ปรากฏว่ารัฐบาลจีนเปิดให้มีการเดินรถระหว่าง เวียงจันทน์ กับคุณหมิง เป็นสายการเดินรถที่ค่อนข้างหฤโหด เพราะใช้เวลาเดินทางราว 2 วัน หรือประมาณ 40 ชั่วโมง บนรถบัสเที่ยวพิเศษสามารถปรับที่นั่งให้เป็นเตียงนอนได้ ใครสนใจจะใช้บริการก็ลองคลิกดูที่นี่

การเดินทางในทริปสิบสองปันนาได้ดำเนินมาถึงตอนที่ 8 ก็คงได้รู้ได้เห็นอะไรมามาก แต่ก็ต้องบอกว่า ปี 2551 เป็นปีปฐมฤกษ์ในการเปิด สิบสองปันนา ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากไทย เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีและเชื่อมวัฒนธรรม ระหว่าง เมืองสิบสองปันนา และ เมืองล้านนาทางภาคเหนือของไทย ที่อดีตเชื้อสายของราชวงค์ทั้งสองเป็นเครือญาติกันมาก่อน

การไปเที่ยวสิบสองปันนาจึงเหมือนกับการเดินทางย้อนอดีตของต้นตระกูลล้านนา ซึ่งจะเห็นว่า ผู้คนในเมืองสิบสองปันนา ยังดำเนินชีวิตแบบดั่งเดิมในหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างบ้านที่อยู่อาศัย ยังยึดวิธีการแบบดั่งเดิมแทบจะทุกประการ

การเดินทางไปยังสิบสองปันนา นับต่อจากปี 2551 ทุกอย่างคงเข้ารูปเข้ารอยมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันทางฝั่งจีนก็พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเช่นวัดวาอารามทางศาสนาพุทธ ให้มีสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะ วัดหลวงเมืองลื้อ(หรือวัดหลวงไทลื้อ) ที่สร้างอยู่บนเชิงเขา และอยู่ระหว่างก่อสร้าง ได้ยินว่ายิ่งใหญ่อลังการมาก และจะเป็นไฮไลท์สำคัญในการท่องเที่ยวสิบสองปันนา

ก็ต้องยอมรับอีกว่า ประเทศจีนมีศักยภาพสูงและมองการไกล ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ก็ไม่แน่ว่าอนาคตเมืองสิบสองปันนา อาจพัฒนาวัดต่างๆให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจนครบ 9 วัด

ก็เพื่อดึงดูดคนไทยให้ไปไหว้พระขอพรกันที่สิบสองปันนากันไงละครับ

เขียนบทความมาถึงตรงนี้ ก็เป็นเวลา 24.00 น ของวันที่ 31 ธันวาคม 2552 พอดี สายตาก็เหลือบไปมองรายการโทรทัศน์ ที่กำลังนับถอยหลัง แถวๆบ้านก็จุดพลุ และยิงปืนกันสนั่นหวั่นไหว เป็นการต้อนรับปีใหม่ 2553




สวัสดีปีใหม่ 2553 ทุกๆท่านครับ




โฟโต้ออนทัวร์
31 ธันวาคม 2552





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


  แผนที่แม่น้ำโขง ไหลผ่าน จีน ลาว พม่า ไทย กัมพูชา เวียดนาม (คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

  แผนที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)




-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 แผนที่ถนน R3a การเดินทางจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่านลาว สู่ บ่อเต็น ชายแดนลาว
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)






แผนที่เมืองต้าลี่ (ต้าหลี่) Dali อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรน่านเจ้า ดินแดนของต้นตระกูลชนชาติไท(ไต)
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)




สิบสองปันนา มีชื่อเรียกหลายชื่อ
- สิบสองพันนา
- นครเมิงไต
- นครเมืองไทย (เรียกในสำเนียงไทยภาคกลางว่า )
- เชียงรุ้ง

สิบสองปันนา เป็นชื่อที่แบ่งตามเขตการปกครอง โดยยึดถือไร่นาจำนวน 12,000ไร่ ตรงกับสำเนียงไทยที่เรียกว่า สิบสองพันนา

คำว่า เชียงรุ่ง สันนิษฐานว่ามาจาก
มีตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมารุ่งเช้าที่นี้พอดี จึงเป็นที่มาของคำว่า เชียงรุ่ง แต่คนไทยออกเสียงเป็น เชียงรุ้ง

เชียงรุ้ง อาจหมายถึง เมืองของท้องฟ้าสีรุ้ง ก็ได้ ตามสำเนียงเรียกของคนไทยทั่วไป แต่คนที่นี่ยืนยันว่า ชื่อที่ถูกต้องแท้จริงคือ เชียงรุ่ง แปลว่า เมืองแห่งฟ้ารุ่งอรุณ ชาวไตลื้อเองออกเสียงว่า เจงฮุ่ง คนจีนหรือภาษาราชการเรียกว่า จิ่งหง (Jinghong)

สิบสองปันนา (Sipsongpanna) คนจีนออกเสียงว่า ซีสวงปันนา (Xishuangpanna)

นครเมิงไตของชาวไตลื้อและชนกลุ่มน้อย ตั้งอยู่ในภาคใต้สุดของมณฑลยูนนาน ในอดีตแบ่งเขตการปกครองเป็น 12 หัวเมืองใหญ่ โดยจัดแบ่งหัวเมืองใหญ่ 28 เมืองเป็น 12 เขตปกครอง จึงเรียกว่า สิบสองปันนา หรือ สิบสองพันนา

ตามเอกสารบันทึกใน พ.ศ. 2113 จัดแบ่งไว้ ดังนี้
1. เมืองเชียงรุ่ง เมืองยาง เมืองฮำ รวมเป็น 1 พันนา
2. เมืองแจ เมืองมาง (ฟากตะวันตก) เมืองเชียงลู เมืองออง เป็น 1 พันนา
3. เมืองลวง เป็น 1 พันนา
4. เมืองหน เมืองพาน เชียงลอ เป็น 1 พันนา
5. เมืองฮาย เชียงเจือง เป็น 1 พันนา
6. เมืองงาด เมืองขาง เมืองวัง เป็น 1 พันนา
7. เมืองหล้า เมืองบาน เป็น 1 พันนา
8. เมืองฮิง เมืองปาง เป็น 1 พันนา
9. เชียงเหนือ เมืองลา เป็น 1 พันนา
10. เมืองพง เมืองมาง (ฟากตะวันออก) เมืองหย่วน เป็น 1 พันนา
11. เมืองอูเหนือ เมืองอูใต้ เป็น 1 พันนา
12. เมืองเชียงทอง อีงู อีปาง เป็น 1 พันนา

ตามข้อมูลสำรวจประชากรเมื่อปี 2543
แคว้นสิบสองปันนามีประชากรทั้งสิ้น 993,397คน แต่เป็นชาวไตลื้อถึง 296,930 คน หรือหนึ่งในสาม นั่นคือ เป็นชาวไตลื้อส่วนหนึ่ง จีนฮั่นส่วนหนึ่ง และชนกลุ่มน้อยอื่นๆอีกส่วนหนึ่ง

บรรพบุรุษของไตลื้อสืบทอดมาตั้งแต่ยุคขุนเจือง
วีรบุรุษสองฝั่งโขง จวบจนถึงยุคปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีน มีกษัตริย์ปกครองรวมกัน 44 พระองค์ องค์สุดท้ายชื่อ เจ้าหม่อมคำลือ พระราชวังตั้งอยู่ที่เวียงผาคราง บนที่เนินเขาบริเวณริมฝั่งแม่น้ำล้านช้าง ซึ่งมีวัดวาอารามมากมาย ปัจจุบันถูกทุบทำลายเกือบหมด ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยมีภูเขาลิงเป็นเครื่องหมาย

แคว้นสิบสองปันนาเป็นเขตปกครองตนเองของชนชาติไต ( Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture) มีฐานะเทียบเท่าจังหวัดหนึ่งทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน ซึ่งมีเมืองคุนหมิงเป็นเมืองหลวง ได้รับสิทธิพิเศษให้เป็นเขตที่มีการปกครองตนเองของชนเผ่าไต โดยมีข้อบังคับว่า ผู้ว่าการ และรองผู้ว่าต้องเป็นชาวไตลื้อ

หัวเมืองต่างๆ แห่งแคว้นสิบสองปันนามีถึง 28 หัวเมืองใหญ่ และ 40 กว่าหัวเมืองย่อย สถานภาพในปัจจุบันจัดลดลงเป็นแค่ตำบลและหมู่บ้าน แคว้นสิบสองปันนาประกอบไปด้วยหนึ่งนครหลวงและสองอำเภอที่ว่าการ คือ นครหลวงเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการปกครองของสิบสองปันนา เขตอำเภอเมืองฮาย (Meng Hai) มีเมืองเชี่ยนชานเป็นที่ว่าการ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศพม่า และเขตอำเภอเมืองล่า (Meng La) ซึ่งมีเมืองล่าเป็นที่ว่าการ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อกับเขตแดนประเทศลาว

แคว้นสิบสองปันนาเป็นดินแดนแห่งนกยูง ชาวไตลื้อถือว่านกยูงเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความสุขความเจริญ ฉะนั้น จึงเป็นเมืองแห่งแม่น้ำป่าเขาลำเนาไพร โดยมีนกยูงเป็นสัญลักษณ์ ชาวไตลื้อนับถือพระพุทธศาสนาร้อยละ 90







 
 
   
   
          copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ