ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม ข้อมูลเวียดนาม ประวีติศาสตร์เวียดนาม เวียดนามในอดีต ประเทศเวียดนาม ราชวงค์ของเวียดนาม กษัตริย์เวียดนาม การเมืองเวียดนาม
ท่องเที่ยวเวียดนาม อาณาจักรเวียดนาม
 
โฟโต้ออนทัวร์ : เวปภาพถ่าย เวปท่องเที่ยว    
Home > Outbound > Vietnam > Data 2    
 Home  
ดูภาพท่องเที่ยวเวียดนาม ออก
 

คลิกที่ภาพ




ข้อมูลประเทศเวียดนาม
(ที่มา:วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )


สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เมื่อราว 4 พันปีมาเเล้ว ชาวเวียดนามตั้งถิ่นฐานทางตอนใต้ของจีน มีผู้ปกครองติดต่อกัน 3 คน คือ ตวายเยิน ฟุกฮี เชนนอง ทางเหนือของเผ่าเวียด มีเผ่าฮั่นขนาดใหญ่มีความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกัน ตรงข้ามกับเผ่าเวียดที่เเตกเเยกออกเป็นร้อยๆ เผ่า เมื่อเผ่าฮั่นมีอำนาจที่เข้มเเข็ง ชาวฮั่น เข้ามารุกราน ทำให้ชาวเวียดหนีร่นมาทางใต้

หลังจากนายพลเจียวดา ได้ก่อตั้งอาณาจักรนามเวียด เมื่องราว 2200 ปีก่อนพุทธกาล บนดินเเดนราบลุ่มเเม่น้ำเเดง เเละสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ โดยมีเมืองหลวงใกล้กวางสูของจีน เจริญรุ่งเรีองมาถึงราวๆ พ.ศ. 430 เเละอีกไม่นาน จักรพรรดิ์จีน ฮั่นหวูฮี สั่งยกพลจำนวนมหาศาลเข้ายึดเวียดนาม

สมัยประวัติศาสตร์

กองทัพฮั่นเข้ายึดอาณาจักรนามเวียด ได้ในปี พ.ศ. 585 เปลี่ยนชื่ออาณาจักรใหม่ว่า นามเหวียตก๊วก (หนานเยว่กว๋อ)เเต่งตั้งผู้ปกครองระดับสูงมาปกครอง ความพยายามที่ชาวจีนนำวัฒนธรรมจีนทางด้านต่างๆ ไปเผยเเพร่ที่ดินเเดนเเห่งนี้ กลับถูกชาวพื้นเมืองหรือชาวเวียดนามต่อต้านอย่างรุนเเรง:

- วีรสตรีในนาม ฮายบาจึง ได้นำกองกำลังการปฏิวัติปลดเเอกจากจีน เเต่อีก 3 ปีต่อมาก็ตกเป็นเมืองขึ้นของจีนอีก

- นักโทษปัญญาชนชาวจีนนามว่า หลีโบน ร่วมมือกับปัญญาชนชาวเวียดนามร่วมทำการปฏิวัติ ก่อตั้งราชวงค์หลี ขนานนามเเคว้นว่า วันซวน เเต่ต้องตกเป็นเมืองจีนอีก เกิดการต่อสู้กับจีนบ่อยที่สุด เมื่อราชวงศ์ของจีนขึ้นปกครอง ต้องถูกจีนยึดอีก กินเวลาจาก พ.ศ. 1146-1498 เปลี่ยนชื่อเป็นอานนาม(อันหนาน)ในยุคนี้จีนถือว่า เเคว้นนี้เป็นมณฑลหนึ่งของจีน จึงส่งชาวจีนเข้าไปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อกลืนชาติชาวเวียดนาม ศิลปะของจีนทุกเเขนง ศาสนาพุทธ ลัทธิต่างๆ รวมทั้งอักษรจีน ได้เข้าสู่ดินเเดนเเห่งนี้ ภายใต้การบริหารอันเข้มเเข็งของรัฐบาลจีนภายใต้ราชวงศ์ถัง

พ.ศ. 1498-1510 ราชวงศ์โง--หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ถังของจีน นายพลโงเกวี่ยนทำการปฏิวัติขับไล่ชาวจีนได้เเล้วจึงก่อตั้งราชวงศ์โงเปลี่ยนชื่อประเทศว่า ไดเวียด หลังจากจักรพรรดิ์สวรรคต เวียดนามถูกเเบ่งแยกออกเป็น 12 เเคว้น โดยขุนนางในชาติ

พ.ศ. 1511-1523 ราชวงศ์ดิงห์--ชาวนา นามว่า ดินห์โบหลิง ทำการรวบรวมเเคว้นต่างๆเข้าด้วยกัน เปลียนชื่อประเทศเป็นไดโกเวียด ทรงจัดแบบเเผนราชสำนักเเละข้าราชการพลเรือน ทหาร ตามอย่างราชวงศ์ถังของจีน

พ.ศ. 1524-1552 ราชวงศ์เตี่ยนเล--ราชินีจักรพรรดิดินห์โบหลิง ขับไล่รัชทายาทราชวงศ์ดิงห์ สถาปนาตนเองเป็น จักรพรรดินี เล ได ฮัง ทรงป้องกันประเทศโดยถวายเครื่องบรรณาการเเก่ราชวงศ์ซ้องของจีน ในปี 1529 ส่งกองทัพรุกคืบไปทางใต้ ทำลายบางส่วนของอาณาจกรจามปา ในสมัยนี้ศาสนาพุทธได้วางรากฐานอย่างมั่งคงในอาณาจักรเเห่งนี้

พ.ศ. 1552-1768 ราชวงศ์หลี--หลี กง อ่วน ถูกช่วยเหลือโดยพระภิกษุรูปหนึ่ง ให้มีอำนาจในราชสำนักฮวาลือ เมื่อขึ้นครองราชย์ ในนาม หลี ไท โต ทรงย้ายเมืองหลวงไปที่ ทังลอง(ฮานอย)ทรงสร้างวัดขึ้น 150 เเห่ง ในปี 1070 นำระบบการสอบจอหงวนมาใช้ ก่อตั้งมหาวิทยาลัย วันเหมียว ให้ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีขงจื้อ เพื่อสอบเข้ารับราชการในระบบจอหงวน

พ.ศ. 1768-1943 ราชวงศ์เจิ่น--เจิ่ง เเก๋ง สามัญชนอภิเษกสมรสกับพระนางเจียว ฮว่าง ราชินีองศ์สุดท้ายของราชวงศ์หลี สถาปนาตนเองนามว่า เจิ่น ฮึง เดา พระองศ์ทรงนำกองทัพขับไล่กองมองโกลของกุบไลข่านออกไปได้ ในระยะนี้ยังคงนำกองทัพรุบคืบไปทางใต้ต่อไป

พ.ศ. 1943-1971 ราชวงศ์โฮ
--การอภิเษกสมรสระหว่างกษัตริย์กับญาติเสนาบดีผู้หนึ่งอันนำไปสู่จุดจบของราชวงศเจิ่น โฮ กุ๋ยหลี ก้าวสู่การครองราชย์ ตั้งราชวงศ์ตามตระกูลของตนเอง ระบบจอหงวน กองทัพ เศรษฐกิจ ได้รับการสังคายนาขนานใหญ่ เช่น การสอบเน้นวิชาคณิต วิถีชีวิตชาวนา เเละงานของขงขื้อ กฎหมายได้มีการปฏิรูป เปิดเมืองท่าสองเเห่ง ราชวงศ์หมิงของจีนกังวล หากปล่อยเอาไว้ อาจเป็นภัย จึงส่งกองทัพเข้ามายึดครองอีกครั้ง บังคับให้ชาวเวียดนามเเต่งกายตามเเบบชาวจีน ทำลายล้างความเป็นชาติเวียดนามโดยการเผาบันทึกทางประวัติศาสตร์ของเวียดนาม

พ.ศ. 2113 ดินแดนในเวียดนามแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ราชวงศ์มัค ปกครองเวียดนามเหนือมีฮานอยเป็นเมืองหลวง ราชวงศ์ตรินปกครองเวียดนามกลาง มีเมืองเว้เป็นเมืองหลวง ตระกูลเหงียนซึ่งต่อมาเป็นราชวงศ์เหงียน ได้ปกครองเวียดนามใต้ มีไซ่ง่อนเป็นเมืองหลวง

พ.ศ. 2316 เกิดกบฎไกเซินขึ้นในเวียดนามใต้ พวกตระกูลเหงียนพยายามต่อสู้กับพวกกบฎจนเสียชีวิตไปหลายคน แต่พวกกบฎก็เข้ายึดเมืองไซ่ง่อนได้


การเมือง

1 การเมืองของเวียดนามมีเสถียรภาพ เนื่องจากมีพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นองค์กรที่มีอำนาจ สูงสุดผูกขาดการชี้นำภายใต้ระบบผู้นำร่วม     (collective leadership) ที่คานอำนาจระหว่างกลุ่มผู้นำ ได้แก่
      1 กลุ่มปฏิรูป ที่สนับสนุนการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรี ฟาน วัน ขาย
      2 กลุ่มอนุรักษ์นิยม ซึ่งต่อต้านหรือชะลอการเปิดประเทศ เพราะเกรงภัยของ “ วิวัฒนาการที่สันติ ” peaceful evolution) อันเนื่องมาจากการเปิดประเทศ และ
      3 กลุ่มที่เป็นกลาง ประนีประนอมระหว่างสองกลุ่มแรก นำโดยอดีตประธานาธิบดี เจิ่น ดึ๊ก เลือง ส่งผล ให้รัฐบาลเวียดนามต้องปรับแนวทางการบริหารประเทศให้ยืดหยุ่นและเปิดกว้างมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถดำเนินไปได้ในย่างก้าวที่รวดเร็วนัก

2 เวียดนามได้มีการเลือกตั้งสภาแห่งชาติ สมัยที่ 11 เมื่อ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 มีผู้ได้รับการเลือกตั้งทั้งสิ้น
   498 คน เป็นผู้สมัครอิสระเพียง 2 คน ที่เหลือเป็นผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกจากพรรคคอมมิวนิสต์

3 สภาแห่งชาติมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี มีหน้าที่ตรากฎหมาย แต่งตั้งหรือถอดถอนประธานาธิบดี ประธานรัฐสภา และ นายกรัฐมนตรี    สภาแห่งชาติชุดใหม่ได้เปิดประชุมเมื่อ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 โดยสภาได้มีมติสำคัญๆ คือ
       1 รับรองผลการเลือกตั้งเมื่อ 19 พฤษภาคม
       2 เลือกตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ประจำสภา
       3 การเลือกตั้งให้นายเหวียน วัน อาน ดำรงตำแหน่งประธานสภาต่อไป (เมื่อ 23 กรกฎาคม)
       4 การเลือกตั้งให้นายเจิ่น ดึ๊ก เลือง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไป (เมื่อ 24 กรกฎาคม) และ
       5 เลือกตั้งให้นายฟาน วัน ขาย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป (เมื่อ 25 กรกฎาคม) และได้มีการปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อ 8 สิงหาคม 2545 โดยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ 26 คน มีรัฐมนตรีที่ได้รับแต่งตั่งใหม่ 15 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ หลายคนเคยดำรงรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงนั้น ๆ มาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการตั้งกระทรวงใหม่ 3 กระทรวง ได้แก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม และกระทรวงภายในซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการปฏิรูปเศรษฐกิจและการบริหารประเทศมากขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาในประเด็นนี้ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามที่ดำเนินไปด้วยดีในปัจจุบัน

4 แผนงานการปฏิรูประบบราชการสำหรับปี ค.ศ. 2001-2010 เน้น 4 ประเด็น ได้แก่ การปฏิรูประบบกฎหมาย การปฏิรูปโครงสร้างองค์กร การยกระดับความสามารถของข้าราชการ และการปฏิรูปด้านการคลัง

 
   
ออก
   
 
  copyright © 2007 www.photoontour.com, All rights reserved